เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Janie’s Reviewsjanieishappy
Book: Maybe You Should Talk To Someone
  • เล่มนี้อ่านนานมากกกกกกกกกกกกกว่าจะจบ ไม่ใช่ว่ามันไม่สนุก แต่บางตอน บางช่วง มันอ่านแล้วทำให้เรารู้สึกหนักแปลกๆ เราก็เลยคามันทิ้งไว้แล้วกลับไปอ่านใหม่เมื่อสภาพจิตใจดีขึ้น อ่านๆ หยุดๆ แบบนี้อยู่ 2-3 รอบ ในที่สุดก็จบ เย้!

    ข้อดีคือ หยุดอ่านไปแล้วไม่ต้องมาเริ่มอ่านใหม่ มันสามารถต่อติดได้เลย ทั้งๆ ที่ดูแล้วเราคิดว่าเราควรจะงงๆ หน่อยนึงเพราะคนเขียนจะเล่าเรื่องคนไข้ 3-4 คน สลับไปกันไปมาตาม session ในแต่ละอาทิตย์ เรื่องมันก็กึ่งๆ นิยายหน่อยๆ เพราะเรื่องของคนไข้แต่ละคนมันก็ทำให้รู้สึกว่าอยากติดตาม เหมือนเป็นเรื่องสั้นหลายๆ เรื่องซ่อนอยู่ เราชอบชีวิตของจอห์นมากสุด อาจจะเป็นเพราะเรื่องของจอห์นมันใกล้เคียงกับเรื่องของตัวเรามากที่สุด เราเลยรู้สึกว่า จริงๆ แล้วจอห์นไม่ใช่ asshole จอห์นแค่จัดการกับตัวเองไม่ได้ 

    เราไม่อยากจะสปอยล์อะไรมาก สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน เราอยากให้ไปอ่านกัน ตอนนี้มีแปลไทยแล้วด้วยนะ ของสำนักพิมพ์ไรไม่รู้อะ แปะปกให้ ไปหากันเอาเองนะ
    ปัญหาหลายๆ ปัญหา มันไม่อาจจะแก้ได้เลยถ้าเรามองปัญหานั้นจากมุมเดียว--มุมของเรา แต่หากเราขอความช่วยเหลือจากคนอื่น คนอื่นก็จะให้คำแนะนำได้จากมุมมองของเขา ซึ่งมันก็จะต่างจากของเรา แต่ถ้าหากเราไปขอความช่วยเหลือจากนักจิตวิทยา นักจิตวิทยาจะไม่แนะนำวิธีแก้ปัญหาจากมุมมองของนักจิตวิทยา แต่นักจิตวิทยาจะแนะนำว่าปัญหาที่คุณประสบอยู่นี่ มันมีทางแก้อยู่ จากเดิมที่เราคิดว่ามันมีแค่ซ้ายกับขวา สองทางเลือกเท่านั้นที่เราต้องไป แต่ความเป็นจริงแล้ว ในระหว่างซ้ายกับขวานั้น มันมีทางเลือกอีกหลายทางให้เราเลือก เราแค่มองไม่เห็นมัน

    ชีวิตคนหลายคนต่างติดค้างอยู่ในอดีตที่ยากจะลืม และก็ยากที่จะจำมัน บางคนเลือกที่จะลืมมัน ฝังมัน กลบมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจเพื่อให้สามารถมีชีวิต "ปกติ" ได้ ทั้งๆ ที่ก็รู้แก่ใจดีกว่า การทำแบบนั้นมันไม่ได้ทำให้เราลืมเรื่องเหล่านั้นไปได้จริงๆ แต่ถ้าหากคุณเอาเรื่องนั้นมาคิดอยู่ตลอดเวลา มันก็จะทำให้คุณจมอยู่กับเรื่องเหล่านั้นไปตลอดเวลา ไม่สามารถเอาตัวเองออกมาจากมันได้ ทางแก้มันไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยาก คุณแค่ต้องยอมรับมัน ว่ามันคือส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ ใช่ มันเศร้า มันน่าอับอาย มันน่าเสียใจ มันทำให้คุณเจ็บปวดทุกครั้งที่คิดถึงมัน แต่มันก็คืออดีตของคุณ มันคือสิ่งที่ผ่านมันมาแล้ว คุณมีสิทธิที่จะเศร้าเมื่อกลับไปคิดถึงมัน คุณมีสิทธิที่จะรู้สึกทุกความรู้สึกที่เรื่องในอดีตเหล่านั้นมันทำให้คุณรู้สึก แต่คุณต้องไม่ลืมที่จะมีความสุขกับชีวิตในปัจจุบัน แม้มันจะเป็นสิ่งเล็กๆ ก็ตาม หากมันทำให้คุณมีความสุข จงรักษามันไว้ อย่าให้ความกลัวในอดีตมาทำร้ายสิ่งดีๆ ที่คุณมีอยู่ในปัจจุบัน เราทุกคนสมควรที่จะมีความสุข ไม่ว่าเราจะผ่านเรื่องราวแย่ๆ มาเท่าไหร่ก็ตาม อย่าลงโทษตัวเองด้วยการขังตัวเองไว้กับอดีตที่คุณไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรมันได้แล้ว
      
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in