เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
fromJapan พาเที่ยว 47 จังหวัดแห่งแดนอาทิตย์อุทัยfromjapan.th
จังหวัดโอกินาว่า สวรรค์ของคนรักทะเล

  • จังหวัดโอกินาว่า (Okinawa) เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่ามีทะเลและชายหาดสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น จนหลายคนถึงกับเรียกที่นี่ว่าเป็น 'ฮาวายของญี่ปุ่น' เลยทีเดียว แต่สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่เพียงทะเลเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยสีสันของวัฒนธรรมอันหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีแหล่งมรดกโลกที่สำคัญ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่โอกินาว่าจะเป็นจังหวัดที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ต้องมาให้ได้สักครั้ง

    วันนี้ fromJapan จะมาเล่าประวัติศาสตร์ของโอกินาว่าและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่น่าสนใจ รวมถึงแนะนำอาหารเลิศรสด้วย เรามั่นใจว่าทุกคนจะต้องสนุกไปกับบรรยากาศ และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดโอกินาว่าอย่างแน่นอน!

    แต่ก่อนจะเข้าสู่เนื้อความหลัก เราขออนุญาตให้เครดิตกับทีมงานคุณภาพ fromJapan ที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆแบบนี้มาโดยตลอด และถ้าหากเพื่อนๆอยากอ่านบทความที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลและความรู้แบบนี้ ก็สามารถไปตำกันได้ที่ Official Website: fromJapan.info กันได้เลย~!

     

    ประวัติศาสตร์ของจังหวัดโอกินาว่า

    สมัยราชอาณาจักร

    จังหวัดโอกินาว่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรริวกิวในอดีต ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น อาณาจักรริวกิวก่อตั้งขึ้นในปลายปีศตวรรษที่ 9 โดยโช ฮาชิ (Sho Hashi) องค์ปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์โชรุ่นแรก โช ฮาชิได้รวบรวมสามอาณาจักรที่สำคัญอย่าง Nanzan, Chuzan และ Hokuzan เข้าด้วยกัน ต่อมาตระกูลโชก็ได้ครองบัลลังก์และเริ่มต้นราชวงศ์โชที่สอง ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของโอกินาว่านี้เป็นที่รู้จักกันในนาม ‘ยุคทองแห่งการค้าขาย’

    ในช่วงที่อาณาจักรริวกิวทำการค้าขายทางทะเลกับจีน ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ได้สร้างวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของริวกิวขึ้นมา จากความหลากหลายของวัฒนธรรมที่ได้รับในระหว่างการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากับต่างประเทศ

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 อาณาจักรริวกิวถูกรวมเข้าไว้ในระบบศักดินาของญี่ปุ่นภายใต้การปกครองของโชกุน และผนวกเข้ากับญี่ปุ่นในยุคของรัฐบาลเมจิ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะเป็นจุดสิ้นสุดของประวัติศาสตร์ราชอาณาจักรริวกิวที่มีมานานกว่า 500 ปี แต่เหตุการณ์เดียวกันนี้ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจังหวัดโอกินาว่าด้วย

    วัฒนธรรมของโอกินาว่า ไม่ว่าจะเป็นอาหารในพระราชวัง Ryukyuan, ศิลปะ งานฝีมือ และเครื่องเขิน ทั้งหมดต่างมีรากฐานมาจากครั้นที่ยังเป็นราชอาณาจักรริวกิวในฐานะประเทศแห่งการค้าขาย

    เดิมทีศิลปะการแสดงของโอกินาว่าก็มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความบันเทิงแก่คณะฑูตจากประเทศจีนที่เข้ามาทำการค้า

    ศิลปะการเต้นรำแบบดั้งเดิมอย่าง Kumi-odori ที่นักเต้นจะต้องสวมเครื่องแต่งกายปราณีต ร่ายรำประสานกับท่วงทำนองที่บรรเลงด้วยซอ (Sanshin) และโคโตะ (จะเข้ญี่ปุ่น) แสดงให้เห็นถึงความสง่างามและความเป็นริวกิว

    ดังนั้นเราจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวัฒนธรรมและประเพณีเหล่านี้ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้อย่างกว้างขวาง

    สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน

    ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นบริเวณน่านน้ำในเขตมหาสมุทรแปซิฟิก และในปี 1941 โอกินาว่าได้รับความเสียหายอย่างมากจากการสงครามครั้งนี้ เหตุการณ์ที่รุนแรงมากที่สุดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็น 1ใน 4 ของประชากรทั้งหมดในเกาะ ในช่วงหลังสงคราม โอกินาว่าถูกปกครองภายใต้การปกครองจากสหรัฐเป็นเวลา 27 ปี จนกว่าจะกลับสู่การควบคุมของญี่ปุ่นเหมือนเดิม

     

    สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดโอกินาว่า

    ในปัจจุบันจังหวัดโอกินาว่าได้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ด้วยสภาพอากาศที่อบอุ่นและวัฒนธรรมที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติถึง 6,000,000 คนเลยทีเดียว

    จังหวัดโอกินาว่าแบ่งออกเป็นเกาะหลักและหมู่เกาะรอบนอก ซึ่งเกาะหลักนั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือโอกินาว่าตอนใต้ โอกินาว่าตอนกลาง และโอกินาว่าตอนเหนือ จะมีสถานที่ท่องเที่ยวใดที่น่าสนใจบ้าง ตามไปดูกันเลย!

