มาต่อที่ TalBauer กันอีกเรื่องค่ะ เนื่องจากอารมณ์ค้างจาก The Rest ofthe Story เลยยังไม่อยากตัดกลับไปหาแนวที่เบาเกิน ยังอยากจมจ่อมกับความTal ต่ออีกนิด แต่ขณะเดียวกันก็อยากพักใจบ้าง เลยหยิบแนวโรแมนติกดราม่าจ๋าๆอย่างเรื่องนี้ขึ้นมาชิมดู โดยคิดว่าปมมันไม่น่าหนักเท่า The Rest มั้ง??? 😂
เรื่องย่อ: Noël หนุ่ม PR จากแมนฮัตตัน โดนเจ้าสาวทิ้งกลางงานแต่งต่อหน้าต่อตาแขกเหรื่อนับร้อย พ่อคุณจึงหนีโลกไปรักษาแผลใจที่รีสอร์ทสุดหรูในเม็กซิโก ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งเขาจองฮันนีมูนแพ็กเกจเอาไว้โดยก่อนขึ้นเครื่อง เขามานั่งดริงค์ที่บาร์ของสนามบินในสภาพตรงมาจากงานแต่ง (ที่ล่ม) คือร้องไห้ตาแดงก่ำและยังอยู่ในชุดทักซิโด้หรู ขณะที่รอบด้านต่างมองเขาด้วยความหวาดระแวง Wyatt เจ้าของฟาร์มและไร่องุ่นจากเท็กซัสกลับเป็นคนเดียวที่เดินไปหาพร้อมด้วยเบอร์เกอร์ 2 จาน 🍔🍔
ปรากฏว่าไวแอตต์เองกำลังจะไปรีสอร์ทสุดหรูที่ว่าเพื่อร่วมงานแต่งของน้องชายพอดี ทั้งสองเลยได้ร่วมทางกันไปอย่างงงๆ พอไปถึงพนักงานต้อนรับที่รีสอร์ทดันคิดไปว่าไวแอตต์คือคู่ของโนเอล ซึ่งฮีก็ไม่อยากเสียฟอร์มบอกใครต่อใครว่าเจ้าสาวตัวจริงเผ่นไปแล้ว เลยดึงไวแอตต์มาร่วมเอ็นจอยฮันนีมูนแพ็กเกจด้วยกันเสียเลย ทั้งคู่เลยได้ใช้เวลา 2-3 วันตามลำพังที่นั่นทำสารพัดกิจกรรมคู่รักด้วยกัน (ก่อนคณะน้องชายไวแอตต์จะมาร่วมแจม) แล้วก็นะ...บรรยากาศก็ดี เคมีก็ดี ความรู้สึกก็เลยพลุ่งพล่าน...
ไวแอตต์เนี่ยรู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วละว่าตัวเองเป็นเกย์ แต่ไม่เคยมีความสัมพันธ์จริงจังกับใครเพราะภาระที่หนักหนาของที่บ้าน คือไม่เคยหยุดงานเลยเป็นเวลา 9 ปี!!! พอมาเจอหนุ่มชาวเมืองในสภาพแวดล้อมสุดโรแมนติกราวกับฝันก็เลยหลงรักเขาไปเต็มเปา ขณะเดียวกันโนเอลก็นึกว่าตัวเองเป็นสเตรทมาทั้งชีวิต แต่ในสภาพจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตกลับมีหนุ่มคาวบอยสุดอบอุ่นมาทำดีด้วย ก็เลยเผลอตัวเผลอใจขึ้นเตียงด้วยเฉยเลย แต่ทีนี้ความฝันมันต้องมีวันตื่นไง เมื่อช่วงเวลาของแพ็กเกจฮันนีมูนนั่นใกล้จะสิ้นสุดขณะที่ไวแอตต์คิดอยากสานสัมพันธ์ต่อ โนเอลกลับทิ้งเขาไป เหลือไว้เพียงโน้ตประโยคเดียวว่า I’m sorry…
