เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Once in Glacier National Parkleedeepk
SEA Arrivals
  • 10 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

    เราค่อย ๆ เปิดหน้าต่างออกมาชมโลกภายนอกหลังจากนอนหลับบนเครื่องบินอย่างสบายใจ อื้อหือ... แสงแดดยามบ่าย 2 ของซีแอตเทิลช่างแสบตาเสียนี่ มองลงไปด้านล่าง เห็นกองทัพภูเขาและหิมะสุดลูกหูลูกตา

    ที่นี่ที่ไหนเนี่ย...
    สักพักจึงเริ่มเห็นบ้านเมือง ถนนหนทาง สลับกับต้นไม้ ภาพทุกอย่างค่อย ๆ ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น จนกระทั่งเครื่องบินแลนดิ้งที่สนามบิน Seattle-Tacoma International Airport เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน 

    โอเค ถึงสักที

    เราและโจหอบข้าวของพะรุงพะรังวิ่งไปต่อแถวที่ตม. ในกลุ่มเด็ก WAT มีการบรีฟคำถามตม.มาพอประมาณแต่ไม่เท่ากับตอนสัมภาษณ์วีซ่า เนื่องจากซีแอตเทิลเป็นพอร์ตใหญ่ ทำให้เราใช้เวลาไปกับการรอต่อแถวเข้าตม.ราว 2 ชั่วโมงได้ เดินวนคิวกันอยู่ตรงนั้นแล้ว อ้าว วนมาเจอป้าคนนี้อีกแล้ว อ้าว ลุงนี่ ยังไม่ถึงอีกหรอ หันไปเจอโจที่อยู่ในสภาพเดียวกับเราก็อดขำไม่ได้ นี่พวกเราไม่ได้อาบน้ำกันมากี่ชั่วโมงแล้วนะ

    ลุงตม.ท่าทางอารมณ์ดีแต่มาดเข้มกวักมือเรียกเราเข้าตู้ พร้อมพลิกดูวีซ่าและเอกสารที่เราแนบใส่แฟ้มมาอย่างละเอียด 

    " Welcome to the US "

    อ้าว ไม่ถามอะไรหนูหน่อยหรอ

    โจเดินตามหลังเราออกมาเพื่อรอรับกระเป๋า สนามบินนี้ค่อนข้างมืดจากฟิล์มกระจกที่เข้มและพื้นหินอ่อนสีน้ำตาล ทำให้เราหวั่นใจไปเสียหมด ต้องไปทางไหนวะเนี่ย เข้าเมืองยังไงนะโจ ได้เสิร์ชมาไหมนะ โจเดินไปถามทางคนแถวนั้นเพื่อหาทางเข้าเมือง ทำให้ได้ข้อมูลมาว่าจะไปบัสก็ได้หรือจะเดินข้ามไปอีกตึกเพื่อขึ้นรถรางก็ได้

    ของเยอะขนาดนี้... รถรางเถอะ

    สถานี SeaTac/Airport อยู่ตึกตรงข้ามเรา แต่เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักที สำหรับเราตอนนั้นรู้สึกว่ามันไกลมาก เหมือนเดินแล้วไม่รู้ว่าจะเดินไปไหน จุดหมายคืออะไร พอเห็นสถานีและตู้ขายตั๋วคือดีใจสุด ๆ เราและโจจองโฮสเทลไว้แถวไชน่าทาวน์จึงต้องนั่งรถไปลงสถานี International District/Chinatown เราทำการบ้านมาว่าย่านนั้นร้านอาหารเยอะ เดินทางสะดวก ลงจากรถรางปุ๊บเราและโจเข้าไปเช็คอิน เก็บของ และไปต่อทันที

    ไม่ได้อาบน้ำอีกแล้ว

    อยู่ซีแอตเทิลแค่คืนเดียวต้องไปให้คุ้มสิ! พวกเราไปยืนรอรถประจำทางกันเพื่อไป Pike Place Market ตลาดท้องถิ่นชื่อดังของซีแอตเทิล เราปักหมุดร้านอาหารทะเล ร้านชีส สตาร์บัคส์สาขาแรก และกำแพงหมากฝรั่งไว้ 

    อาหารบนเครื่องบินไม่ถูกใจโจสุด ๆ หลังจากโจทนหิวมานาน พอเดินดูโน่นนี่ โจกับเราก็มาหยุดที่หน้าร้าน Beecher's Handmade Cheese เพราะเป็นร้านเดียวที่ตอนนั้นคนยังไม่เยอะมาก ราคาน่ารัก และถือไปกินที่อื่นได้ ลองชิมชีสสักหน่อยเอาฤกษ์เอาชัย แต่สุดท้ายโจสั่งแซนวิชไก่งวง เราสั่งแมค & ชีส (เห็นในเกมซิมส์มานานมาก อ้อ มันคือมักกะโรนีกับชีสนี่เอง เค็มสุด ๆ กินไปนาน ๆ เริ่มเลี่ยน แต่นั่นแหละ ตื่นเต้น รับบทนางฝรั่ง นางเด็กนอก)  

    เริ่มคอแห้ง ไม่ไหวว่ะโจ ช่วยกินหน่อยสิ
    หันไปสั่งการด้วยเสียงใส่โจแล้วเดินหาสตาร์บัคส์สาขาแรกของโลก

    อห คนเยอะมาก...

