เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
BTS SF/OS Everything is Seokjinพระจันทร์
(SF) 매화 [NamJin Feat.HopeGa]


  • https://www.jrailpass.com/blog/wp-content/uploads/2016/12/plum-blossoms-e1481818339192.jpg

    #Namjinweeklyth

    Week 03 : Plum Blossom

    Theme song : NCT DREAM - Walk you home

    Warning : อาจมีคำหยาบเล็กน้อย

                     จะร่วมกิจกรรมของวีคสามแต่ส่งไม่ทันจริง ๆ TT



    ถ้าชีวิตของคิมนัมจุนคือฤดูหนาว 

    คิมซอกจินก็เปรียบเสมือนดอกแมฮวาที่แสนงดงาม 

    เป็นสัญญาณในการเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของคิมนัมจุน





    เสียงกระดิ่งบ่งบอกสัญญาณว่าเป็นเวลาเลิกเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ บรรดาเด็กนักเรียนต่างรีบเร่งเดินออกจากโรงเรียน บ้างต้องทำงานพิเศษ บ้างต้องไปเรียนกวดวิชา แต่ก็มีนักเรียนบางส่วนที่อยู่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียน ซึ่งนัมจุนจัดอยู่ในประเภทเร่งรีบ

    MinSUGA : มีรุ่นพี่หน้าหล่อขี่เวสป้าคุยกับจินอยู่หน้าโรงเรียน ถ้าไม่รีบมาก็ระวังนะ หึหึ

    เพียงข้อความเดียวจากรุ่นพี่ตัวขาวคนสนิทที่ส่งมาถึงเขาก่อนเลิกเรียนเพียงห้านาที ทำให้แทบอยากจะหายตัวไปหาคนที่ยืนรออยู่ที่หน้าโรงเรียนของอีกฝ่ายเสียเดี๋ยวนั้น

    เพราะคิมนัมจุนคนนี้ดันมีคนรักที่แสนจะน่ารัก จิตใจดี เป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด จึงทำให้มีสิ่งมีชีวิตที่แสนจะน่ารำคาญหลายชนิดเข้ามาวุ่นวาย และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือไอ้รุ่นพี่เวสป้าคนนั้น!

    แต่ถึงจะหงุดหงิดเพียงใด สิ่งที่นัมจุนทำได้ก็มีเพียงแค่เร่งฝีเท้าเพื่อไปถึงโรงเรียนของอีกฝ่ายให้เร็วที่สุด


    "ไอ้ห้อยยยยยยยยย" แต่ก่อนที่คิมนัมจุนคนนี้จะก้าวพ้นประตูโรงเรียนก็มีเสียงมารมาขัดขวางไว้ก่อน มารที่ชื่อว่า จองโฮซอก

    โฮซอกมันรีบวิ่งมาหาผมครับ แล้วไอ้ท่าที่มันวิ่งมาหาผมน่ะ ทำให้มันเหมือนม้าขึ้นไปอีกร้อยละห้าสิบ

    "มึงจะรีบไปไหนวะห้อย ออกจากห้องไวอย่างกับเดอะแฟลช" โฮซอกมันบ่นทันทีที่วิ่งมาถึงตัวผมเลยครับ

    "รีบไปหาจินฮยอง" ผมตอบมันก่อนรีบก้าวเท้าเดินต่อ นี่ผมจะมามัวเอ้อระเหยไม่ได้แล้วนะ ไอ้รุ่นพี่เวสป้าคนนั้นมันกำลังล้ำเส้น

    "เอ้าา ยังไม่เลิกกันอีกเหรอวะ พี่จินโฉมงามกับน้องอสูรนัมจุน"

     นี่ถ้าผมกระโดดถีบหน้ามันก่อนจะผิดมั้ยครับ หรือจะโดดถีบมันเลยดีครับเผื่อฟันมันจะยุบเข้าไปบ้าง แต่ก็ได้แค่คิดล่ะครับ ความจริงคือผมกำลังรีบสับเท้าไปหาพี่จินพร้อมกับมองค้อนมันไปหนึ่งสเต็ป แล้วดูเหมือนมันจะไม่ได้สำนึกเลยนะครับ ก็ยังทำหน้าระรื่นกระโดดดึ๋ง ๆ มาพร้อม ๆ กับผม

    ตกลงเพื่อนกูแม่งเป็นม้าจริง ๆ ใช่มั้ยวะ?

