เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เสียงส่งสารอ่าน-คิด-เขียน
เสียงส่งสาร EP.05 นัยแห่ง "เก้าอี้" ในเกมชีวิต : บทวิเคราะห์เรื่องสั้น


  • "ในความจริง เก้าอี้มีไว้สำหรับผู้ชนะ” 

    ตอนเด็ก ๆ เคยเล่นเก้าอี้ดนตรีกันไหม​ รู้ไหมว่าโตขึ้นมาแล้วเราก็ยังเล่นเก้าอี้ดนตรีกันอยู่​ เกมเก้าอี้ดนตรีไม่ได้ต่างอะไรกับเกมชีวิตของเราเลย​ ตอนนั้นใครหลายคนอาจเคยเป็นผู้แพ้ที่ทำได้เพียงยืนมองคนอื่นนั่งเก้าอี้ดนตรี หรือใครบางคนอาจเคยเป็นผู้ที่สนใจเพียงแต่ชัยชนะโดยไม่ได้สนใจว่าเพลงที่เปิดอยู่จะไพเราะแค่ไหน แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ​ เราก็ต่างเจ็บปวดจากการแข่งขัน เพราะทุกคนล้วนแย่งกันเป็นที่หนึ่ง

    "เป็นไปได้ไหมว่า หัวใจของเธอต่างหากที่แบบบาง​ หัวใจมิได้ถูกออกแบบมาให้แกร่งพอสำหรับทุกเกมชีวิตที่ต้องแก่งแย่งช่วงชิง" 

    เรื่องสั้น "เก้าอี้ดนตรี" ของคุณบินหลา สันกาลาคีรี หนึ่งในรวมเรื่องสั้นชุด เจ้าหงิญ ถามเราเช่นนั้น

    ชวนสอบทวนความหมายของ "เก้าอี้" ในเกมชีวิตไปกับคนอักษรฯ ที่พร้อม (?) เผชิญโลกกว้างในวันที่สำเร็จการศึกษาไปกับผู้ดำเนินรายการทั้งสี่คนใน podcast นี้ค่ะ

    สร้างสรรค์ผลงานโดย เหมย, พราว, ซาร่า, พลอย

    ผลงานสร้างสรรค์จากรายวิชา “นวนิยายและเรื่องสั้น" ปีการศึกษา 2564 

    เผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางวิชาการเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำหรือดัดแปลง

    © สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558  

    บรรณานุกรม

    - บินหลา สันกาลาคีรี. (2560). เจ้าหงิญ. (พิมพ์ครั้งที่ 29). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ไรเตอร์.

    ภาพประกอบ : กบ

  • สะท้อนย้อนคิดลังการฟัง Podcast (1)

    Chair to Chair (อีเมลถึงเก้าอี้เพื่อนรัก)

    ขอบคุณที่มารูปภาพ https://m.se-ed.com/Product/Detail/9786167751146

    The White Chair < Whitehouse.chair@gmail.com>
    To. musicalchair@gmail.com

    ถึง เก้าอี้ดนตรีเพื่อนรัก

    ไม่ได้คุยกันเสียนานเลย นายเป็นอย่างไรบ้างเพื่อน? สุขสบายดีใช่หรือไม่? เราหวังว่านายจะสุขสบายดีนะ เราได้อ่านอีเมลฉบับล่าสุดที่นายส่งมาให้แล้ว ดีใจด้วยนะ ในที่สุดนายก็ทำสำเร็จ นายได้เป็นเก้าอี้ดนตรีอย่างที่นายอยากเป็นเสียที เรากังวลมาตลอดเลยว่านายจะก่อเรื่องก่อราวทำร้ายพวกเด็กเกเรนั่นอีก แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดนายหรอก ใครบ้างล่ะจะชอบเวลาที่คนอื่นมาทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงตัวเอง พวกเขาทำอย่างกับเราเป็นแค่สิ่งของที่ไม่มีหัวใจ แม้ในความเป็นจริงพวกเราจะเป็นแค่สิ่งของที่มีไว้ให้คนนั่งจริง ๆ ก็เถอะ แต่ว่าอย่างน้อยพวกเราก็ยังมีความฝันน่ะนะ ช่างน่าเสียดายนักที่หลายคนก็ทำมันไม่สำเร็จ