     

    เมืองนาฮะและโอกินาว่าตอนใต้

    1. ถนนโคกุซาอิโดริ (Kokusaidori street)

    SF11/ Shutterstock

    ย่าน Kokusai Dori ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนาฮะ (Naha) ยาวไปตามถนนประมาณ 2 กม. เป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ บาร์ โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก ร้านบูติก และห้างสรรพสินค้า ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดให้บริการจนถึง 22:00 น. นอกจากนั้นยังมีดนตรีสดที่บรรเลงขึ้นจากร้านอาหารหลายแห่ง เป็นย่านที่สามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศและอาหารรสเลิศ รวมถึงแหล่งชอปปิ้งสุดพิเศษที่สายช้อปไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

    ข้อมูลเกี่ยวกับถนนโคกุซาอิโดริ (Kokusaidori street)

    วิธีเดินทาง

    • จากสนามบิน Naha นั่งรถไฟ Yui Rale ลงที่สถานี Miebashi เดิน 10 นาที

    พิกัด

    • 1-1 Makishi, Naha City, Okinawa

    เวลาทำการ

    • 9:00 - 22:00 น.

    เว็บไซต์


    2. ตลาดสดมากิชิ (Makishi Public Market)

    https://kosetsu-ichiba.com

    ตลาดสดของเมือง Naha ที่มีมานานกว่า 60 ปี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารสดจากโอกินาว่าได้ ของที่นำมาขายส่วนใหญ่จะเป็นพวกปลา ผัก ผลไม้ และอาหารปรุงสำเร็จจากโอกินาว่า

    โดยเฉพาะบริเวณชั้นสองนั้นเต็มไปด้วยร้านอาหาร เราสามารถซื้อกับข้าวจากชั้นล่างขึ้นมาทานที่ชั้น 2 ก็ย่อมได้ หรือจะซื้ออาหารสดมาให้ทางร้านอาหารปรุงรสก็ได้นะ

    หมายเหตุ : ขณะนี้ตลาดกำลังปิดปรับปรุง โดยมีกำหนดปิดในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2019 –  31 มีนาคม 2022 และย้ายไปที่ Nigiwai Square ชั่วคราว (เดินจากตลาดเดิมไป 3 นาที)

    ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดสดมากิชิ (Makishi Public Market)

    วิธีเดินทาง

    • เดิน 10 นาที จากสถานี Miebashi

    พิกัด

    • 2-10-1, Matsuo, Naha-City, Okinawa

    พิกัดร้านชั่วคราว

    • 2-7-10 มัทสึโอะ เมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่า

    เว็บไซต์


    3. ซากปราสาทชูริ (Shuri Castle)

    ในปี 1945 ปราสาทชูริ สถาปัตยกรรมสีแดงสดใสที่สื่อถึงความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ริวกิวนั้น ถือเป็นศูนย์กลางทางการเมือง การทูต และวัฒนธรรมของอาณาจักรริวกิวในอดีต อาคารหลักของตัวปราสาททำจากไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาณาจักรริวกิว ภายในตัวปราสาทมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมจีนเเละญี่ปุ่นผสมผสานกันอย่างลงตัวจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของริวกิว

    อุนา หรือลานกว้างหน้าอาคารหลักปูด้วยแผ่นกระเบื้องสีแดงสลับกับสีขาวเป็นบริเวณที่ใช้ทำพิธีการของเหล่าขุนนาง ส่วนห้องอ่านหนังสือที่เชื่อมกับห้องโถงหลักนั้น นอกจากจะเป็นสถานที่ทรงงานของกษัตริย์แล้วก็ยังเป็นห้องรับรองผู้ส่งสารจากจีนและเจ้าหน้าที่จากซัทสึมะอีกด้วย

    แม้ว่าวัฒนธรรมของราชอาณาจักรริวกิวถูกทิ้งให้อยู่ในซากปรักหักพัง แต่ในปี 1992 ปราสาทชูริได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ เพื่อเป็นการระลึกถึงปีที่ 20 นับของการกลับคืนสู่ญี่ปุ่นของโอกินาว่า

    ในเดือนธันวาคมปี 2000 ปราสาทชูริได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกแห่งที่ 11 ของญี่ปุ่น

    หมายเหตุ : เนื่องด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ในวันที่ 31 ตุลาคม 2019 ขณะนี้ปราสาทจึงเปิดให้บริการเป็นบางส่วนเท่านั้น รายละเอียดสามารถตรวจสอบได้จากด้านล่าง

    ข้อมูลเกี่ยวกับซากปราสาทชูริ (Shuri Castle)

    วิธีเดินทาง

    • เดิน 4 นาทีจากสถานี Shuri

    พิกัด

    • 1-2 คินโจโชว ชูริ เมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่า

    เวลาทำการ

    • 8:00 - 19:30 น.

    เว็บไซต์


    4. โอกินาว่าเวิลด์ (Okinawa World Culture Kingdom Gyokusendo)

    Mix and Match studio / Shutterstock

    โอกินาว่าเวิลด์ (Okinawa World) เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของจังหวัด เป็นธีมพาร์คที่เน้นวัฒนธรรมดั้งเดิมของโอกินาว่า ภายในมีหมู่บ้านอาณาจักรริวกิว (Kingdom Village), ถ้ำเกียวคุเซนโด (Gyokusendo) และพิพิธภัณฑ์สวนงูฮาบุพาร์ค (Habu Museum Park) ซึ่งสถานที่แต่ละแห่งจะมีค่าเข้าชมที่ไม่เท่ากัน

    เนื่องจากโอกินาว่าเคยเป็นราชอาณาจักรริวกิวที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ที่นี่จึงเต็มไปด้วยสิ่งประดิษฐ์และวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีความสวยงามตามแบบฉบับริวกิว นอกจากจะเพลิดเพลินกับบรรยากาศย้อนยุคแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถศึกษาประวัติศาสตร์โอกินาว่าในยุคริวกิวและร่วมสนุกกับกิจกรรม workshop งานฝีมือได้ในหมู่บ้านหัตถกรรมดั้งเดิม

    หากทอดสายตาไปรอบๆ เราจะเห็นบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งเรียงรายอยู่บนถนน หลังคาบ้านทำด้วยกระเบื้องสีแดง รวมถึงร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ

    อีกทั้งยังสามารถชมถ้ำหินปูนรูปร่างสวยงามตระการตาที่เกิดมาจากแนวปะการัง และเพลิดเพลินไปกับการแสดงท้องถิ่นของโอกินาว่าได้อีกด้วย

     Suchart Boonyavech / Shutterstock

    ข้อมูลเกี่ยวกับโอกินาว่าเวิลด์ (Okinawa World Culture Kingdom Gyokusendo)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Asahibashi ขึ้นรถบัสหมายเลข #54 (สาย Maekawa) หรือ #83 (สาย Gyokusendo) และลงที่ป้ายรถบัส Gyokusendo-mae

    พิกัด

    • 1336 Tamakimaegawa, Nanjo City, Okinawa

    เวลาทำการ

    • 9:00 - 18:00 น.