    "แล้วมึงจะตามกูมาเพื่อ? ไม่ไปเรียนพิเศษรึไง?" ผมเอ่ยถามเพื่อนที่มันยังคงลั้นลาอยู่ข้าง ๆ 

    "ไม่อะ วันนี้โดดมีนัด"

    เออดีวุ้ย!


    พวกผมตอนนี้คือเด็กมัธยมต้นปีสามครับ แน่นอนว่าสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนนี้ก็คือการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียงสักที่ และแน่นอนว่าทั้งตัวผมเองแล้วก็ไอ้ม้าโฮซอกก็ต้องเรียนพิเศษและติวอย่างเข้มข้นมากกว่าปกติ (แค่แบบปกติก็แย่แล้วครับ) แล้วยิ่งโรงเรียนที่ผมจะสอบเข้านั้นเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงค่อนข้างมาก คนที่เรียนที่นี่ก็ขึ้นชื่อด้านความเก่ง และหน้าตาดี แน่นอนว่าคุณแฟนของผมก็เรียนที่นี่ด้วยนะ (เขิน!) 

    พอผมบอกกับที่บ้านว่าอยากเรียนที่โรงเรียนนั้น แน่นอนว่าทางบ้านสนับสนุนเต็มที่มากกกกกกก แถมจัดคอร์สเรียนสุดโหดไว้ให้อีกต่างหาก ทำให้ในแต่ละสัปดาห์ผมมีเวลาว่างช่วงตอนเย็นไปหาคุณแฟนได้แค่วันเดียวคือวันศุกร์ ซึ่งมันคือวันนี้อย่างไรล่ะ!!

    ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีผมก็มาถึงโรงเรียนมัธยมปลายของคุณแฟน ดีนะที่โรงเรียนของเราไม่ได้ไกลกันมาก ไม่อย่างนั้นจิตใจผมต้องร้อนรุ่มเพราะไอ้รุ่นพี่เวสป้านั่นนานยิ่งกว่านี้ แค่นี้ก็จะไม่ไหวแล้วครับ

    ผมสอดส่ายสายตามองหาคุณแฟนของผมทันที นั่นไงครับพี่เขายืนเลยหน้าโรงเรียนไปเล็กน้อย นี่ขนาดมองระยะไกลยังโคตรน่ารักเลย รอยยิ้มหวาน ๆ นั้นที่กำลังมอบให้

    เดี๋ยวนะ...

    ไอ้รุ่นพี่เวสป้า!!!!

    ผมรีบสาวเท้าเดินไปหาคุณแฟนเลยครับ ไอ้รุ่นพี่เวสป้าคันสีฟ้านั่นคุยอะไรกับคุณแฟนกันนะ ทำไมพี่เขาถึงยิ้มหวานแบบนั้นล่ะ นัมจุนจะไม่ทนนนนน

    "จินฮยองคร้าบบบบบบ" 

    ผมเรียกอีกฝ่ายเสียงดัง (มีความระริกระรี้เล็กน้อยถึงปานกลาง) พร้อม ๆ กับวิ่งไปหาพี่เขาครับ พอไปถึงก็รีบกุมมือนุ่ม ๆ นั้นไว้ทันที ไอ้รุ่นพี่เวสป้านี่มองมือผมกับพี่จินใหญ่เลยครับ

    อิจฉาอะเด้

    พี่จินยิ้มหวานพร้อมกับกระชับมือผมให้แน่นขึ้นไปอีกครับ โอ้ยยยย นัมจุนจะไม่ไหวกับความน่ารักนี้

    "คิดถึงจินฮยองจังครับไม่ได้เจอตั้งหลายวัน" 

    พี่จินหัวเราะน้อย ๆ ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นจากผม เสียงหวาน ๆ หัวเราะนั่นน่ะโคตรจะน่ารัก แล้วมันก็ทำให้ผมโดนแอทแทคเข้าอย่างจังเหมือนทุกครั้ง สารภาพจากก้นบึ้งของจิตใจเลยนะครับว่าไม่อยากให้ใครได้ยิน...