    นายรู้อะไรไหมเพื่อน เราอิจฉานายมากจริง ๆ เราอิจฉานายตั้งแต่วันที่นายยังเป็นเก้าอี้ดนตรีแสนสวยในโรงเรียน ถึงนายจะบอกว่าชีวิตนายไม่มีอะไรให้น่าอิจฉา และมันออกจะเฮงซวยมากที่ต้องทนฟังเพลงที่ผู้คนเล่นตัดจบทื่อ ๆ ซ้ำ ๆ แต่เรามั่นใจว่าชีวิตของนายก็ยังดีกว่าเรา น่าตลกใช่ไหมล่ะ เก้าอี้สีขาวสวยหรูที่ถูกประทับตราคุณภาพดีเยี่ยมในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้กลับมาพูดจาตัดพ้อน่าสมเพชนึกอิจฉาเก้าอี้ดนตรีไม้สีเชย ๆ ช่างดูไม่ถูกที่ถูกทางเอาเสียเลย แต่มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพื่อนรัก…..

    นายต้องทนดูเด็ก ๆ แข่งขันกันเพื่อแย่งชิงเก้าอี้ดนตรีตัวสุดท้าย หากมองเผิน ๆ แบบปิดตาข้างเดียว ก็พอจะดูว่าน่ารักได้ แต่นายลองมาเห็นภาพนี้สิ ผู้ใหญ่ที่เลยวัยเยาว์มาเนิ่นนานแก่งแย่งเก้าอี้สีขาวในห้องประชุม บางคนเรายังสงสัยว่าเขาเข้ามายังสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้อย่างไร หยิบบัตรชิงโชคเข้ามาหรือ? ทำไมจึงมีสิทธิ์เข้ามายังสถานที่แห่งการเสียสละได้ ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวก็ชอบเอารัดเอาเปรียบคนตัวเล็กตัวน้อยอยู่เนือง ๆ ดูพิลึกพิลั่นมากทีเดียว

    บางคนยิ่งแล้วใหญ่ เราจำได้ว่าสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้เขียนกฎไว้ว่า คนในชุดสีเขียว "ไม่มีสิทธิ" ที่จะได้นั่งเก้าอี้ แต่พวกเขากลับเป็นผู้จับจองที่นั่งในหอประชุมเสียเป็นส่วนใหญ่ ขนาดที่ที่ควรจะเป็นของผู้ที่เหมาะสมและประพฤติถูกต้องตามกฎของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ยังแย่งเอาไปนั่งได้ ทั้งยังใช้วิธีที่มีลูกล่อลูกเล่นคดเคี้ยวไปมา  พฤติการณ์ไม่ต่างจากเด็กเกเรที่ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะดึงเก้าอี้ของเพื่อนออกอย่างปราศจากความละอาย เพียงเพื่อที่จะขัดขวางไม่ให้เพื่อนได้รับชัยชนะ  ช่างน่าตลกสิ้นดีที่เราเห็นภาพพวกนั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับกลุ่มคนใส่สูทเหล่านี้ 


    ที่มาภาพจาก https://unsplash.com/photos/7OxV_qDiGRI

    แต่ก่อน เราภาคภูมิใจในการแข่งขันแย่งชิงที่นั่งของเรามาก แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้วเพื่อน ทุก ๆ สี่ปีผู้เล่นจะเปลี่ยนไป จะมีผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ เข้ามาแย่งชิงเก้าอี้ เมื่อเพลงบรรเลงในช่วงที่ผู้คนออกจากบ้านไปใช้สิทธิในการเลือกดนตรีที่พวกเขาชอบจบลง ผู้เล่นที่เหมาะสมที่สุดจะก้าวเดินมาหาเรา เขาจะนั่งลงบนตัวเรา และจากนี้อีกสี่ปี เขาจะเป็นตัวแทนแห่งเสียงดนตรีที่ผู้คนชื่นชอบ สร้างสรรค์งานต่าง ๆ เพื่อตอบแทนเหล่าผู้คนที่ไว้ใจเขา เราภูมิใจมากที่ได้อยู่กับเขาในวันที่เขาเริ่มพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ราวกับว่าตัวเราได้ถูกใช้งานอย่างคุ้มค่าในห้องประชุมแห่งนี้ 