    เว็บไซต์


    5. ถนนชูริคินโจ (Shuri Kinjo-Cho Road)

    ถนนชูริคินโจ (Shuri Kinjo-Cho Road) สร้างขึ้นในรัชสมัยกษัตริย์โชชินเพื่อเป็นทางเดินเชื่อมต่อจากปราสาทชูริไปยังท่าเรือ เดิมมีความยาวถึง 10 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 300 เมตรเท่านั้น

    ความโดดเด่นของถนนสายนี้คือถนนทั้งหมดทำจากหินปูนริวกิว ระหว่างทางเดินจะมีจุดนั่งพักที่สามารถชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของสถานที่แห่งนี้ได้ บ้านเรือนเก่าแก่ของโอกินาว่าที่ตั้งเรียงรายตลอดสองฟากฝั่งทางเดินก็สร้างบรรยากาศผ่อนคลายและเพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี

    ข้อมูลเกี่ยวกับถนนชูริคินโจ (Shuri Kinjo-Cho Road)

    วิธีการเดินทาง

    • นั่งโมโนเรลโอกินาว่ายูอิเรลไปลงที่สถานีชูริ แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที

    พิกัด

    • บล็อกที่ 1 ชูริคินโจโจ เมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่า

     

    โอกินาว่าตอนกลาง

    1. แหลมซัมปะ (Cape Zanpa)

    หน้าผาสูง 30 เมตรที่ทอดยาวไปตลอด 2 กิโลเมตร บริเวณสุดขอบผาจะมีประภาคารสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ ซึ่งเปรียบเสมือนแลนด์มาร์กของที่นี่ อีกทั้งสถานที่แห่งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่มีชื่อเสียงด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับแหลมซัมปะ (Cape Zanpa)

    วิธีการเดินทาง

    • จากสนามบินนาฮะใช้เวลาประมาณ 80 นาทีโดยรถยนต์
    • จากสนามบินนาฮะโดยใช้ทางแยกต่างระดับ Okinawa Kita IC ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
    • จากสนามบินนาฮะนั่งรถบัสสาย 28 ลงป้ายซัมปะมิซากิโคเอ็น แล้วเดินต่ออีก 5 นาที

    พิกัด

    • 1861 อุสะโยมิตันซน นาคากามิ จังหวัดโอกินาว่า

    ติดต่อ

    • ลานพักผ่อนซัมปะมิซากิ

    เบอร์โทรศัพท์

    • 098-958-0038


    2. สวนพฤกษศาสตร์ตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Botanical Gardens)

    ดื่มด่ำกับบรรยากาศร่มรื่นที่สวนพฤกษศาสตร์ตะวันออกเฉียงใต้ที่มีพืชพันธุ์แปลกตามากกว่า 1,300 กว่าชนิด ภายในสถานที่แห่งนี้มีต้นยุซุระยาชิที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น!

    นอกจากจะมีร้านอาหารเพื่อสุขภาพแล้ว ยังสามารถเล่นกับสัตว์ต่างๆอย่างใกล้ชิดและเพลิดเพลินได้อีกด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับสวนพฤกษศาสตร์ตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Botanical Gardens)

    วิธีการเดินทาง

    • จากสนามบินนาฮะใช้เวลาประมาณ 60 นาทีโดยรถยนต์
    • จากสนามบินนาฮะโดยใช้ทางแยกต่างระดับ Okinawa Kita IC ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
    • จากสนามบินนาฮะนั่งรถบัสสาย 90 ลงป้ายโนมินเค็งคิวเซ็นตามาเอะ แล้วเดินต่ออีก 20 นาที

    พิกัด

    • 2146 ชิบานะ เมืองโอกินาว่า จังหวัดโอกินาว่า

    เวลาทำการ

    • 9.00 - 22.00 น.

    ค่าเข้าชม

    • บุคคลทั่วไป/ผู้ใหญ่ 1,500 เยน
    • นักเรียนมัธยมปลาย 1,000 เยน
    • นักเรียนประถมและมัธยมต้น 500 เยน

    เบอร์โทรศัพท์

    • 098-939-2555

    เว็บไซต์


    3. ซากปราสาทคัทสึเร็น (Katsuren Castle)

    ปราสาทคัทสึเร็นได้ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ในอดีตปราสาทแห่งนี้เป็นที่พำนักของกษัตริย์มานานหลายร้อยปี ก่อนจะกลายเป็นจังหวัดโอกินาว่ามาจนถึงปัจจุบัน ปราสาทคัทสึเร็นเป็นปราสาทแบบ Teikaku-shiki คือตั้งอยู่บนพื้นที่ราบทั้งสี่ และมีโครงสร้างเป็นรูปแบบบันได

    กำแพงปราสาทถูกสร้างขึ้นโดยใช้ภูมิทัศน์จากธรรมชาติ โดยใช้กำแพงหินเป็นเสมือนขอบหน้าผาชัน กำแพงนี้มีความสูงมากกว่าระดับน้ำทะเล 98 เมตร มีบันไดโค้งและเนินลาดชัน ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันข้าศึก

    นอกจากนี้ยังมีการค้นพบกระเบื้องญี่ปุ่นโบราณและเสาหินสลักจำนวนมาก อาคารหลังคากระเบื้องที่ถูกสร้างขึ้นแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของปราสาทในอดีต

    ข้อมูลเกี่ยวกับซากปราสาทคัทสึเร็น (Katsuren Castle)

    วิธีเดินทาง

    • ใช้รถไฟสาย Yui Rail แล้วลงที่สถานี Asahibashi จากนั้นเดินไปที่สถานีขนส่ง Naha (5 นาที) นั่งรถบัสสาย Yokatsu (# 52) ลงที่ป้ายรถบัส Katsuren Danchimae จากนั้นเดินประมาณ 5 นาที

    พิกัด

    • 3908 Katsurenhaebaru, Uruma City, Okinawa

    เวลาทำการ

    • 09:00 - 18:00 น.

