"เราจะได้พูดคำว่า ยินดีต้อนรับกลับ อีกสักกี่รอบกันนะ"
คิดว่าเป็นเพลงที่สื่อถึงความสัมพันธ์ของครอบครัวได้ดีมากเลยค่ะ อยากให้ทุกคนได้ลองมาฟังดูค่ะ🫶
เนื่องจากเป็นเพลงที่ชื่อว่า 'ครอบครัว' ผู้ร่วมร้อง คุณ Moe, และคุณ Mana เป็นน้องสาวของคุณฟุคาเสะ นักร้องนำของวงเองค่ะ เสียงเพราะมาก ๆ เลย🥺
เป็นเพลงที่เล่นกับธรรมเนียมของญี่ปุ่นในการพูด "กลับมาแล้วนะ" และ"ยินดีต้อนรับกลับ" ของครอบครัว และความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ดีเลยล่ะค่ะ
君が家に帰ってきた時「ただいま」の声で分かる
Kimi ga ie ni kaettekita toki "Tadaima" no koe de wakaru
เวลาที่เธอกลับมาบ้าน ก็รับรู้ได้จาก "กลับมาแล้วนะ" ที่ลอยมา
わざわざ「何があったの?」なんて聞かないけど
wazawaza " nani ga atta no?" nante kikanai kedo
แม้ผมจะไม่ได้ถามต่อว่า "เกิดอะไรขึ้น" ก็ตาม
家族だから そばにいるけど
Kazoku dakara soba ni iru kedo
เพราะเป็นครอบครัว เราควรอยู่เคียงข้างกัน
家族だからこそこんなにも遠い
Kazoku dakara koso konna ni mo tooi
แล้วเพราะเราเป็นครอบครัวด้วยหรือเปล่า เราจึงห่างไกลกันเพียงนี้
引かれた線のギリギリで何も気付かないふり
Hikareta sen no girigiri de nani mo kitsukanai furi
ผมได้แต่ทำเป็นไม่เห็นเส้นที่ถูกขีดแบ่งลวก ๆ ระหว่างเรา
「おかえり」の言葉にはち切れそうな意味を込めた
"Okaeri" no kotoba ni hachikire sou na imi wo kometa
"ยินดีต้อนรับกลับ " ประโยคสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยความหมายมากมาย
大丈夫? 何があっても味方でいるとか
Daijobu? nani ga attemo mikata de iru toka
ทั้งเป็นอะไรหรือเปล่า ทั้งไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างเธอตรงนี้นะ
「ただいま」の言葉が助けてって聞こえた気がして
"Tadaima" no kotoba ga tasuketette kikoeta kigashite
แต่บางครั้งคำว่า "กลับมาแล้ว" กลับกลายเป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
何も聞かないけど
Nani mo kikanai kedo
แม้ผมจะไม่ได้ถามต่อ
そばにいようと思った
Soba ni iyou to omotta
ได้แต่คิดว่าจะอยู่เคียงข้างตรงนี้นะ
君が家に帰ってこないと。言うはずだった「おかえり」と 「今夜はカレーだよ」って言葉が
Kimi ga ie ni kaette konai to. Iu hazu datta "okaeri" to "konya wa karee dayo" tte kotoba ga
พอเธอไม่กล้บบ้านมา คำที่ปกติจะพูดอย่าง "ยินดีต้อนรับกลับนะ" หรือ "คืนนี้กินข้าวแกงกะหรี่นะ" ก็หายไปด้วย
居心地悪そうなんだよ
Igokochi warusou nan dayo
ได้แต่รู้สึกไม่สบายใจ
家族だから 解っちゃう事
kazoku dakara wakacchau koto
เพราะเป็นครอบครัว จึงมีทั้งเรื่องที่เข้าใจกันดี
家族だからこそ分からない事
Kazoku dakara koso wakaranai koto
แต่ก็เพราะเป็นครอบครัว จึงมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันด้วย
知らない君の顔を見る度に
Shiranai kimi no kao wo miru tabi ni
ตอนที่ได้เห็นสีหน้าเธอที่ผมไม่รู้จัก
越えそうになる線
Koesou ni naru sen
ผมจะก้าวข้ามเส้นกั้นนั้นนะ
「おかえり」って言う事 当たり前すぎて分からなかった
