เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
LONELY LAND ดินแดนเดียวดายBUNBOOKISH
Chapter 3: เพื่อนชื่อโทนี่
  • สวนสาธารณะเล็กๆ แถวบ้านพี่สาวผมช่วงทุ่มกว่าๆ คึกคักกว่าที่คิด ไฟทั่วบริเวณส่องสว่างพอที่จะให้ความรู้สึกปลอดภัย ผมเห็นผู้คนหลากหลายวัยมาทำหลากหลายกิจกรรม เด็กหนุ่มบางคนมาเล่นบาสเกตบอลกับกลุ่มเพื่อน ชายหนุ่มหญิงสาวบางคู่จูงมือจู๋จี๋กันมา ในขณะที่คนชราบางคนจูงสุนัขมาเดินเล่น

    ทุกครั้งที่ผมเห็นสุนัขในฮ่องกง ผมจะคิดถึงโทนี่

    โทนี่เป็นชื่อสุนัขที่พี่ชายพี่สาวผมเลี้ยงตั้งแต่ยังอยู่บ้านเก่า จนตอนที่ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ก็ยังพามันมาด้วย

    ความไฮเปอร์ของโทนี่ทำให้สมาชิกในบ้านพลอยคึกคักไปตามๆ กัน ยกเว้นผู้มาเยือนอย่างผมที่กลัวสุนัขเป็นทุนเดิม ทุกครั้งที่เจอมันทักทายด้วยการกระโดดเข้าใส่ ผมจะรู้สึกเสียววาบบริเวณที่ไม่มีเครื่องนุ่งห่มคุ้มกัน โชคดีที่นั่นเป็นเพียงวิธีทักทายแบบโทนี่ หาใช่เจตนาขู่อาฆาตแต่อย่างใด

    ไม่ใช่แค่กับผม โทนี่เป็นมิตรกับผู้มาเยือนทุกคน คนที่รักสุนัขอยู่แล้วจึงตกหลุมรักมันไม่ยาก เห็นได้จากเพื่อนพี่หลายคนที่เล่นกับมันอย่างเอ็นดู

    ผมคิดเล่นๆ ว่าถ้ามันรู้ตัวว่าเป็นที่รักของทุกคนคงดีใจ แต่คงมีเพียงมนุษย์เท่านั้นแหละ ที่มัวกังวลและเฝ้ารอความรักจากผู้อื่น สุนัขไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้หรอก แค่คอยกระโดดดีใจเวลาใครกลับบ้านมาก็เหนื่อยจะแย่แล้ว—โทนี่คงคิดอย่างนั้น
  • ด้วยความที่พี่ชายพี่สาวผมต้องออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่เช้าทุกวัน หน้าที่ให้อาหารโทนี่จึงตกเป็นของผู้เป็นแม่—อี๊ของผม โดยทุกวันหลังเลิกงาน พี่ชายพี่สาวจะกลับบ้านราวทุ่มกว่าๆ แล้วพาโทนี่ออกไปเดินเล่นและขับถ่ายที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน นั่นเป็นช่วงเวลาเดียวของวันที่โทนี่จะได้ออกจากห้องไปใช้เวลาร่วมกับเจ้าของ

    เป็นเช่นนี้ทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง

    พี่ชายพี่สาวผมกลับมาถึงบ้านในช่วงเวลาเดียวกับทุกวัน แต่ที่ต่างจากทุกทีคือเมื่อเปิดประตูบ้านแล้วไม่มีสิ่งมีชีวิตวิ่งเข้ามาหา ไร้เสียงเห่าและไร้เงาของโทนี่

    แม่ซึ่งเป็นคนเดียวที่อยู่กับโทนี่ทั้งวันก็ได้แต่เอ่ยอ้างว่าไม่รู้ ว่าโทนี่หายไปได้อย่างไร แต่ใครจะไปเชื่อ สุนัขทั้งตัวไม่ใช่ดินสอยางลบที่ทำตกพื้นแล้วกลิ้งหายไปได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่

    จนเมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้า แม่จึงยอมรับว่าเป็นคนจูงมันไปปล่อย

    ปล่อย—เพราะอาคารที่พักซึ่งเป็นห้องเช่าของรัฐบาลออกกฎห้ามเลี้ยงสุนัข เว้นแต่จะได้รับอนุญาต

    ปล่อย—เพราะที่บ้านไม่ได้ทำเรื่องขออนุญาตอย่างถูกต้อง ถ้าถูกจับได้ มีสิทธิ์ถูกลงโทษร้ายแรง