    เว็บไซต์


    4. หาดทรอปิคอล บีช (Tropical Beach)

    หาดทรอปิคอล บีช (Tropical Beach) เป็นชายหาดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชาวท้องถิ่น รวมถึงชาวอเมริกาที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง

    บริเวณชายหาดมีโต๊ะและเก้าอี้ให้เช่าสำหรับปาร์ตี้บาร์บีคิว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องอาบน้ำ ร้านค้า รวมถึงอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ ทำให้ชายหาดแห่งนี้เป็นที่นิยมสำหรับวันหยุดของญี่ปุ่น

    ข้อมูลเกี่ยวกับหาดทรอปิคอล บีช (Tropical Beach)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานีขนส่ง Naha Bus Terminal ให้นั่งรถบัสสาย Naha Airport Limousine Bus ไปลงป้าย Convention center mae

    พิกัด

    • 4-2-1 Mashiki, Ginowan, Okinawa

    เวลาทำการ

    • 9:00 - 21:30 น. (ขึ้นอยู่กับแต่ละฤดูกาล)

    เว็บไซต์


    5. ถนนกลางทะเล (Mid-Sea Road)

    https://bit.ly/2EqdIKO

    ประสบการณ์ที่ต้องลองสักครั้งก็คือ 'การขับรถบนมหาสมุทร' ซึ่งเราสามารถทำแบบนี้ได้ที่ถนนกลางทะเล (Mid-Sea Road)

    Mid-Sea Road เป็นถนนที่ล้อมรอบด้วยน้ำทะเล ทั้งสองด้านของถนนสายนี้เชื่อมกับเกาะจำนวน 4 เกาะที่อยู่รอบนอกเกาะหลัก และยังเชื่อมกับ Katsuren Peninsula และเกาะ Henza ด้วย

    นอกจากนี้บน Kaichudoro Road Park ยังมีร้านค้าขายสินค้าจากท้องถิ่นและร้านอาหารอีกด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับถนนกลางทะเล (Mid-Sea Road)

    วิธีเดินทาง

    • ขับรถจากทางแยกต่างระดับ Okinawa Kita IC โดยใช้ทางด่วนโอกินาว่า ผ่านถนน Okinawa Prefectural Road สาย 36 และ 10 ไปยัง Yonashiroyahira

    พิกัด

    • Yonashiroyahira, Uruma-shi

    เวลาทำการ

    • ตลอด 24 ชั่วโมง

    เว็บไซต์

     

    โอกินาว่าตอนเหนือ

    1. หมู่บ้านริวกิว (Ryukyu Mura Village)

    https://diversity-finder.net

    Ryugyu Mura หรือหมู่บ้านริวกิว เป็นธีมพาร์คขนาดเล็กที่มีคอนเซปต์เป็นการเผยแผ่วัฒนธรรมดั้งเดิมของโอกินาว่าในสมัยราชวงศ์ริวกิว

    หมู่บ้านริวกิวประกอบไปด้วยบ้านพักแบบดั้งเดิมที่มุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดง ล้อมรอบตัวบ้านด้วยกำแพงหิน

    นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าและกิจกรรมเวิร์กชอปต่างๆที่ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าร่วมได้ เราจะได้ทดลองประดิษฐ์สิ่งของต่างๆในสไตล์ริวกิว ไม่ว่าจะเป็นการทำเครื่องปั้นดินเผา ถักที่รองแก้ว หรือทาสีรูปปั้น Shisa ขนาดเล็ก

    หรือใครเป็นสายดนตรีก็สามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการเล่นเครื่องดนตรีท้องถิ่นอย่าง Sanshin ก็ย่อมได้

    นอกจากนี้เราสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงมากมาย อาทิ การแสดงตีกลอง Eisa Taiko การแสดงระบำริวกิว คอนเสิร์ต ขบวนพาเหรด และพิธีกรรมต่างๆที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยริวกิว

    ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถทานอาหารยอดนิยมของโอกินาว่าและซื้อของที่ระลึกจากท้องถิ่นได้อีกด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านริวกิว (Ryukyu Mura Village)

    วิธีเดินทางนั่งรถบัส

    • Naha ไปยัง Nago แล้วลงที่ป้าย Ryukyu mura ใช้เวลาประมาณ 60 นาที

    พิกัด

    • 1130 ยามาดะ อนนะซน คุนิงามิกุง จังหวัดโอกินาว่า

    เวลาทำการ

    • 09:00 - 17:30 น.