    แต่ตอนนี้เราไม่รู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว แปดปีแล้วที่ผู้เล่นที่แย่งชิงเรามาจากมือผู้อื่นยังคงนั่งอยู่กับที่ เขานั่งอยู่และไม่ขยับไปไหน หวงแหนเราราวกับเราเป็นของล้ำค่าที่เขาไม่อยากให้หลุดมือไป แต่เขาไม่ถามเราเลยว่าเรารู้สึกอย่างไร ความรู้สึกของเรานี้ช่างเหมือนกับนายตอนที่เด็ก ๆ เล่นเก้าอี้เลย นายมองว่ามันเป็นความรักที่บังคับใจอีกฝ่าย ต่างคนต่างแก่งแย่งนายโดยไม่ถามความสมัครใจของนาย เราเองก็รู้สึกแบบนั้น แต่แตกต่างกันตรงที่เราดูจะชอบเวลาคนมาแย่งชิงเรา ยิ่งเป็นการแย่งชิงภายใต้กฎของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เรายิ่งชอบ แต่ถ้าผู้เล่นคนไหนเดินมาหาเราอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ และยึดเอาเราไว้กับเขาอยู่ฝ่ายเดียว ไม่มีการแย่งชิงแบบที่เคยเป็นมา เรารู้สึกไม่ชอบเสียยิ่งกว่า มันเหมือนกับเขายัดเยียดความรักให้กับเรา โดยที่ไม่แสดงความสามารถใด ๆ เลยว่าเขาเหมาะสมกับเราไหม เราทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากจะต้องยอมรับความรักที่ไม่ถามความสมัครใจของอีกฝ่าย ตอนนี้เราว่าเราเข้าใจความรู้สึกของนายในตอนนั้นดีแล้วล่ะ

    เราบ่นเรื่องของเรามาเสียนาน ไม่ได้พูดแสดงความยินดีอะไรกับนายเสียเท่าไหร่เลย ขอโทษด้วยนะเพื่อน ช่วงนี้ดนตรีบรรเลงการแข่งขันแย่งชิงเรากำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า เราเลยอัดอั้นกังวลไปเสียหมดจนเผลอเล่าแต่เรื่องของตัวเองไปเสียได้ ถึงอย่างไรเราก็ยินดีกับนายมากจริง ๆ ที่ในที่สุดนายก็เจอเจ้าหญิงที่รักยิ่งของนาย เราว่าเธอจะดูแลนายได้ดีที่สุด ไม่รู้ว่าเพราะอะไร พอได้ฟังเรื่องของเธอที่มักจะพ่ายแพ้ในการเล่นเก้าอี้ดนตรีที่โรงเรียนอยู่ตลอด มันทำให้เรารู้สึกเหมือนเราเห็นนายอีกคน ดูราวกับพวกนายมาปลอบโยนซึ่งกันและกัน ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง เด็กผู้หญิงคนนั้นทำเอาเราอยากเห็นเธอในตอนที่เธอเติบโตแล้ว นายว่าเธอจะได้มานั่งบนตัวเราไหม? นายว่าเธอมีสิทธิ์จะเป็นผู้เล่นคนนั้นหรือเปล่า? เราอยากจะเห็นอนาคตจริง ๆ เสียแล้วสิ

    ด้วยรัก

    เก้าอี้สีขาวในห้องประชุม (ผู้ที่ไม่เคยโดนแย่งชิงมาเนิ่นนาน)


    คุยกับผู้เขียนงานสะท้อนย้อนคิดหลังการฟัง Podcast (1)                                                           Chair to Chair (อีเมลถึงเก้าอี้เพื่อนรัก)

    ขอบคุณที่อ่านอีเมลฉบับนี้นะคะ นี่เป็นครั้งแรกที่งานเขียนได้เผยแพร่ให้ผู้คนมากมายขนาดนี้ได้อ่าน ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางของนัก(ฝึก)เขียนคนนี้ค่ะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานชิ้นนี้จะสามารถสื่อสารความในใจของผู้เล่นเก้าอี้ดนตรีคนนี้ได้ สุดท้ายนี้ เราเพียงหวังให้อินเทอร์เน็ตในประเทศนี้ดีกว่าแต่ก่อน เพื่อที่จะส่งอีเมลฉบับนี้ให้ถึงมือใครบางคนได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในฤดูกาลหน้า…พวกเราจะมีโอกาสได้เห็นผู้เล่นคนใหม่บนเก้าอี้ที่ถูกยึดครองมาเกือบแปดปีค่ะ

    เพียงดาว (นามปากกา) 


    เผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางวิชาการเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำหรือดัดแปลง 

    © สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558

    บรรณาธิกรต้นฉบับ:  aree.n

    กองบรรณาธิการ:  J P M T

  • สะท้อนย้อนคิดลังการฟัง Podcast (2)