"Okaeri" tte iu koto atarimae sugite wakaranakatta
การพูด "ยินดีต้อนรับกลับนะ" มันกลายเป็นเรื่องเคยชินจนไม่รู้ตัว
いつまでも 当たり前には言えないんだとか
Itsumademo atarimae ni wa ienain datoka
แต่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่ไม่สามารถพูดมันออกมาได้อย่างที่เคย
「ただいま」って言うのが少しだけわざとらしくなっても
"Tadaima" tte iu no ga sukoshi dake waza to rashikunattemo
ถึงแม้จะกลายเป็นพูด "กลับมาแล้ว" อย่างเน้นเสียง ผิดปกติก็ตาม
きっと「帰るね」って言うから
Kitto "kaerune" tte iu kara
ทุกครั้ง ผมจะพูด "เดี๋ยวกลับมานะ" นะ
「気をつけてね」って言って
"Ki wo tsuketene" tte itte
ดังนั้น อย่าลืมตอบกลับด้วย "ระวังตัวด้วยนะ" ด้วยนะ
「おかえり」の言葉をこれから何度言えるのかな
"Okaeri" no kotoba wo kore kara nando ieru no kana
เราจะได้พูดคำว่า "ยินดีต้อนรับกล้บ" อีกสักกี่รอบกันนะ
今はもう 毎日のように言わなくなったから
Ima wa mou mainichi no you ni iwanaku natta kara
ทุกวันนี้ผมยังไม่สามารถพูดมันได้คุ้นเคยอย่างเก่าเลย
「ただいま」って言う声が 聞こえた時その瞬間に 気が抜けて語尾を伸ばした
"Tadaima" tte iu koe ga kikoeta toki sono shunkan ni ki ga nukete kobi wo nobashita
วินาทีที่ได้ยินคำว่า "กลับมาแล้วนะ" ได้แต่รู้สึกผ่อนคลายลง และโล่งใจ
「おかえり」って言いたい
"Okaeri" tte iitai
อยากจะพูดคำว่า "ยินดีต้อนรับกลับ" ออกมา
当たり前に言いたい
Atarimae ni iitai
อยากพูดออกมาได้เหมือนอย่างเคย
พอเป็นครอบครัวกัน หลาย ๆ อย่างเราอาจจะเข้าใจได้ดี อาจจะแค่มองหน้าก็อ่านสีหน้าออก หรืออย่างที่เพลงกล่าว แค่ฟังโทนเสียง 'กลับมาแล้วนะ' ก็บอกได้ว่ากำลังมีเรื่องที่ขุ่นมัว ไม่สบายใจ แต่ครอบครัวก็มีระยะห่าง เท่าไหนเราถึงจะควรเข้าไปยุ่งด้วย บางครั้งเราอาจไม่กล้าถาม ได้แต่พยายามจะอยู่เคียงข้าง มันเลยอาจกลายเป็นปัญหาของการสื่อสารภายในครอบครัวได้ จริง ๆ อีกฝ่ายอาจจะอยากได้กำลังใจมากกว่านี้หรืออยากได้คำปรึกษา ดังนั้น คิดว่าเพราะเรายิ่งเป็นครอบครัวนี่แหละ เราเลยควรที่จะสื่อสารกันมากขึ้น
จนมาวันหนึ่งมีอะไรที่เปลี่ยนแปลง ได้แต่กลับมานั่งมองย้อนกลับไป อาจจะทั้งเรื่องระยะห่างที่ทำให้เราไม่กล้าทำบางอย่าง หรือเรื่องที่เราเคยทำอย่างคุ้นชินและไม่เห็นความสำคัญ อย่างการพูดยินดีต้อนรับหรือกลับมาแล้ว ของญี่ปุ่น เราถึงได้กลับมาเห็นคุณค่าของมัน
พอจะกลับไปแบบเดิม มันก็ยากแล้ว คำพูดที่พูดออกมาอาจจะพูดเหมือนจงใจมากกว่าเดิม นั่นก็เพราะเรารับรู้ความสำคัญของมันเกินกว่าจะกลายเป็นแค่คำพูดลอย ๆ ที่พูดอย่างเคยชิน จริงอยู่ที่อาจจะกลับไปแบบเดิมไม่ได้ แต่สักวันมันอาจจะดีขึ้นก็ได้ค่ะ
ถ้าแปลผิดพลาดตรงไหน ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ🙇♀️
ทั้งเสียงกีต้าร์คู่กับเสียงคุณฟุคาเสะ, คุณ Moe, และคุณ Mana แล้ว อบอุ่นสมกับเป็นเพลงชื่อครอบครัวเลยค่ะ🏡🫶
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in