    ค่าธรรมเนียม

    • ผู้ใหญ่ 1,500 เยน
    • นักเรียนมัธยม 1,300 เยน
    • นักเรียนประถม 600 เยน
    • เด็กต่ำกว่า 6 ขวบ เข้าชมฟรี

    เว็บไซต์


    2. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูระอุมิ (Okinawa Churaumi Aquarium)

    Moddy / Shutterstock

    พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูระอุมิ (Okinawa Churaumi Aquarium) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ว่ากันว่าหากไม่ได้ไปที่นี่ก็เหมือนไปไม่ถึงโอกินาว่า

    พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูระอุมิเป็นส่วนหนึ่งของ Ocean Expo Park จัดว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่และดีที่สุดในโลก เพราะมีความจุใหญ่พอที่จะให้ฉลามวาฬว่ายน้ำเล่นได้

    พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ตั้งอยู่บนคาบสมุทร Motobu ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำถึง 740 ชนิด

    ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูระอุมิ (Okinawa Churaumi Aquarium)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางมาจากสนามบินนาฮะ สามารถโดยสารรถ Express Bus, รถบัสท้องถิ่น และแท็กซี่ได้ โดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (ผ่านทางด่วนโอกินาว่า) และรถ Express Bus ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

    พิกัด

    • 424 Azaishikawa, Motobu, Kunigami District, Okinawa

    เวลาทำการ

    • เดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์ : 8:30 - 18:30 น.
    • เดือนมีนาคม - กันยายน : 8:30 - 20:00 น.

    ค่าธรรมเนียม

    • ผู้ใหญ่ 1,800 เยน
    • นักเรียนมัธยม 1,250 เยน
    • นักเรียนประถม 620 เยน
    • เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ เข้าชมฟรี

    เว็บไซต์


    3. ซากปราสาทนากิจิน (Nakijin Castle)

     Japan_sFireworks / Shutterstock

    ปราสาทนากิจิน (Nakijin Castle) ตั้งอยู่บนคาบสมุทร Motobu ทางตอนเหนือของโอกินาว่า และเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

    ปราสาทนากิจินนั้น นอกจากจะมีความสวยงามเทียบเท่ากับปราสาทชูริแล้วก็ยังตั้งอยู่ในพื้นที่ปลอดผู้คนด้วย กำแพงปราสาทมีก้อนหินริวกิววางซ้อนเป็นเส้นโค้งอย่างงดงาม กลมกลืนไปกับภูมิประเทศและบรรยากาศสดชื่นที่ปกคลุมไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม สร้างเอกลักษณ์ความเป็นปราสาทนากิจินได้เป็นอย่างดี

    ปราสาทนากิจินถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายยุค 1200 ย้อนไปในสมัยโบราณ ราชอาณาจักรริวกิวมีช่วงของยุคสงครามกลางเมืองที่เรียกกันว่า 'ยุคสมัยซันซัง' ในช่วงนั้นราชอาณาจักรริวกิวแบ่งออกเป็น 3 ก๊ก อันได้แก่ โฮคุซัง (Hokuzan) , ชูซัง (Chuzan) และ นันซัง (Nanzan) ครั้งหนึ่งปราสาทนากิจินเคยเป็นของราชาแห่งโฮคุซัง ผู้ซึ่งปกครองพื้นที่ครอบคลุมตั้งแต่ตอนเหนือของโอกินาว่าไปจนถึงภูมิภาคอามามิ แต่ในปี 1416 ก็ถูกโจมตีโดยโชฮาชิผู้ซึ่งปกครองชูซัง ท้ายที่สุดแล้วโชฮาชิก็ได้รวบรวม 3 ก๊กเข้าให้เป็นหนึ่งเดียวกัน กำเนิดเป็นราชอาณาจักรริวกิว

    นอกจากซากปรักหักพังของปราสาทแล้ว ที่นี่ยังมีศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม หมู่บ้านนากิจิน มีพิพิธภัณฑ์เล็กๆที่จัดแสดงสิ่งของที่ถูกค้นพบในบริเวณปราสาท เช่น เครื่องปั้นดินเผา เหรียญจีน และเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของหมู่บ้านนากิจินในอดีตอีกด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับซากปราสาทนากิจิน (Nakijin Castle)

    วิธีเดินทาง

    • ขึ้นรถบัสด่วนสาย #111 ที่สนามบินนาฮะ ไปลงที่สถานีขนส่ง Nago ซึ่งเป็นป้ายรถเมล์สุดท้าย จากนั้นขึ้นรถบัสสาย # 66 ที่สถานีขนส่ง Nago และลงที่ป้าย Nakijin Joseki Iriguchi เดินประมาณ 15 นาที

    พิกัด

    • 5101 อิมาโดมาริ, นากิจิน, คุนิกามิ, จังหวัดโอกินาว่า

    เวลาทำการ

    • 9:00 - 18:00 น.

    ค่าธรรมเนียม

    • 400 เยน (สำหรับเข้าชมปราสาทและพิพิธภัณฑ์)

    เว็บไซต์


    4. แหลมมังซาโมะ (Cape Manzamo)

    แหลมมังซาโมะ (Cape Manzamo) เป็นหน้าผาปะการังที่สวยงาม สถานที่แห่งนี้หันออกไปทางทะเลจีนตะวันออก

    พื้นที่บนหน้าผาอุดมไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติโอกินาว่า

    หากเดินเล่นไปตามทางเดิน เราจะเห็นหน้าผาปะการังรูปช้างซึ่งเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียง

    แหลมมังซาโนะนั้นไม่เพียงแต่มีทิวทัศน์ที่แสนงดงามของมหาสมุทรเท่านั้น แต่ทัศนียภาพยามอาทิตย์ตกดินก็สวยงามไม่แพ้ที่ใดๆในโอกินาว่าเลย

    ข้อมูลเกี่ยวกับแหลมมังซาโมะ (Cape Manzamo)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานีรถบัส Kokusaisen Ryokaku (Naha bus terminal) ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Onna Son Yakuba mae (ใช้เวลา 2 ชม.) จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 13 นาที

    พิกัด

    • Manzamo Onna, Kunigami District, Okinawa

    เว็บไซต์


    5. แหลมมาเอดะและถ้ำใต้น้ำ (Cape Maeda & Blue cave)