    ...

    ..

    .

    เฮ้ยยยยย ไอ้รุ่นพี่เวสป้ายังอยู่อีกเรอะ

    แหม่ คนเป็นแฟนเขามาแสดงตัวต่อหน้าต่อตาขนาดนี้ยังไม่ไปอีก 


    "แล้ววันนี้น้องจินกลับยังไงครับ" เสียงของคนที่คร่อมตัวอยู่บนเวสป้าเอ่ยถามคนหน้าหวานที่ตอนนี้มีใครอีกคนยืนเกาะอยู่

    "วันนี้เดินกลับพร้อมนัมจุนน่ะครับ" ซอกจินตอบพร้อมกับยิ้มให้รุ่นพี่

    ทำไมต้องไปยิ้มให้มันด้วยล่ะครับพี่จิน นัมจุนไม่ชอบ ไม่ชอบๆๆๆๆ ฮึ้ยยยย

    ท่าทางฮึดฮัดจากคนที่ยืนกุมมือตนอยู่ทำให้ซอกจินหัวเราะน้อย ๆ เขารู้ตัวดีว่าเด็กน้อยของเขากำลังไม่พอใจที่ตนไปยิ้มให้อีกคน แต่จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะนี่ก็รุ่นพี่ที่เคารพนะ

    "ถ้าคราวหน้าไม่อยากเดินกลับก็บอกพี่นะ" พูดพร้อมกับยักคิ้วให้เด็กที่ใส่ชุดนักเรียนม.ต้นจากโรงเรียนที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะบิดคันเร่งเวสป้าคู่ใจออกตัวไป

    เด็กหนอเด็ก

    ทางฝั่งของแฟนเด็กที่ได้เห็นท่าทีแบบนั้นของไอ้นรุ่นพี่เวสป้าก็ได้แต่ฮึดฮัด พี่จินเขาจะเดินกลับพร้อมคิมนัมจุนคนนี้เท่านั้นแหละ!! รอให้เขาเก็บเงินซื้อมอเตอร์ไซค์ได้ก่อนเถอะ จะบริการรับส่งคุณแฟนทุกเช้าเย็นเลยคอยดูสิ

    "จินฮยองครับ ไอ้รุ่นพี่เวสป้าปากห้อยนั่นใครครับ" ชิบหาย เข้าตัวว่ะ

    "กล้าว่าเขาปากห้อยด้วยเหรอเรา" ซอกจินเลิกคิ้วถามแฟนเด็กที่ตอนนี้ทำหน้าบึ้งเหมือนตัวตุ่น

    "จินฮยองอะ!!" แล้วคิมนัมจุนก็ทำได้แค่โวยวายกลบเกลื่อนไปเท่านั้นแหละ นัมจุนเอ้ยยยทำไมพูดไม่คิดเลยวะ

    "ฮ่าฮ่า พี่เขาชื่อพี่ชานยอลเป็นรุ่นพี่ที่ชมรมน่ะ แล้วก็นะนัมจุนเขาเป็นรุ่นพี่อย่าไปเรียกเขาว่าไอ้สิ" ซอกจินพูดพร้อมกับยกมือขึ้นไปจับที่แก้มทั้งสองข้างของแฟนเด็กก่อนจะโยกศีรษะของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่ออีกฝ่ายพยายามทำแก้มป่องพร้อมกับเบะปากเต็มที่ แสดงถึงการต่อต้านจากคิมนัมจุน

    สูงขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะนัมจุนของเขา ซอกจินยังจำได้ถึงครั้งแรกที่เจอกันอีกฝ่ายยังเตี้ยกว่าเขานิดหน่อยนะ แต่ตอนนี้กลับเริ่มสูงแซงหน้าเขาแล้วสิ

