นอกจากสีขาว บนโต๊ะเขามีกระดาษอยู่สามสี สีฟ้า สีชมพู และสีเขียว
กระดาษฟ้าคือใบเสนอราคาให้ลูกค้า มันมักมีรอยขีดฆ่าด้วยดินสอและปากกาแดงอยู่หลายที่ กระดาษสีชมพูคือใบแจ้งหนี้ที่พร้อมส่งให้ลูกค้า ส่วนกระดาษสีเขียวคือใบเสร็จรับเงินพร้อมประทับตราบริษัท กระดาษสีที่เซลแมนทุกคนอยากให้มีเยอะๆ ทุกเดือน
ชายหนุ่มหยิบกระดาษสีฟ้าแผ่นใหม่มาคีย์ข้อมูล ปลายนิ้วเคาะตัวเลขอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องมอง เขาง่วนกับกระดาษสีฟ้ากองนี้มาตั้งแต่เช้า เสียงถอนหายใจแผ่วเบาสลับเสียงพูดคุยของพนักงานออฟฟิศแว่วมา ไม่เบาแต่ก็ไม่ถึงขนาดกวนสมาธิ เขาละมือขวาไปกดเครื่องคิดเลขทวนส่วนลดอีกครั้งก่อนจะกดป้อนข้อมูลต่อ
ตรงนี้ เซลฯเขียนเลขสามหรือว่าแปดกันแน่ เขาก้มลงดูลายเซ็นตรงขวามือแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว แม้แต่ลายเซ็นเขาก็อ่านไม่ออก หรือว่าจะเป็นคนใหม่ที่เพิ่งเข้า?
เขาขยับกระดาษสีฟ้าแผ่นแล้วแผ่นเล่า เงยหน้ามาอีกทีก็หมดเวลาพักเที่ยง
“คุณอีแทยง ผมขอตามใบแจ้งหนี้ของบริษัทบีหน่อยนะครับ” ชายหนุ่มหน้าอ่อนเยาว์เหมือนเพิ่งเรียนจบมัธยมปลาย ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ที่ปลายพาร์ติชั่น
ชายหนุ่มชะงักมือแล้วเงยหน้า
B
เสียงรื่นหู แต่เด็กไปหน่อย เสื้อที่ใส่เป็นของไม่มีแบรนด์แต่คุณภาพดี อย่างน้อยรองเท้าก็ขัดจนขึ้นเงา เขาให้คะแนนเพิ่มตรงมารยาทการพูดจา
“บริษัทบี ยอด 30,400,000 ใช่ไหมครับ” เขาเลี่ยงจะสบตากับชายหนุ่ม แล้วหันไปมองกองกระดาษสีชมพูแทน เขาขยับกรอบแว่นตาหนาเตอะ เพื่อมองตัวเลขให้ถนัด เดือนนี้ทั้งเดือนมียอดแจ้งบริษัทบีเพียงสองตัว ต่างแผนกกัน ถ้าไม่ใช่ยอดนี้ก็ต้องเป็นยอดที่น้อยกว่า
“ยอด 7,200,000 ครับ ผม..เอ่อ คุณแทยงไม่ต้องพูดสุภาพกับผมก็ได้ครับ” รอยยิ้มที่ไม่ใช่ยิ้มประจบปรากฏบนใบหน้า
B+
อีแทยงกระแอมไอพลางขยับแว่นอีกครั้ง เมื่อทราบยอดที่ต้องการ เขาใช้นิ้วกรีดปึกกระดาษสีชมพูแล้วหยิบออกมาหนึ่งแผ่นอย่างแม่นยำ ชุดกระดาษสีชมพูมีกระดาษคาร์บอนหนึ่งฉบับ
“ให้หัวหน้าเซ็นแล้ว ส่งสำเนากลับมาให้ผมนะครับ คุณ…”
“เรียกผมว่า แจฮยอนก็ได้ครับ”
“...แจฮยอน คุณแจฮยอน เอกสารที่ผมให้คุณ เอาไปให้หัวหน้าใหม่เซ็นแล้ว เอาหน้าสำเนาแผ่นล่างกลับมาให้ผม”
เด็กหนุ่มยื่นมือมารับเอกสารพลางยิ้มสดใส หัวหน้าคนไหนเขายังไม่รู้เลย ตั้งแต่หัวหน้าคนเก่าลาออกไป ทุกคนในแผนกขายก็คิดว่าจะเลือกใครสักคนในทีมขึ้นมารับตำแหน่ง เพราะมันว่างได้ไม่นาน ต้องมีคนคุมอยู่ตลอด ผ่านไปหนึ่งเดือน เห็นได้ชัดว่าผู้บริหารมีแผนอื่น คนที่มารับช่วงต่อเป็นคนใหม่จากไหนไม่รู้ และมีไม่กี่คนที่ได้เห็นหน้า
“ผมจะรับให้หัวหน้าเซ็นแล้ว รีบกลับมานะครับ” เด็กหนุ่มเดินหันหลังกลับจากพาร์ติชั่น อึดใจหนึ่ง เด็กหนุ่ม B+ ก็เลี้ยวกลับมา
“คุณจะไปงานเลี้ยงต้อนรับหัวหน้าไหมครับ ที่โรงแรม A”
“มันงานแบบนั้นด้วยเหรอ” เขาพยายามนึกถึงตอนที่หัวหน้าคนเก่าเข้าทำงาน บริษัทเคยต้อนรับขนาดนี้ไหมนะ โรงแรม A เชียวนะ โรงแรมที่เลดี้กาน่านักร้องชื่อดังเคยมาพัก ยังไม่พอ นี่เป็นโรงแรมที่เครื่องดื่มในบาร์ติดอันดับโลก
แววตาเว้าวอนที่มองตรงมา ทำให้เขาปฏิเสธออกไปต่อหน้าไม่ได้
“วันไหนรึ” เขาหยิบปฏิทินขึ้นมากาง
“สิ้นเดือนนี้ครับ เป็นวันศุกร์พอดีเลย”
เขาหยิบปากกามาวงวันนั้นไว้ ในช่องว่างมีรูปดอกจันอยู่ก่อนแล้ว น่าเสียดาย แต่วันนั้นเขาคงไม่ได้ไปเลี้ยงต้อนรับ ค่อยหาวิธีปลีกตัวอย่างแนบเนียนแล้วกัน
“ไว้เจอกัน”
เขาเงยหน้ามองชายหนุ่มอีกครั้ง อา รอยยิ้มที่สว่างไสวกว่านี้มีไหมนะ
(ทำข้อสอบยังไม่ครุ่นคิดเท่านี้ 5555) ถ้าความสงสัยไม่ใช่ ถือว่าน้องติดโรคมาจากมาร์เวลช่วงนี้แล้วกันนะคะ ?
จะอย่างไรก็แล้วแต่ มาดหนุ่มออฟฟิศนี่ชวนให้คิดถึงตัวอย่างเพลง Regular เลยค่ะ พ่อเด็กมัธยมในชุดสูทมนุษย์เงินเดือน อยากจะรู้จริงๆ ว่านอกเวลางานรุ่นพี่จะเป็นอย่างไร รอเธอเผยตัวตนยิ่งๆ ขึ้นไปในพาร์ตถัดๆ ไปนะคะ
ขอขอบคุณฟิกน้อยๆ ที่มาเยียวยาใจคนอ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่าาาา ?❤️