    แหลมมาเอดะ (Cape Maeda) ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของใจกลางโอกินาว่า โขดหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านกลางแนวปะการังที่ยกตัวสูงขึ้นเหนือระดับน้ำทะเล ด้านล่างสามารถมองเห็นมหาสมุทรสีเขียวมรกตและแนวปะการังที่สวยงามของโอกินาว่า

    https://bit.ly/2HzplAx

    สำหรับถ้ำ Blue Cave นั้นเป็นสถานที่ที่ผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำจะพลาดไม่ได้เลย เพราะทัศนียภาพภายในถ้ำเป็นสีฟ้าสมชื่อ Blue Cave 

    นักดำน้ำสามารถดำได้ลึกถึง 30 เมตรสู่บริเวณ Manza Dream Hole หรือคนที่ไม่สะดวกดำน้ำก็สามารถนั่งเรือท้องกระจกของ Busena Marine Park เพื่อชมความงามของที่นี่ได้เช่นกัน

    ข้อมูลเกี่ยวกับแหลมมาเอดะและถ้ำใต้น้ำ (Cape Maeda & Blue cave)

    วิธีเดินทาง

    • โดยสารรถบัสจากสนามบิน Naha ไปยังสถานีขนส่ง Ryukyu-Mura (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) จากนั้นเดินไปยัง Cape Maeda (ที่ถ้ำ Blue Cave) ใช้เวลามากกว่า 30 นาที หรือนั่งแท็กซี่โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที

     

    หมู่เกาะรอบนอก

    1. เกาะโทกะชิกิ (Tokashiki Island)

    เกาะโทกะชิกิ (Tokashiki Island) เป็นเกาะที่กินพื้นที่มากสุดในวนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเครามะ ใช้เวลาเดินทางเพียง 35 นาทีจากท่าเรือโทมาริ ที่เกาะแห่งนี้มีหอชมวิวที่เมื่อทอดสายตาออกไปจะเห็นทิวทัศน์ของทะเลสีครามอันสวยงาม นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคณะเยาวชนที่ต้องการค้างแรมด้วย อีกทั้งยังเป็นเกาะที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากหนุ่มสาวชาวโอกินาว่าและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

    ทางฝั่งตะวันตกของเกาะยังมีชายหาดโทคุคะชิคุและหาดอาฮะเรน ซึ่งเป็นหาดที่สวยงามและเป็นนิยมมากที่สุด มีบริการห้องอาบน้ำ ห้องน้ำ และร้านค้า นอกจากนี้ยังมีร้านบริการให้เช่าชุดอุปกรณ์ดำน้ำลึกและสนอร์เกิลด้วย

    หากมาเที่ยวที่นี่ก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติทางทะเลที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบของระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นปลาทะเลหลากชนิด แนวปะการังที่สวยงาม และบางครั้งเราอาจจะเห็นแม่เต่าทะเลขึ้นมาวางไข่บนชายหาดด้วยนะ

    ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะโทกะชิกิ (Tokashiki Island)

    วิธีเดินทาง

    • นั่งเรือจากท่าเรือโทมาริ – ท่าเรือโทะคากิ / เรือด่วนใช้เวลา 35 นาที ส่วนเรือเฟอร์รี่ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที *ไม่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้


    2. เกาะอิชิงากิ (Ishigaki Island)

    เกาะอิชิงากิ หนึ่งในเกาะรอบนอกของโอกินาว่าที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ถัดจากเกาะหลักโอกินาว่าและเกาะอิริโอโมเตะ

    ด้วยความที่เป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และการคมนาคม บรรยากาศในเมืองจึงเต็มไปด้วยสีสันของเหล่าผู้คนที่สัญจรไปมา รวมทั้งเพลิดเพลินกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้พร้อมๆกัน ณ เกาะแห่งนี้

    ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะอิชิงากิ (Ishigaki Island)

    • วิธีการเดินทาง จากสนามบินนาฮา - สนามบินอิชิงาคิ มินามินุชิมะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
      *ไม่สามารถเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่ได้


    3. เกาะมิยาโกะ (Miyako Island)

    เกาะมิยาโกะเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของจังหวัดโอกินาว่า เนื่องจากมีพื้นที่ราบเรียบและไม่มีภูเขาสูง จึงทำให้มองเห็นทัศนียภาพของชายทะเลได้จากหลายจุด พร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศสดชื่นผ่อนคลายด้วยวิวทิวทัศน์ที่แสนงดงาม

    ว่ากันว่าชายหาดบนเกาะมิยาโกะสวยงามมาก แนวปะการังรอบเกาะก็เหมาะกับกิจกรรมดำน้ำตื้นมากที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือเราสามารถไปเที่ยวเกาะมิยาโกะได้ตลอดทั้งปีด้วย แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรไปเกาะแห่งนี้จะอยู่ระหว่างเดือนเมษายน - พฤศจิกายนเพราะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงสุดไม่เกิน 25 องศา ซึ่งทำให้น้ำทะเลอุ่นกำลังดี

    ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะมิยาโกะ (Miyako Island)

    วิธีเดินทาง

    • จากสนามบินนาฮา - สนามบินมิยาโกะ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที
      *ไม่สามารถเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่ได้


    4. เกาะคุเมะ (Kume Island)

    เกาะคุเมะ (Kuma Island) ตั้งอยู่ในบริเวณทะเลจีนตะวันออก ซึ่งมีระยะห่างจากเกาะหลักโอกินาว่าไปทางทิศตะวันตกประมาณ 100 กิโลเมตร นอกจากจะเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโอกินาว่าแล้ว ก็ยังเป็นเกาะที่ล้อมรอบไปด้วยแนวปะการังที่แสนงดงาม

    ในสมัยราชวงศ์ริวกิว เกาะคุเมะเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติมากที่สุดจนได้รับการยกย่องว่าเป็น 'คุมิโนะชิมะ' (Kumi no Shima) ซึ่งหมายถึง 'เกาะที่สวยงามราวอัญมณี' หรือ 'เกาะที่มีความสวยงามโดดเด่นมากที่สุดในบรรดาเกาะแก่งต่างๆของหมู่เกาะริวกิว'