และทั้งหมดนั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลา 6 วันค่ะจากนั้นต่างคนต่างก็กลับสู่โลกของตัวเอง แต่โนเอลผู้ไม่คิดว่าตัวเองจะเจ็บมากกลับต้องตกใจว่าการจากลากับหนุ่มที่รู้จักกันเพียง 6 วันครั้งนี้ ทำให้เขาเฮิร์ตกว่าการโดนแฟนสาวที่คบกันมาปีครึ่งเทกลางงานแต่งเสียอีก! พ่อคุณใช้ชีวิตอย่างซังกะตายไปพักหนึ่ง เอาเสื้อเขามากอดเอย เขียนไดอารีพร่ำเพ้อถึงเขาเอย จนกระทั่งวันหนึ่ง โนเอลจับพลัพจับผลูต้องกลายเป็นผู้รับผิดชอบจัดงานแต่งให้นักร้องสาวชื่อดังก้องโลก หลังจากฟังคุณนักร้องสาวเพ้อถึงงานแต่งในฝันแล้ว สิ่งแรกที่โนเอลนึกถึงก็คือไร่องุ่นของไวแอตต์ (ตัวฮีเองก็คิดถึงเขาทุกลมหายใจด้วยแหละ) และนั่นได้กลายเป็นแรงกระตุ้นให้เขาส่งเมลไปหาไวแอตต์โดยไม่ทันไตร่ตรองถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา แต่ไวแอตต์ผู้ถูกทอดทิ้งอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่มีกระทั่งการแลกเบอร์ จู่ๆ ก็ได้รับอีเมลแบบธุรกิจจ๋าเพื่อขอใช้ฟาร์มจัดงานแต่งจากหนุ่มที่หักอกเขาไปอย่างเลือดเย็น เขาควรจะให้โอกาสโนเอลอีกครั้งดีไหมนะ...
รีวิว: เรื่องนี้เป็นโทรปแบบ Opposite Attract ค่ะ คือโนเอลมาจากโลกที่ทุกอย่างเกี่ยวกับภาพลักษณ์ชีวิตติดแกลม เก่งเรื่อง PR สื่อโซเซียล คือสร้างภาพให้คนอื่นเก่งมาก แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตตัวเองให้ดียังไง ขณะที่ไวแอตต์เป็นคนละโลกเลยทั้งชนชั้น วิถีชีวิต เค้าจะอยู่กับความเป็นจริงที่เรียบง่ายและเป็นรูปธรรมมากกว่า เป็นพวกสร้างทุกอย่างด้วยสองมือ ไม่ว่าจะเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นไปจนถึงห้องเก็บไวน์ มีความติดดิน มั่นคง เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน แต่กลับไม่เคยมีใครพร้อมเป็นบ้านจริงๆ ให้เขาเลย
โนเอลเริ่มเรื่องในสภาพประมาณ ชีวิตที่ฉันสร้างขึ้นมาทั้งหมดพังทลายไปแล้ว ฉันไม่รู้ว่าตัวจริงของฉันคือใคร การเจอไวแอตต์ทำให้เขาต้องเริ่มถามตัวเองว่าชีวิตของเขาต้องการอะไรกันแน่ ซึ่งกว่าจะรู้ก็ลุ้นกันรากเลือดเลยทีเดียว 🥲 เพราะโนเอลมีความขัดแย้งในตัวเองสูงมาก ซ่อนตัวตนและความต้องการของตัวเองไว้เต็มไปหมด และเจ็บจากความสัมพันธ์มาเยอะ คือไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือคนรอบกาย คนที่เคยคิดว่าเป็น“เพื่อน” ต่างไม่เคยยอมรับตัวตนที่เขาเป็นจริงๆ กระทั่งแฟนสาวยังใช้เขาเป็นเพียงบันไดไต่เต้า ทำให้ฝังใจว่าตัวตนจริงๆ ของเขาไม่มีทางเป็นที่รักของใครได้ และถ้าเขาเผยความต้องการตัวเองออกไป ทุกคนจะมองว่าเขา “เยอะ” แล้วทิ้งเขาหมด ยิ่งไปกว่านั้นยังตีความการแสดงความต้องการของตัวเอง >> ทำให้ทุกคนตีจาก = ทำชีวิต/ความสัมพันธ์พังอีก โถ พ่อคุณ...🤦♀️