    เห็นคนต่อคิวที่สตาร์บัคส์จนล้นออกมาข้างนอกแล้วเริ่มท้อใจ เอาไงดีวะโจ โจบอกว่ามาทั้งทีก็ต่อไปสิ พูดจบแล้วตัวเองก็เดินเข้าไปเลือกของฝากสุดแสนจะยูนีค มาสาขาแรกทั้งทีอะเนอะ โจได้แก้ว THE FIRST STARBUCKS STORE มา 1 ใบ ส่วนเราได้เครื่องดื่มแก้ว Venti มา เอ่อ รสชาติเหมือนที่ไทยเลย บวกภาษีแล้วแพงกว่าด้วย มาเช็คอินและดื่มเอาฟีลลิ่งสุด ๆ

    ก้มดูแพลนที่เตรียมมาในไอแพด ยังเหลือร้านไอศกรีม Ellenos ที่ยังไม่ได้ไป แต่ไม่ไหวแล้ว เราโยกแพลนร้านอาหารที่เหลือทั้งหมดออกจากลิสต์ที่เตรียมมา ไปไหนต่อล่ะ 

    The Gum Wall...
    เดินมาสักพักเราก็ยื่นอยู่ในตรอกที่เต็มไปด้วยซากประติมากรรมหมากฝรั่งของชาวโลก ผนังถูกแปะด้วยหมากฝรั่งที่เคี้ยวแล้วแต่ยังคงสีสันสดใสไว้อยู่ มีทั้งที่ยังคงสภาพเป็นก้อน และที่ยืดย้อยลงมา... ดูดสตาร์บัคส์ไปชมซากหมากฝรั่งไป...

    " โจ ไปเหอะ จะอ้วกแล้วว่ะ ช่วยด้วย "
    อยู่ ๆ ก็นึกขยะแขยงขึ้นมาซะงั้น 


    ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว เราพาโจเดินออกมาเรื่อย ๆ พระอาทิตย์ที่ซีแอตเทิลดูจะตกช้ากว่าที่ไทยหลายชั่วโมง เราสองคนพากันเดินมาที่ Olympic Sculpture Park เพื่อนั่งพักผ่อนและคุยกันเรื่อยเปื่อย มองไปรอบ ๆ เห็นคนพาลูกหลานมาเล่น บ้างก็ปั่นจักรยาน บ้างก็พาหมามาเดิน ส่วนกลุ่มวัยรุ่นก็ปูผ้านั่งปิกนิกกัน ที่นี่จะมี The Eagle ของ Alexander Calder ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางสวน เป็นประติมากรรมสีแดงขนาดใหญ่ มองไปแล้วเพลินตา สีแดงของโครงเหล็กตัดกับสีฟ้าน้ำทะเลด้านหน้า และอพาร์ตเมนท์สีเหลืองด้านหลังสุด ๆ 

    กินสตาร์บัคส์หมดแก้วแล้ว โจก็เริ่มลุกลี้ลุกลนอยากขยับตัวแล้ว ได้เวลาไปต่อสินะ...

    พวกเราค่อย ๆ เดินมาที่ Space Needle หอคอยแลนด์มาร์คของซีแอตเทิล เดินชมเมืองสุด ๆ ไม่แวะเข้าไปด้วยนะ มาเดินดูอย่างเดียว แถวนั้นจะมีทั้ง Chihuly Garden and Glass ที่เป็นอาร์ตมิวเซียมที่แสดงประติมากรรมจากแก้ว/กระจกหลากสี, Museum of Pop Culture ที่รูปทรงตึกสวยแปลกตา และพิพิธภัณฑ์อีกมากมาย แต่ช่วงที่เราไปนั้นสถานที่มีการปิดปรับปรุงเลยไม่ได้เข้าไปชม

    พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว ตอนนั้นเป็นเวลาสองทุ่มกว่า ๆ
    " โจ กลับไง "
    โจเริ่มแพนิคกับคำถามเรา เอาไงดีวะ อยู่ไหนแล้ว ต้องขึ้นรถบัสสายไหน ไม่มีอินเทอร์เน็ตไม่มีไวไฟเชื่อมแมปด้วย จะไปยังไงล่ะนี่ อุ๊ย พี่ผู้ชายเดินมา เข้าชาร์จเลยแล้วกัน
    " Hello Sir, we would like to go to Chinatown. How can we get there? "
    " hmmmm... I don't know the bus line. Actually, I just walked here from Chinatown. "

    หาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    มึงเดินมาหรอคะ! ยังไงนะคะ! แก มันไกลมากเลยนะ 

    เออ เดินก็เดิน ไม่รู้จะยังไงละ
    " Is it safe to walk at night? "
    " Why not? I just walked here. "

    โอเค ๆ เชื่อพี่ก็ได้ค่ะ
    เรากับโจกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับโรงแรม แม้จะไม่มีอินเทอร์เน็ตแต่ไอแพดยังมีเค้าโครงแมปและตำแหน่งหมุดของเราอยู่ ก่อนถึงโรงแรม พวกเราแวะซื้อของกินที่ Uwajimaya เอเชี่ยนซูเปอร์มาร์เกตของละแวกนั้น โจได้ไก่ย่างมา เราได้แซลมอนย่างสีชมพูแปลกตามา 

    ได้อาบน้ำสักที!
    เราแยกย้ายกันไปนอนโดยไม่ลืมเตรียมของสำหรับการเดินทางไปรัฐมอนทานาในวันรุ่งขึ้น
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in