    เก้าอี้กับชีวิต

    ภาพประกอบโดย...กบ

    สิ่งที่เราคิิดขึ้นได้หลังจากฟัง podcast นี้จบลงก็คือ เก้าอี้ เป็นของชิ้นหนึ่งที่ผูกพันกับพัฒนาการของชีวิตคนเราตั้งแต่เป็นทารกแรกเกิด ผ่านวัยเด็ก วัยที่ต้องศึกษาเล่าเรียน  ผ่านชีวิตการทำงาน การพักผ่อนในชีวิตช่วงบั้นปลาย ไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

    เก้าอี้กับสายใยในครอบครัว

    ตั้งแต่ที่เราลืมตาดูโลก แม่นั่งบนเก้าอี้ ประคองเด็กตัวเล็ก ๆ ไว้ด้วยสองมือเพื่อให้นมจากอก อิ่มแล้วก็กล่อมให้พริ้มตาหลับบนตักอันอบอุ่น  เมื่อถึงวัยที่เริ่มหัดนั่ง พ่อแม่ก็ซื้อเก้าอี้ตัวแรกในชีวิตซึ่งมีระดับที่พอดีสำหรับเรา หรือแม้แต่ในร้านอาหารก็มักจะมีเตรียมไว้ เพื่อที่เราทุกคนจะสามารถนั่งรับประทานอาหารร่วมกันที่โต๊ะอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาได้ ได้มีช่วงเวลาที่คนมักกล่าวกันว่า 

    “เวลาบนโต๊ะอาหารคือเวลาของครอบครัว” 

    สมาชิกทุกคนจะได้พูดคุยปรึกษา แลกเปลี่ยนเรื่องราวที่ได้พบเจอมาในแต่ละวัน ถึงแม้ว่าในเวลานั้นตัวเราอาจจะยังฟังไม่เข้าใจ และไม่สามารถพูดคุยสื่อสารได้ แต่การได้ใช้ช่วงเวลาสำคัญนี้ด้วยกันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยถักทอความสัมพันธ์ในสถาบันครอบครัวให้เหนียวแน่นและอบอุ่น

    เก้าอี้กับชีวิตครั้งเยาว์วัย

    เมื่อถึงเวลาแห่งการเข้าสังคมและการศึกษาหาความรู้  เก้าอี้ ก็ทำให้เราได้มีเพื่อนสนิทคนแรกของชีวิตซึ่งมักจะเป็นคนที่นั่งข้างกันในห้องเรียน ทำให้เราได้มีเพื่อนกลุ่มแรกที่นั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร ทำให้เราได้เล่น “เกมเก้าอี้ดนตรี” ด้วยกัน เกมนี้จะสนุกและท้าทายหากมีผู้เล่นจำนวนมาก ทุกคนต่างรอลุ้นว่า  ใคร? จะเป็นผู้ชนะที่สามารถครองเก้าอี้เพียงตัวเดียวไว้ได้ ไม่เพียงแต่ทำให้ได้รับมิตรภาพที่หลากหลาย แต่ เก้าอี้ ยังเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกในการเรียน การเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาเพื่อประโยชน์ในการทำงานในอนาคต

    เก้าอี้กับการต้อนรับเข้าสู่ชีวิตความเป็นผู้ใหญ่

    นอกจากหน้าที่อำนวยความสะดวกในการทำงานแล้ว เก้าอี้ ยังเป็นสิ่งที่บ่งชี้ตำแหน่ง ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของเราต่องานที่ทำ เป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนถึงสิ่งที่ตัวเราต้องกระทำ ต้องประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและคู่ควรกับเก้าอี้ที่เรากำลังนั่งอยู่ มีหลายครั้งที่เราอาจจะรู้สึกว่าเก้าอี้ที่นั่งอยู่นี้ไม่เหมาะกับตัวเรา มีแต่จะสร้างความอึดอัดทั้งกายและใจ หรือบางครั้งเราก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกเก้าอี้ตัวที่เราถูกใจเสียด้วยซ้ำไป อาจจะเพราะเรามาช้าเกินไป จนเก้าอี้นั้นได้กลายเป็นที่นั่งสำหรับคนอื่น หรือเพราะมีคนที่เสนอราคาของมันในมูลค่าที่สูงกว่าซึ่งเราไม่อาจจะจ่ายได้  เราคงทำได้แค่อดทนเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการค้นหาเก้าอี้ที่เหมาะกับความเป็นตัวเรา เหมาะกับศักยภาพของเราซึ่งเราจะสามารถแสดงออกให้ผู้อื่นได้เห็นอย่างเต็มที่ และสิ่งที่ยากลำบากยิ่งกว่าการค้นหาเก้าอี้ที่เราต้องการก็คือ การที่เราจะปกป้องรักษาเก้าอี้ของเราไว้โดยไม่ให้ใครมาตัดขามันได้