    พื้นที่เกือบทั้งหมดของเกาะคุเมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติประจำจังหวัดโอกินาว่า นอกจากนี้กระแสน้ำคุโรชิโอะที่อยู่ใกล้ชายฝั่งของเกาะคุเมะยังก่อให้เกิดเขตประมงที่อุดมสมบูรณ์ จนกลายเป็นเกาะที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากเหล่านักตกปลา

    ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะคุเมะ (Kume Island)

    วิธีการเดินทาง

    • จากสนามบินนาฮา - สนามบิน ใช้เวลาเกาะคุเมะ ใช้ประมาณ 30 นาที
      นั่งเรือจากท่าเรือโทมาริ - ท่าเรือคาเนะกุซุคุ, เกาะคุเมะ เรือเฟอร์รี่ใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง

    เว็บไซต์


    5. เกาะฮาเตะโนะฮามะ (Hatenohama Island)

    ฮาเตะโนะฮามะเป็นเกาะที่มีเพียงหาดทรายซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะคุเมะ ว่ากันว่างดงามที่สุดในซีกโลกตะวันออก และเป็นชายหาดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เกาะแห่งนี้ถูกจัดอันดับความนิยมไว้เป็นอันดับต้นๆของชายหาดในโอกินาว่าเสมอ

    เมื่อมองไปรอบๆเกาะ เราจะเห็นเพียงหาดทรายสีขาวสะอาดตากับท้องทะเลสีเขียวมรกต เกาะแห่งนี้ไม่มีร่มเงาจากต้นไม้หรือโขดหินสูงเลย เพราะเกาะฮาเตะโนะฮามะเป็นเกาะร้าง! ถ้าใครได้ไปเที่ยวที่นี่ก็อย่าลืมพกครีมกันแดดไปด้วยนะ

    ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะฮะเตะโนะฮามะ (Hatenohama Island)

    วิธีการเดินทาง

    • นั่งเรือจากเกาะคุเมะ ใช้เวลา 20 นาที


    แหล่งชอปปิ้ง

    1. AEON MALL Okinawa Rycom

    Applepy / Shutterstock

    สำหรับผู้ที่รักการชอปปิ้งเป็นชีวิตและจิตใจ คงพลาดไม่ได้ที่จะไม่มาสถานที่แห่งนี้

    AEON MALL Okinawa Rycom เป็นศูนย์การค้าที่มีร้านค้าให้ช้อปกว่า 220 ร้าน รวมทั้งอาหารอร่อยมากมาย อีกทั้งยังมีสิ่งให้ความบันเทิงทางวัฒนธรรม รวมความหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโอกินาว่า โดยจะสังเกตเห็นว่าทางเข้ามีรูปปั้น Shiisaa ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับความเป็นโอกินาว่าอย่างแท้จริง

    ข้อมูลเกี่ยวกับ AEON MALL Okinawa Rycom

    วิธีเดินทาง

    • นั่งรถบัสสาย #125 หรือ #152 จาก Naha Bus Terminal ไปลงที่ป้าย Aeon Mall Okinawa Rycom : Express Line ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 24 นาที

    พิกัด

    • 1 rycom kitanakagusuku-son nakagami-gun okinawa

    เวลาทำการ

    • 10:00 - 22:00 น.

    เว็บไซต์


    2. American Village

    tutae / Shutterstock

    American Village เป็นศูนย์รวมร้านอาหารและย่านชอปปิ้งที่มีชื่อเสียงของโอกินาว่า เราสามารถเพลิดเพลินกับการชอปปิ้งสินค้านำเข้าจากอเมริกา ไปจนถึงร้านค้าขายของท้องถิ่นของโอกินาว่า

    ภายในมีห้างสรรพสินค้ากลางแจ้งขนาดใหญ่สไตล์อเมริกัน มีชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ และร้านเสื้อผ้าแบรนด์อเมริกัน รวมทั้งร้านอาหารอเมริกันแท้ๆ เช่น ฮอตดอกและแฮมเบอร์เกอร์ ยิ่งไปกว่านั้น เราสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนโรแมนติกด้วยการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดิน ณ ริมหาดได้ด้วย อีกทั้งในยามพลบค่ำเราก็สามารถสนุกสนานไปกับบรรยากาศของค่ำคืนที่ไม่ยอมหลับใหล นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการให้เช่าจักรยานด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับ American Village

    วิธีเดินทาง

    • นั่งรถบัสสาย 28, 29, 120 จาก Naha Bus Terminal ไปลงที่ป้าย Kuwae ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

    พิกัด

    • American Village, 9-1 Mihama, Chatan, Okinawa

    เวลาทำการ

    • 10:00 - 22:00 น.

    เว็บไซต์


    3. Blue Seal Makiminato

    ร้าน Blue Seal แห่งแรกที่เปิดในจังหวัดโอกินาว่าคือสาขามากิมินาโตะแห่งนี้นี่เอง! ด้วยการออกแบบและการตกแต่งภายในร้านเป็นแบบอเมริกันย้อนยุค จึงทำให้เราเหมือนไปอเมริกาทั้งที่ยังยืนอยู่ในโอกินาว่าเลยทีเดียว

    นอกจากนี้เรายังสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารอเมริกัน เช่น แฮมเบอร์เกอร์ และอาหารอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงขนมหวาน เช่น ไอศกรีมและพาร์เฟ่ต์

    หากเบื่ออาหารญี่ปุ่น ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

    ข้อมูลเกี่ยวกับ Blue Seal Makiminato

    วิธีเดินทาง

    • นั่งรถบัสจาก Kokusaisen Ryokaku Terminal mae สาย #120 ไปลงที่ป้าย Daiichi Makiminato

    พิกัด

    • 5 - โชเมะ - 5- 6 มากิมินาโตะ, อุระโซเอะชิ จังหวัดโอกินาว่า

    เวลาทำการ

    • 10:00 - 23:00 น.