    แต่ถึงจะโตเป็นผู้ใหญ่ขนาดไหน ก็ยังเป็นเด็กน้อยของคิมซอกจินอยู่ดีนั่นแหละ


    คิมนัมจุนน่ะ 




    ย่านการค้าใจกลางเมืองเวลานี้เต็มไปด้วยเด็กนักเรียนมากมายเดินกันขวักไขว่ ตามร้านขนมน่ารัก ๆ หรือร้านบุฟเฟ่เนื้อย่างล้วนถูกจับจองด้วยกลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งเลิกเรียน มีหลายคนที่เพียงแค่แวะมาหาอะไรกินก่อนจะไปเรียนพิเศษต่อ แต่หลายคนก็มานั่งสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในเย็นวันศุกร์แล้วไปทุ่มวันหยุดให้กับการเรียนพิเศษและการติว มันก็เป็นแบบนี้นั่นแหละในสังคมที่การแข่งขันสูง การสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนดี ๆ ที่มีชื่อเสียงเป็นอีกสิ่งที่ช่วยให้การก้าวเข้าไปหาความสำเร็จ และก็เป็นสิ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเรื่องไปคุยโวกับเพื่อนร่วมงานหรือสมาคมแม่บ้านอย่างไรล่ะ

    ซอกจินกับนัมจุนเดินทอดน่องกันไปอย่างไม่รีบร้อน เย็นวันศุกร์คือช่วงเวลาี่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันมากที่สุด แน่นอนว่านัมจุนมีคอร์สติวมหาโหดรออยู่ในวันหยุด ซอกจินที่เป็นนักเรียนมัธยมปลายปีสองเองก็มีคอร์สติวเข้มสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในวันหยุดเช่นกัน

    บ้านของซอกจินอยู่ไม่ไกลจากย่านการค้ามากนัก นั่งรถไฟฟ้าไปแค่สองสถานีก็ถึงแล้ว ดังนั้นนัมจุนจึงเลือกที่จะเดินไปส่งคุณแฟนที่บ้านเสมอตั้งแต่เริ่มจีบกันจนยอมคบเป็นแฟน ถึงช่วงหลังมานี้จะทำได้แค่เย็นวันศุกร์หรือบางวันหยุดที่ทั้งสองฝ่ายเลิกเรียนเร็วกว่ากำหนด (ซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้) เท่านั้น

    "วันนี้ซื้อขนมไปนั่งกินที่สวนสาธารณะก่อนถึงบ้านฮยองดีมั้ย" เสียงหวานที่เอ่ยถามทำให้นัมจุนพยักหน้ารับเต็มที่ แน่นอนว่าการแสดงออกนั้นมันเรียกเสียงหัวเราะจากคนถามได้เป็นอย่างดี

    คิมนัมจุนน่ะตามใจคุณแฟนทุกเรื่องนั่นแหละ

    ดังนั้นทั้งสองคนจึงตัดสินเดินเข้าร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกลก่อนจะซื้อขนมกันไปถุงใหญ่ (ซึ่งส่วนใหญ่ซอกจินเป็นคนเลือก) แล้วเดินไปยังสวนสาธารณะเป้าหมายทันที


    "โอ๊ะ ไปนั่งใต้ต้นแมฮวากันดีกว่านัมจุน"  ซอกจินยิ้มร่าดึงมือแฟนเด็กวิ่งไปนั่งใต้ต้นไม้ที่ชอบทันที

    ซอกจินชอบดอกแมฮวาเพราะมันเป็นสัญญาณของการเริ่มต้น เป็นสัญญาณบอกว่าความเหน็บหนาวกำลังจะสิ้นสุดลง ความอบอุ่นกำลังจะเข้ามาทำให้หัวใจกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อดอกไม้ชูช่อผลิบาน ถึงใคร ๆ จะชอบบอกว่าดอกแมฮวาเป็นพระรอง พระเอกน่ะคือซากุระ แต่สำหรับซอกจินแมฮวาน่ะเป็นตัวเอกที่ทำการเบิกโรงต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ เป็นเหมือนท่อนแรกของเพลงที่แสนไพเราะทำให้ท่วงทำนองตลอดทั้งเพลงนั้นไพเราะ

    และอีกเหตุผลที่แสนสำคัญ

    เพราะคิมนัมจุน


    "จินฮยองน่ะ เป็นดอกแมฮวาของผมนะครับ"




    "แรปบ้าบออะไรไร้สาระ พ่อเขาพูดแบบนี้น่ะครับ" นี่คือประโยคแรกที่คิมนัมจุนเอ่ยกับบุคคลแปลกหน้าที่มานั่งข้างตนเอง

    ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า นัมจุนที่เพิ่งจะมีปากเสียงกับพ่อของตนได้แต่นั่งทิ้งตัวใต้ต้นไม้ใหญ่ที่กำลังเริ่มผลิบาน สาเหตุของการทะเลาะกันครั้งนี้เป็นเพราะพ่อกับแม่จับได้ว่าลูกชายคนเก่งของตนแอบไปแรปใต้ดินตอนดึก ๆ ทุกสัปดาห์ คุณพ่อเชื่อว่าการแรปนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลการเรียนของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนตกลง

    อันที่จริงนัมจุนก็ยังคงเรียนได้ระดับเดิมนั่นแหละ แค่เลขทศนิยมมันลดลงไปนิดหน่อย

    หลังจากรู้เรื่องแรปใต้ดินที่แอบทำมานาน พ่อกับแม่จึงไม่พอใจเป็นอย่างมาก 

    ทำไมกันนะ ทั้ง ๆ ที่คิมนัมจุนคนนี้ไม่เคยทำอะไรให้พวกท่านเดือดร้อนเลยสักครั้ง เพียงแค่ความสุขเดียวของเด็กมัธยมต้นคนหนึ่งจะหาได้ท่ามกลางความกดดันรอบด้านที่ต้องแบกรับ ทำไมถึงไม่ได้กันนะ

    การวิ่งหนีออกมาเป็นทางเดียวที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งจะคิดออกในตอนนั้น นัมจุนทำได้แค่วิ่งหนีออกมา อย่างน้อยก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับที่บ้านในตอนนี้ จนในที่สุดสองขาก็เริ่มล้า ร่างกายเริ่มเหนื่อยหอบ นัมจุนจึงพาร่างของตนมานั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่กำลังเริ่มผลิดอกบานท่ามกลางต้นไม้อื่น ๆ ที่ยังคงไร้ซึ่งสีสัน

    ดวงตาเรียวมองดอกไม้สีมชมพูที่กำลังเบ่งบานให้มนุษย์ได้ยลโฉม 'ดอกแมฮวา' แน่นอนว่าเขารู้จักมันเป็นอย่างดี ดอกไม้ชนิดแรก ๆ ที่เริ่มบานต้อนรับความอบอุ่น เป็นสัญญาณของความเหน็บหนาวที่กำลังจะสิ้นสุดลง 

    น่าอิจมันเหมือนกันนะ ที่เจ้าดอกไม้น้อยนั้นรู้ตัวแล้วว่าฤดูหนาวอันแสนยาวนานกำลังจะสิ้นสุดลง มันกำลังจะได้เบ่งบานตัวตนที่หลบซ่อนมานานตลอดเวลาที่เหมันต์ได้มาเยือน ส่วนตัวเขาเองตอนนี้คงกำลังเผชิญพายุหิมะที่พัดโหมกระหน่ำทั้งเหน็บหนาวและรุนแรง ราวกับว่าจะติดอยู่ในความหนาวนั้นไปอีกนานแสนนาน คิมนัมจุนอยากจะให้ฤดูใบไม้ผลิของต้นมาถึงเร็ว ๆ เหมือนกัน

    "ทำไมถึงทำหน้าเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้แบบนั้นล่ะ" เสียงของใครบางคนทำให้นัมจุนละสายตาจากเจ้าดอกไม้ดอกน้อย เพื่อหันไปหาต้นเสียง

    ร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ไม่ไกล ริมฝีปากอิ่มนั่นกำลังยิ้มน้อย ๆ คน ๆ นั้นค่อย ๆ เดินมานั่งข้างกัน พร้อมกับมองหน้าราวกับว่าต้องการให้เขาตอบคำถามเมื่อครู่

    นัมจุนทำเพียงแค่เบือนหน้าไปอีกทางหนึ่งเท่านั้น ทำไมจะต้องให้คนแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้มานั่งจ้องหน้าด้วยล่ะ (ถึงจะน่ารักก็เถอะ!)