ขณะที่ไวแอตต์มีประสบการณ์ในอดีตที่เจ็บปวด แต่หลังจากผ่านทั้งหมดทั้งมวลนั่นมาได้ ประสบการณ์ได้หล่อหลอมให้เขาเป็นคาแรกเตอร์ที่นิ่งและมั่นคงกว่าโนเอลมาก ปมเดียวที่เขามีก็คือการคิดว่าตัวเองบ้านนอก ไม่มีทางที่หนุ่มติดแกลมอย่างโนเอลจะมาสนใจและยอมมาลงเอยใช้ชีวิตบ้านไร่อย่างเขาได้ แต่เขาก็ไม่เคยเลิกหวังนะ ยังภาวนาอยู่ในใจตลอด พยายามเข้าใจและรักทุกอย่างที่เป็นโนเอล และใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อรอให้โนเอลหันมาเพื่อจะได้เป็น “บ้าน” ให้โนเอล คือธงเขียวววววว เขียววววว จนไม่รู้จะเขียวยังไง💕
โดยรวมเป็นเรื่องที่ดราม่าไม่หนักจริงแหละ ลุ้นไปกับการเติบโตของตัวละครมากกว่า และด้วยความ Tal อะนะ การดำเนินเรื่องส่วนใหญ่จึงดำเนินผ่านพาร์ทบรรยาย+พร่ำพรรณาความรู้สึกในหัวเยอะกว่าบทสนทนา ประกอบกับค่อนข้างยาวพอสมควร ช่วงกลางๆ เรื่องตอนที่วนอยู่ในหัวโนเอลจึงชวนให้เบื่อนิดๆ โดยเฉพาะพาร์ทที่ฮีเอาแต่พร่ำบ่น ว่าฉันเป็นคนที่ทำชีวิตพัง และฉันก็จะทำมันพังซ้ำๆๆๆ อีก ประกอบกับเราไม่อินเรื่องเซเล็บต่างๆ ด้วย ตรงนั้นก็จะแอบอ่านข้ามไปบ้าง
แล้วก็มีพาร์ทที่รู้สึกไม่สมจริง คือความรักเกิดเร็วเกิ๊นและเข้มข้นแบบ Tal Bauer มากๆๆ อย่างตรงทั้งไวแอตต์ที่หลงรักโนเอลแบบหัวปักหัวปำภายใน 3 วัน แล้วก็พาร์ท bi-awakening ของโนเอล คือเป็นสเตรทมาทั้งชีวิต แต่กลับยอมเป็นรับให้คนที่เจอกันแค่ 2-3 วันอย่างไวแอตต์ได้เฉยเลย แถมโนเอลเป็นคนเชิญชวนก่อนด้วยนะ คือสำหรับเราแล้วมันคลิกกันง่ายไปหน่อย จนเกินจะเชื่อได้ว่าเขาจะต่อสู้เพื่อความรักของกันและกันได้สักเท่าไหร่กันเชียว (แล้วคือยังเหลืออีกตั้ง 300 กว่าหน้า!)
ส่วนพาร์ที่ชอบก็คือช่วง Mexico/Cancun + ช่วงไร่องุ่น เวลาที่เขาได้ใช้เวลาด้วยกันและความสัมพันธ์กำลังเติบโตพวกซีนสอนทำอาหาร สอนแปรงขนม้า เป็น Dometic Happiness ที่ชอบมากๆ อยู่แล้ว ก็ถือว่าถัวๆ กับพาร์ทที่ชวนขมวดคิ้วไป สรุปเอาไป 8.5/10 ค่ะ
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in