    เว็บไซต์

     

    อาหารท้องถิ่นของโอกินาว่า

    จังหวัดโอกินาว่ามีความแตกต่างอย่างมากจากจังหวัดอื่นๆในญี่ปุ่น อาหารที่นี่มีความเป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจากการผสมผสานกันของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกของโอกินาว่า จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีอาหารรสเลิศมากมายที่เราสามารถพบได้แค่บนเกาะแห่งนี้เท่านั้น

    จุดเด่นของอาหารในโอกินาว่านั้นเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของคุณค่าทางโภชนาการซึ่งดีต่อสุขภาพ

    เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าอาหารขึ้นชื่อของเกาะแห่งนี้มีอะไรบ้าง


    1. ชัมปุรุ (Champuru)

    Champuru หมายถึง 'ผัด' ในภาษาโอกินาว่า และหมายความว่าส่วนผสมต่างๆของอาหารจานนี้ผ่านการปรุงสุกมาด้วยวิธีผัด เมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Goya Champuru เป็นมะระโอกินาว่าที่มีรสขม ผัดกับเต้าหู้ ไข่ และหมู

    นอกจากนี้ยังมีการผัดแบบอื่น ได้แก่ Champuru Fu (กลูเตนข้าวสาลี) , Champuru เต้าหู้, และ Champuru มะละกอ


    2. โอกินาว่าโซบะ (Okinawa Soba)

    ถ้าเทียบกับอาหารบ้านเรา เมนูนี้มีความนิยมเทียบเท่ากับต้มยำกุ้งเลยทีเดียว เพราะโอกินาว่าโซบะมีความแตกต่างจากโซบะทั่วไป เนื่องจากใช้ส่วนผสมจากข้าวสาลีมากกว่าแป้งบัควีท เส้นจึงให้ความรู้สึกที่คล้ายกับเส้นอุด้งมากกว่าเส้นโซบะ

    โอกินาว่าโซบะมีลักษณะคล้ายกับเส้นราเมนเสิร์ฟในน้ำซุปพร้อมทอปปิ้งหลากชนิด ทอปปิ้งส่วนใหญ่คือหมูตุ๋น เรียกว่าโซกิโซบะ และยังมีต้นหอม คามาโบโกะ (เค้กปลา) และขิงแดง


    3. ทาโคไรซ์ (Taco Rice)

    แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนสำหรับต้นกำเนิดของอาหารจานนี้ แต่ที่รู้กันแน่ๆคือเราค้นพบ Taco Rice ในโอกินาว่าตอนช่วงก่อนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

    หน้าตาของ Taco Rice ก็ดูจะละม้ายคล้ายกับข้าวราดแกงบ้านเรา แต่ส่วนผสมของตัวกับนั้นจะมีเนื้อ ผักสลัด มะเขือเทศ และซอสซัลซา ราดบนข้าวสวยเม็ดอ้วนกลมร้อนๆ นอกจากนี้ยังมักจะมีทอปปิ้งอื่นเพิ่มเข้ามา เช่น ชีสหรือหัวหอม

    แม้ว่าปกติแล้วชาวญี่ปุ่นจะคุ้นเคยกับการใช้ตะเกียบทานข้าว แต่สำหรับการรับประทานทาโคไรซ์เรามักจะใช้ช้อนมากกว่า อาหารชนิดนี้จึงได้รับความนิยมจากชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในโอกินาว่าเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือราคาจับต้องได้ เรียกว่าอิ่มจังตังค์เหลือเยอะเลยก็ว่าได้นะ


    4. ซาชิมิเนื้อแพะ (Yagi Sashimi)

    Yagi sashimi หรือเนื้อแพะซาชิมิ เป็นหนึ่งในอาหารท้าทายที่ต้องลองในโอกินาว่า

    เนื้อแพะซาชิมิที่นี่ถูกเสิร์ฟแบบเดียวกันกับซาชิมิอาหารทะเลทั่วไป มีรสชาติและกลิ่นที่ค่อนข้างแรง อีกทั้งยังมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวเป็นพิเศษอีกด้วย


    5. ไอศกรีมเกลือ (Salt Ice-cream)

    อ่านแล้วอาจจะตกใจกับชื่อ 'ไอศกรีมเกลือ' หลายคนคงสงสัยว่างั้นมันก็เป็นไอศกรีมรสเค็มน่ะสิ!? แต่เชื่อเถอะว่าถ้ารู้ที่มาแล้วทุกคนจะต้องอยากชิมแน่นอน

    'Yukishio' หมายถึงเกลือหิมะ ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพจากเกาะมิยาโกะในโอกินาว่า ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่ามีแร่ธาตุหลากหลายชนิดมากที่สุดในโลก เกลือหิมะนั้นมีรสชาติอันหลากหลายให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรสชบา, โกโก้, วาซาบิ, พริกไทย, งาดำ, ชาเขียว ฯลฯ


    6. อะวาโมริ (Awamori)

    อะวาโมริ (Awamori) เป็นสุรากลั่นที่มีลักษณะเฉพาะของโอกินาว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ระหว่าง 30-40 เปอร์เซ็นต์ คล้ายกับเหล้าโชจูของภูมิภาคคิวชู แต่ต่างกันตรงที่อะวาโมริทำจากข้าวไทยและใช้ราดำในการหมัก

    อาวะโมรินับว่าเป็นเครื่องดื่มพื้นเมืองของโอกินาว่า และยังมีจำหน่ายอย่างกว้างขวางทั่วทั้งเกาะอีกด้วย

    สายดื่มห้ามพลาดนะ!

    ที่มา: รวมข้อมูล 'จังหวัดโอกินาว่า' และสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต’

    ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจได้ที่: fromJapan.info



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in