เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
บันทึกแรกของเราNoi Beleza
รำลึก สวิส-มิลาน (1)
  • Going for a vacation to relax
    and renew our mind.

    ไปพักร้อนเพื่อพักผ่อนและฟื้นฟูจิตใจ

    ep. 1

    หลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก
    และ work from home มา 2-3 ปี ช่วงโควิด
    ปีนี้ สถานการณ์ข้าสู่ภาวะปกติ
    เดินทางท่องเที่ยวกันแบบส่บายใจได้แล้ว

    เราจัดทริปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว
    กะคร่าวๆว่า 12 -14 วัน
    ให้คุ้มค่ากับการรอคอยมาหลายปี
    คุยกันว่าไปไหนดี
    เริ่มที่สวิส-ฝรั่งเศส
    เมื่อทราบข่าวการประท้วงที่ฝรั่งเศส
    เราเลยปรับแผนเป็นสวิส-มิลาน แทน
    .
    .

    เริ่มต้นเตรียมเอกสารทำวีซ่า
    จองวันยื่นแบบฟอร์มวีซ่าเชงเก้น ทาง online
    อยู่ประเทศไหนมากกว่า ให้ยื่นประเทศนั้น

    ใช้หลักฐาน พาสปอร์ต รูปถ่าย
    ให้ธนาคาร print statement ย้อนหลัง 3 เดือน
    มีเงินในบัญชีให้พอกับค่าใช้จ่าย
    อย่างต่ำวันละ 100 ยูโร × จำนวนวันที่อยู่
    (มีเกินเยอะๆไว้ จะได้ผ่านชัวร์)
    ตารางท่องเที่ยว
    ใบจองตั๋วเครื่องบิน สถานที่พัก
    ประกันการเดินทาง

    เมื่อถึงวันนัด ไปที่ VFS
    ตัวแทนรับทำวีซ่าของสวิส
    อาคารจามจุรีแสควร์ชั้น 4

    ยื่นเอกสารแบบฟอร์มที่กรอกแล้ว
    เจ้าหน้าที่ตรวจแบบฟอร์ม
    ถ่ายรูป สแกนนิ้วมือ
    เร็วมาก เสร็จภายใน ครึ่งช.ม.

    รอรับวีซ่าทางไปรษณีย์ หรือ มารับเองก็ได้
    เราได้วีซ่า เชงเก้น ภายใน 8 วัน ไวมากค่ะ
    .
    .

    ต่อมาก็ไปแลกเงินสวิสฟรังก์ และ ยูโร
    ที่ Super rich มีหลายสาขา
    ไว้เป็นค่าใช้จ่ายการเดินทางและอาหารกัน

    ก่อนเดินทาง ก็ดูพยากรณ์อากาศ
    ของแต่ละเมืองที่ไป
    เตรียมเสื้อผ้า เครื่องกันหนาว รองเท้า ของใช้
    หยูกยา รองรับแต่ละกิจกรรมของเราด้วยค่ะ

    ใครวางแผนเดินทางล่วงหน้าหลายเดือน
    ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าที่พักก็จะถูกหน่อย
    ถ้าจองใกล้ๆ ก็รับ rate แพงกันนะ
    .
    .

    เราจองได้ Emirates แบบต่อเครื่องที่ดูไบ
    เพราะถูกกว่าบินตรงคนละ 15 k
    พ่อแม่ลูก 3 คน ก็ 45 k
    เก็บไว้เป็นค่าขนม ค่า shopping ดีกว่า

    เมื่อ check in ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
    ผู้คนเดินทางเยอะมาก
    ควรมาก่อนเวลา 3 ชั่วโมง
    เคาน์เตอร์เค้าเปิดแล้ว
    และ กระเป๋า check through ไปปลายทางเลย

    เราต่อเครื่องที่ดูไบ
    มองจากหน้าต่างเครื่องบิน
    เบื้องล่างมีทั้งทะเลทราย
    และอาคารสูงลิ่ว ตึกทันสมัย
    สนามบินดูไบกว้างใหญ่ โอ่โถง สวยงาม
    มีร้านรวงให้ช้อปปิ้งมากมาย
    .
    .

    แล้วเราก็มาถึงสวิสแล้ว
    เข้าที่พักก็ 3 ทุ่มแล้ว
    ได้พักผ่อนตอน 4 ทุ่มกว่า
    (เวลาไทย ตี 3 ค่ะ)

    เช้าวันรุ่งขึ้น .. ก็เริ่มตะลุยทัวร์กันจ้า
    แฟนเป็นคนจัดทริป
    ดู youtube ที่เค้า review หลายท่าน
    มาผสมผสาน ตามสไตล์ที่เราชอบ
    ซื้อ swiss pass 8 วัน มี QR code ..
    เรา save รูป ในโทรศัพท์ และ print กระดาษไว้

    สามารถใช้รถไฟ รถราง รถบัส เรือ
    เดินทางได้ทั่วสวิส
    และได้ส่วนลดขึ้น cable car ไปยอดเขาต่างๆ
    บางยอดเขาก็ฟรี ดูรายละเอียดของแต่ละที่ๆไป

    เราใช้เน็ตของ AIS sim to fly
    จะเที่ยวไหน ก็ดูจาก app SBB mobile
    ตารางเดินทาง จากไหน ไปไหน เวลาไหน
    จะขึ้นข้อมูลสายรถไฟ รถราง บัส.. ต่างๆให้เลือก
    มีรายละเอียดมากมาย
    เวลาออกของแต่ละขบวนเป๊ะมาก
    สมกับฉายานาฬิกาสวิส เดินเป๊ะมากจ้า
    .
    .