    ปล่อย—เพราะเพิ่งได้ยินว่าไม่นานนี้มีคนแอบเลี้ยงสุนัข แล้วโดนจับได้ แม่ไม่อยากให้ครอบครัวต้องเดือดร้อนเพราะสุนัขตัวเดียว

    ปล่อย—ทั้งที่รู้ว่าลูกๆ จะเจ็บปวด บางที นี่อาจเป็นคุณสมบัติสำคัญของมนุษย์อย่างเรา สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานได้ดีเสมอ แม้ว่ามันจะสร้างความเจ็บปวดให้ผู้คนที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ก็ตามที
  • “เขาไม่รู้หรอก ว่าใครขออนุญาตรึเปล่า แม่กลัวไปเอง” พี่สาวบอกกับผมอย่างนี้เมื่อย้อนเล่าไปถึงเหตุการณ์วันนั้นระหว่างเดินสวนทางกับคนที่จูงสุนัขมาเดินเล่น

    ไม่ใช่แค่ผมหรอกที่เห็นสุนัขในฮ่องกงแล้วคิดถึงโทนี่ พี่ผมเองก็ด้วย

    ค่ำวันนั้นหลังจากรู้ว่าโทนี่ถูกแม่พาไปปล่อย พี่ชายพี่สาวผมก็รีบมุ่งหน้าไปที่จุดเกิดเหตุ หวังเพียงว่าโทนี่จะยังคงอยู่แถวนั้น แต่สายเกินไป เวลาทิ้งห่างหลายชั่วโมง โทนี่เดินหายไปจากบริเวณนั้นอย่างไร้ร่องรอย และปล่อยให้ผู้ตามหาต้องเดินกลับมาอย่างล่องลอย

    แม้วันนั้นโทนี่จะแค่หายไป ไม่ได้ตายจาก แต่ทุกคนกลับร้องไห้ราวกับว่ามันจากโลกนี้ไปแล้ว ที่เป็นอย่างนั้นอาจเป็นเพราะสำหรับบางสิ่ง การหายไปกับการตายมีค่าไม่ต่างกัน จากบ้านที่ปกติเคยครื้นเครงมีเสียงเห่า คืนนั้นก็เงียบเหงามีน้ำตา

    เมื่อย้อนมองกลับไป ผมว่าเหตุการณ์ในวันนั้นก็ไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด เพราะผมเชื่อว่าชีวิตที่ได้ผูกพันกับอะไรมากพอที่จะร้องไห้ให้กับมัน เป็นชีวิตที่สวยงามดี ไม่มีอะไรต้องเสียใจ

    หลังจากวันนั้น พี่สาวและพี่ชายผมไม่พูดคุยกับผู้เป็นแม่ไปหลายสัปดาห์ และไม่คิดที่จะเลี้ยงสุนัขตัวใหม่อีก ที่ไม่คิด ใช่ว่าพี่ชายพี่สาวจะกังวลเรื่องข้อห้าม หรือว่าไม่มีเงินซื้อสุนัขตัวใหม่ จะให้ซื้อมากกว่าหนึ่งตัวก็ยังได้ แต่ต่อให้เป็นมนุษย์ที่จิตใจหยาบกระด้างที่สุดก็น่าจะเข้าใจ ว่ามันทดแทนกันไม่ได้
  • รายละเอียดความสัมพันธ์ที่ใช้วันเวลาสร้างร่วมกันมานั้นละเอียดอ่อนระดับโมเลกุล บนโลกใบนี้คงไม่มีสิ่งใดแทนที่อีกสิ่งได้อย่างหมดจด

    ผมเดาไม่ออกเหมือนกันว่าชีวิตหลังการพรากจากของโทนี่จะเป็นอย่างไร จะมีเจ้าของใหม่เลี้ยงดูมันอย่างดีหรือเปล่า ช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าจะมีใครพามันไปสวนสาธารณะเหมือนเดิมหรือไม่—ผมไม่รู้ แต่เชื่อลึกๆว่าจนวันสุดท้ายของลมหายใจ มันคงยังอยู่กับกิจกรรมที่เรียกว่าการเฝ้ารอ

    การเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซื่อสัตย์มีราคาที่ต้องจ่าย แต่มันก็ทำให้ลมหายใจมีค่ามีความหมาย หัวใจไม่ได้เต้นอย่างไร้ค่าเมื่อมีใครอาศัยอยู่ในนั้น

    สวนสาธารณะที่ฮ่องกงเวลาราวทุ่มกว่าๆ บรรยากาศคึกคักกว่าที่คิด

    แต่ไม่รู้ทำไม ใครบางคนกลับคิดถึงเพื่อนเก่าและรู้สึกเงียบเหงาแปลกๆ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in