    ที่มาภาพจาก https://unsplash.com/photos/SsuQQAaZoZQ

    เก้าอี้กับความรักความสัมพันธ์

    หากเปรียบ เก้าอี้ ใน เกมเก้าอี้ดนตรี เป็นบุคคลที่ได้รับความรักความสนใจจากผู้อื่น เป็นบุคคลที่ใครต่างหมายปอง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเก้าอี้หนึ่งตัวก็มีแค่หนึ่งคนเท่านั้นที่สามารถครอบครองได้ แต่ในชีวิตความเป็นจริง เก้าอี้ที่ใครต่อใครหมายปองอาจจะไม่มีผู้ใดได้ครอบครองเลยก็เป็นได้ ความรักแตกต่างจากเกมเก้าอี้ดนตรีก็ตรงนี้ ตรงที่แท้จริงแล้วในสิ่งที่เรียกว่าความรักอาจจะไม่มีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ เพราะคู่แข่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่บุคคลอื่น แต่คือ ใจ ของเราเอง 

    เมื่อไรที่เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ…

    เมื่อ…เรากล้าที่จะรัก

    เมื่อ…เราได้มอบความรัก

    เมื่อ…เราเปิดใจ

    เมื่อ…เราได้รับความรัก

    เมื่อ…เราทั้งได้มอบและได้รับความรักในคราวเดียวกัน 

    สิ่งที่เหมือนกันของเก้าอี้และความรักก็คือ การจะดูแลรักษาสองสิ่งนี้ให้คงสภาพที่สมบูรณ์สวยงาม ไม่ชำรุดเสียหายไประหว่างกาลเวลา เราต้องเรียนรู้ที่จะถนอมและให้คุณค่าต่อสองสิ่งนี้ด้วยความตั้งใจ

    "หากเก้าอี้เป็นที่พักพิงกายยามเหนื่อยล้า คนที่เป็นที่พักพิงใจคงเปรียบได้กับเก้าอี้ตัวโปรดของเรา เก้าอี้ที่วางไว้ข้างๆ ก็อุ่นกายและใจ”


    เก้าอี้ในช่วงเวลาบั้นปลายของชีวิต และเมื่อชีวิตต้องสิ้นสุดลง

    การเห็นคนเฒ่าคนแก่ คุณตาคุณยายนั่งรอลูกหลานกลับมาบ้านหลังเวลาเลิกงาน นั่งรอเวลารับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน หรือรอคอยการกลับมาเยี่ยมจากที่ไกล ๆ ในช่วงเทศกาลบนเก้าอี้ตัวโปรดคงเป็นภาพคุ้นตาที่เราเห็นได้ทั้งในชีวิตจริงและภาพในละคร แม้แต่ตอนที่ต้องใช้ชีวิตในวาระสุดท้ายก็ยังคงมี เก้าอี้ ข้างเตียงในโรงพยาบาลที่รอรับคนที่มาเยี่ยม ที่ที่คอยส่งกำลังใจจากคนรอบข้างให้ผู้ป่วยได้รับรู้ ที่ที่คอยให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อรอคอยเวลาชีวิตสิ้นสุดลง เมื่อตัวเราลาจากไป เก้าอี้ ก็ยังเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราเป็นที่รักและเคารพของคนในชีวิตของเรามากน้อยแค่ไหน ในงานศพของเรา จะมีคนที่หลั่งไหลเข้ามาจนเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้แน่นขนัด หรือจะเป็นงานศพที่มีเก้าอี้วางไว้อย่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งผู้คน 


    ตั้งแต่เกิดจนตาย เก้าอี้…เป็นสิ่งที่พันผูกกับการดำเนินชีวิตของเราเสมอมา

     เก้าอี้ คงมีความหมายต่อชีวิตของคุณในแง่มุมที่อาจเหมือนหรือต่างกันออกไป


    เรื่อง : หลี่ผิง
     

    เผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางวิชาการเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำหรือดัดแปลง 

    © สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558

    บรรณาธิกรต้นฉบับ:  aree.n

    กองบรรณาธิการ:  J P M T

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in