    "มีเรื่องไม่สบายใจอะไรงั้นเหรอ ระบายให้พี่ฟังก็ได้นะ ยังไงเราก็ไม่รู้จักกันอยู่แล้ว บอกตามตรงว่าพี่ไม่เคยเห็นใครมองดอกแมฮวาแล้วทำหน้าอมทุกข์แบบนี้มาก่อนเลย"  เสียงหวาน ๆ นั้นยังคงพูดกับเขา แน่นอนว่านัมจุนไม่ได้เอ่ยตอบอะไรกลับไป

    ระบายงั้นเหรอ?

    "ดอกแมฮวาน่ะเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นนะ วันนี้นายก็ระบายความทุกข์ของนายออกมาให้หมด หลังจากนั้นก็หลับตาลงสักสิบวินาที เมื่อลืมตาขึ้นมานายจะเป็นคนใหม่ที่พร้อมจะเริ่มต้นสร้างความสุขอีกครั้ง"

    นัมจุนหันกลับไปมองคนที่นั่งข้างกัน อีกฝ่ายยังคงส่งยิ้มละมุนมาให้เขา 

    ทำไมกันนะ ทำไมรอยยิ้มนั้นถึงสวยงามขนาดนี้

    "แรปบ้าบออะไรไร้สาระ พ่อเขาพูดแบบนี้น่ะครับ......" นัมจุนเริ่มเล่าเรื่องราวของเขาให้กับคนแปลกหน้าฟัง ทั้งความทุกข์ ความไม่สบายใจต่าง ๆ กำลังถูกทำให้ลดลงจากใจโดยระบายมันออกไปทางคำพูด อีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเพียงแค่ตั้งใจฟังเท่านั้น 

    ผ่านไปชั่วอึดใจในความรู้สึก เรื่องราวทุกอย่างก็จบลง นัมจุนถอนหายใจแล้วสบตาของอีกฝ่าย ดวงตากลมโตนั้นยังคงจับจ้องมาที่นัมจุนคนนี้ 

    แววตาอันแสนอบอุ่นนั้นราวกับกำลังโอบกอดและปลอบประโลมเขาเอาไว้

    "สบายใจขึ้นแล้วใช่มั้ยล่ะ ตอนนี้นายน่ะกำลังจะเริ่มผลิบานเหมือนดอกแมฮวาที่นายอิจฉาหรือยัง"

    คำถามของอีกฝ่ายทำให้นัมจุนตระหนักถึงอะไรบางอย่าง 

    นั่นสินะ

    คิมนัมจุนน่ะพร้อมจะผลิบานแล้วหรอยัง

    "ถ้าสบายใจแล้วพี่คงต้องลาก่อนล่ะนะ ป่านนี้แม่พี่คงบ่นแล้ว" คนข้าง ๆ เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะส่งยิ้มบางแล้วหันหลังจากไป


    "เดี่ยวก่อนครับ" อีกฝ่ายหันกลับมาพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น

    "..."

    "ผมคิมนัมจุนนะครับ"



    "ฉันคิมซอกจินนะ"



    วันนั้นคิมนัมจุนไม่ได้พร้อมที่จะผลิบาน

    แต่เป็นวันที่เขาค้นพบดอกแมฮวาของตัวเอง




    นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมคิมนัมจุนได้พบกับคุณแฟน ไม่รู้เป็นพรหมลิขิตหรือเปล่าที่คุณแฟนเป็นเพื่อนสนิทกับยุนกิฮยองที่เขาไปร่วมแรปใต้ดินด้วยอยู่บ่อย ๆ พอจีบคุณแฟนสำเร็จจนได้คบกัน ผมเลบฝากยุนกิฮยองสอดส่องพวกมดแมลงที่จะมายุ่งกับจินฮยอง

    จินฮยองน่ะน่ารัก แถมใจดีสุด ๆ ขนาดตอนเจอกันครั้งแรกผมยังตกหลุมรักพี่เขาเลย แถมตอนอยู่โรงเรียนคุณแฟนก็ฮ็อตสุด ๆ มีสาว ๆ หนุ่ม ๆ มาขายขนมจีบกันเต็มไปหมด แต่ว่านะจินฮยองก็บอกทุกคนตลอดว่ามีนัมจุนคนนี้เป็นแฟน 

    คิดแล้วก็เขิน! (เนอะ)