    เราเริ่มคุ้นเคยกับการเดินทางเอง
    ลากกระเป๋าเดินทางคนละใบ
    สะพายกระเป๋าส่วนตัว
    ต่อรถไฟ รถราง รถบัส สายต่างๆ
    ย้ายไปพักยังเมืองต่อไป

    นั่งๆไป จะมีเจ้าหน้าที่ของรถไฟ
    ใส้ชุดดำ รูปร่างสูงใหญ่
    มาขอตรวจบัตรโดยสาร
    จะพูดภาษาเยอรมัน
    ถ้าเราทำหน้างงๆ เค้าก็จะบอกว่า "ticket"
    เราก็อ๋อ ..โชว์ QR code ที่ save ในมือถือ ให้
    บางคนตรวจละเอียด ขอดู passport ด้วย
    ดูหน้าตาจริง เทียบ passport กันเลย 555
    .
    .

    ประเทศสวิส ค่าครองชีพสูงกว่าไทย 5-10 เท่า
    ค่าโรงแรม แพงมาก
    ถ้าชานเมือง ใกล้สนามบิน
    อย่าง Novotel ก็ ok ราคา 6 พันบาทต่อคืน
    ต่อรถราง เข้าไปเที่ยวในเมืองได้

    ถ้าในเมืองซูริค ก็แล้วแต่#ดาว หลักหมื่นขึ้นไป

    ราคาอาหารไทย ข้าวราดแกง ธรรมดา
    ก็ 14-15 ฟรังก์ (ให้คูณ 38) ก็ราว 500-600 บาท

    อาหารฝรั่ง สปาเกตตี้ พิซซ่า ฯลฯ
    ก็ราว 20-25 ฟรังก์ (800-1000 บาท)

    ร้านอาหารจีน หมูพะโล้เค็มใส่เต้าหู้ 36 ฟรังก์
    (1400 บาท)

    บะหมี่ผัดไก่ 20 ฟรังก์ (760 บาท)

    ฟองดูชีสขนมปัง ชีสมีรัมเป็นส่วนผสม 24ฟรังก์ (900 บาท)

    กาแฟ แก้วละ 4-5 ฟรังก์ (150-200 บาท)
    น้ำอัดลม 3.5-4 ฟรังก์ (130 - 150 บาท)
    น้ำดื่ม 2-3 ฟรังก์ (80-120 บาท)

    ไม่แปลกที่เราจะเจอนักท่องเที่ยวในร้าน COOP
    เป็นร้านคล้าย Lotus หรือ 7-11 บ้านเรา
    มีขนมปัง แซนวิช เค้ก ขนม น้ำดื่ม
    ไก่ทอด ซูชิ อาหารพร้อมทานมากมาย
    ของใช้ต่างๆ

    อาหารพร้อมอิ่ม ราว 5-10 ฟรังก์
    (200-400 บาท)
    มาม่า ประมาณ 3.5 - 4.5 ฟรังก์ (130 - 170 บาท)

    เราก็ทานอาหารถูกบ้าง แพงบ้างคละกันไป
    และทานอาหารที่อยากทานในแต่ละสถานที่ๆไป

    ทานไอศกรีม ถ้วยละ 5 ฟรังก์ (190 บาท)
    เดินท่ามกลางความหนาว 2-5 องศา c
    มีความสุขจริงๆ

    ปกติถ้าใช้ห้องน้ำ
    ควรเข้าที่โรงแรม ร้านอาหาร
    บนรถไฟ มีห้องน้ำสะอาด มีทิชชูครบ
    มีที่ล้างมือพร้อม

    ถ้าเข้าห้องน้ำที่เอกชนจัดไว้
    คนละ 1.5 ฟรังก์ (60 บาท)

    บางที่ให้หยอดเหรียญ 0.5 ฟรังก์ (20 บาท)

    ถ้าเราหยอดเหรียญ 1 ฟรังก์ ไม่มีทอนนะจ๊ะ

    เทียบกับที่เมืองไทย เวลาจ่ายค่าห้องน้ำ 5 บาท
    เรายังบ่นเลย 555

    ปล น้ำดื่มจากท่อประปาในสวิส
    ดื่มทานได้เลย
    ปกติ นักเดินทาง จะมีขวดน้ำติดตัวไว้
    และคอยเติมที่สนามบิน หรือตามที่ต่างๆ
    ที่มีจุดบริการไว้ให้ น้ำรสชาติดี
    .
    .

    อย่างไรก็ตาม แม้ข้าวของจะแพง
    แต่คุ้มมากกับการได้เห็นวิวที่สวยงามมาก
    ภูเขา เทือกเขาต่อๆกันที่ยังมีหิมะปกคลุมอยู่
    ทะเลสาบที่สวยงาม กว้างใหญ่
    บ้านเรือน โรงแรม ตามไหล่เขาต่างๆ
    สีสันสวยงาม น่ารัก ดั่งเมืองในเทพนิยาย
    ต้นไม้ทรงแปลกๆ ที่กำลังผลิใบ

    ผู้คนท้องถิ่นไม่แออัด
    ส่วนใหญ่เจอนักท่องเที่ยว
    ทั้งคนสว. หนุ่มสาว
    ครอบครัวมีลูกเล็กในรถเข็นบ้าง
    มีเด็กตัวเล็กๆเดินตามพ่อแม่
    เค้าเลี้ยงลูกแบบอิสระ ให้เดินขึ้นลงรถไฟเอง

    นักท่องเที่ยวมากันเป็นทีม
    หอบหิ้วอุปกรณ์สกี ขึ้นรถไฟมา
    เตรียมไปสกีกัน
    ชุดสกี อุปกรณ์ต่างๆ สีสันสดใส
    น่าตื่นเต้นตามเค้าไปด้วยเลยจ้า

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in