    "จินฮยองครับ" ผมเรียกคุณแฟนที่กำลังกินปลาเส้นพร้อม ๆ กันเป็นสิบเส้นทำให้ปากของอีกฝ่ายเหมือนมีปลาเส้นงอกออกมาเต็มไปหมด

    โคตรน่ารักเลยโว้ยยยยยย นัมจุนจะไม่ไหวแล้ว



    "ขอบคุณนะครับที่ยอมมาเป็นดอกแมฮวาของผม"





    Behind (นัดของจองโฮซอก)

    ณ หน้าโรงเรียนมัธยมปลาย

    "ยุนกิฮยองคร้าบบบบบบบบบบบบบ คู่นั้นเขาก็ไปสวีทด้วยกันแล้ว แล้วคู่เราล่ะครับ" 

    ยุนกิได้แต่เหลือบมองไอ้รุ่นน้องหน้าม้าที่ยิ้มแป้นแล้นก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินไปอีกทาง

    "เดี๋ยวสิครับฮยอง ไปหาบิงซูกินกันสักถ้วยนะครับ น้าาาาา"

    แน่นอนว่าจองโฮซอกไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอกนะ อุตส่าโดดเรียนพิเศษเพื่อมาหาพี่เขาโดยเฉพาะงานนี้ต้องทำคะแนนเพิ่มให้ได้ จีบมาตั้งหลายเดือนแล้วเหมือนคะแนนจะยังไม่กระเตื้องเลย

    "นะครับ ฮยองไปกินบิงซูกันนะคร้บบบบบ" โฮซอกวิ่งล้อมหน้าล้อมหลังพร้อมกับส่งรอยยิ้มบาดใจไปให้อีกฝ่าย 

    มันต้องเกิดการหวั่นไหวกันบ้างแหละ จองโฮซอกออกจะหล่อขนาดนี้!

    "ทำไมฉันจะต้องไปกับคนที่โดดเรียนมาด้วยล่ะ" 

    ยุนกิส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับรุ่นน้องที่เหมือนจะช็อกค้างไปแล้วจากคำพูดของตัวเอง 

    ทำไมไม่ห่วงอนาคตของตัวเองบ้างนะไอ้เด็กนี่

    แล้วนี่ยังมายืนทำหน้าเศร้าเหมือนตอนดูหนังแล้วมีหมาตายอีก

    "เฮ้อออ แค่วันนี้นะ คราวหน้าถ้าโดดเรียนมาอีกล่ะน่าดู" มินยุนกิพูดก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อ ทิ้งเวลาให้อีกฝ่ายประมวลผลเล็กน้อย

    "เยสสสส ฮยองครับคราวหน้าผมจะตั้งใจเรียนแล้วคร้าบบบบบ"


    มินยุนกิได้แต่ยิ้มขำ

    การมีใครมาเป็นสีสันให้ชีวิตมันก็ดีเหมือนกันนะ



    END


    จบไปแล้วนะคะ สำหรับฟิกสั้น ๆ จากเรา ความจริงจะส่งเรื่องนี้เข้าร่วม #Namjinweeklyth สัปดาห์ที่สามค่ะ แต่ว่าไม่ทันจริง ๆ เมื่อวันอาทิตย์เพิ่งแต่งไปได้แค่ 30% ....

    ดอกแมฮวา หรือเหมยฮวา หรือบ๊วย เป็นดอกไม้ที่ความหมายดีมาก ๆ เลยค่ะ ส่วนตัวเราคิดว่าเป็นความหมายที่สร้างพลังให้กับใครหลายคนได้ทีเดียว

    ขอให้ทุกคนพบกับการเริ่มต้นที่ดี หรือพบใครสักคน หรือความชอบ หรือสิ่งของบางอย่าง ที่เป็นการเริ่มต้นของคุณนะคะ

    ที่มาของเรื่องนี้เกิดส่วนหนึ่งการจากการฟังเพลงของน้องดรีมแล้วอยากมีเด็ก ๆ เดินไปส่งที่บ้านบ้าง ><


    ขอขอบคุณนักแสดงรับเชิญ

    พี่ชานยอลและเวสป้าของเขา *ปรบมืออออ*


    พบกันใหม่เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยนะคะ ^^

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in