เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เล่าเรื่อยเปื่อยmarmantin
Back to 1960s
  • บอกก่อนว่าเราไม่ค่อยได้อ่านประวัติศาสตร์จีนเท่าไหร่ตอนที่เขาสร้างชาติกันน่ะนะ

    แต่คือเราอ่านนิยายเรื่อง "หลบหน่อยแม่จะเดิน" นิยายแปลแล้ว อยากระบายความในใจถึงความโหดร้ายจากประวัติศาสตร์จีน (เนื้อหาข้างล่างจะหนักๆหน่อยนะ เตือนไว้ก่อนค่ะ)

    คำโปรย: นางเอก(ซูหยี) CEO หญิงสุดแกร่ง แต่ก็ไม่รอดโชคชะตาที่ทำให้เธอต้องย้ายร่าง กลายเป็นสาวโรงงานทอผ้า ที่ต้องเลี้ยงน้องๆอีก 3 คน ละน้องก็ไม่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระอะไรเลย มีแต่จะถ่วงให้ชีวิตแย่ต่อไป นางเอกเลยต้องดันนิสัยน้องๆและเอาชีวิตรอดในช่วงปี 1960 ที่จีน

    อ่านมาตอนแรกก็ตื่นตาตื่นใจดีนะ นางเอกฉลาด เจ้าเล่ห์และเก่ง แต่โคตรอึดอัดทุกครั้งที่นางเอกชื่นชมพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน คงเพราะเราเป็นพวกหัวประชาธิปไตยมั้ง เวลาเห็นเขาชื่นชมผู้นำ บูชาตัวบุคคลแล้วอยากจ้วก (คุ้นๆมะ? ที่ไทยก็อวยอยู่ทุกวี่ทุกวัน) เพราะมุมมองเขากับเรามันต่างกัน (เพราะเราเอาค่านิยมตอนนี้ไปเทียบเรื่องสมัยนั้นด้วยแหละ คงก็ไม่ต่างจากเอาเราตอนนี้ไปเทียบกับเราตอนเด็กหรอกมั้ง คือเมื่อก่อนเราก็ยังไม่ได้มีawarenessเรื่องนี้กันมากเท่าไหร่ แต่ยิ่งโต พอมองย้อนกลับไปดูก็มักจะรู้สึกว่า แหม ก็ทำไปได้เนอะ) แต่ความอึดอัด = ความอึดอัดอยู่ดีไง

    หลังอ่านจบก็ลองไปฟังประวัติศาสตร์ช่วงนี้เพิ่มแล้วก็หดหู่อะ ไล่ไทม์ไลน์(แบบลวกๆ)เป็นข้อๆไป เริ่ม!

    1. ประธานเหมาชนะสงครามกลางเมืองกับเจียงไคเช็ค จนเขาจรลีไปตั้งประเทศไต้หวัน                    
    2. ประธานเหมาตอนแรกก็มี 'ขบวนการ 100 บุปผา' เชิญนักวิชาการ ฯลฯ มากำหนดทิศทางประเทศแต่ตัวเองโดนถล่มด่าเละ ฮีรับfeedbackไม่ได้แถมไปตามเช็กบิลคนที่ด่าอีก (กระจอกอะ!)                                 
    3. สุดท้ายก็คิดโครงการที่คิดเอาเอง(ว่าดี) The Great Leaf Forward จะผลักดันให้เป็นประเทศเป็นระบอบจีนคอมมิวนิสต์ แต่ตามทฤษฎีคือต้องเป็นประเทศอุตสาหกรรมก่อน ซึ่งจีนตอนนัั้นยังไม่ใช่ไง ยังเป็นเกษตรกรรมอยู่                                                                                                                              
    4. รัฐบาลก็ออกโครงการก็ยึดที่ดินทั้งหมด ทำเป็นนารวมแล้วให้ประชาชนไปทำ ไม่ได้ให้ค่าแรงนะ แต่ให้ที่อยู่และอาหารแทน คนก็คิดว่าทำน้อยก็มีกินเหมือนๆกันหมด กลายเป็นว่าผลผลิตไม่ตรงตามเป้า รัฐก็มาเช่งเอากับผู้จัดการโครงการ เพื่อให้มันตรงตามเป้าก็เขียนเลขให้ตรงตามเป้าที่กำหนดมาแล้วส่งออกไปขายต่างประเทศ แต่ข้าวที่ส่งไปคือข้าวทั้งหมดที่มี ไม่เหลือกินกันในประเทศเลย                                                                                                                                    
    5. ตอนนี้จีนเลยต้องเผชิญกับทุพภิกขภัยอันเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ คือขาดแคลนอาหารมากๆ (มีมาจากหลายสาเหตุทั้งภัยแล้ง น้ำท่วมด้วย) จนรัฐต้องออกเป็นคูปอง เพราะทั้งของกินและของใช้หายาก มีจำกัด และแพง คนเริ่มอดอยาก สุดท้ายก็ล้มตายกัน ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน แต่เขาคาดว่าน่าจะตาย 30 ล้านคนเป็นอย่างต่ำ (。﹏。*) สุดท้ายโครงการ The Great Leaf Forward ก็โดนยกเลิกตอน 1959 และประธานเหมาก็เกษียณและตั้งคนอื่นขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีแทน และมีตั้งเติ้งเสี่ยวผิงมาร่วมทำงานด้วย                                                                                            
    6. ระบบนารวมก็เปลี่ยนเป็นระบบความรับผิดชอบแทน คือหมู่บ้านส่งข้าวเข้ากองกลางจำนวนหนึ่ง แต่เหลือก็แล้วแต่เลยว่าจะทำไง ช่วงนี้ในแต่ละโรงเรียนมีพวกวิชาวัฒนธรรมเหมา และก็เริ่มตั้งยุวชนแดง หรือ Red Guardในโรงเรียนโดยการจัดตั้งของเจียงชิง(เมียประธานเหมา) มีการสร้างThe little red book ใครไม่มีถือว่าไม่รักชาติและเสร่อมาก ในที่สุดประธานเหมาก็มาทวงที่บัลลังก์คืนในปี 1966 เพราะคนของฮีปูทางอวยมาให้ตลอดตั้งแต่เกษียณ                                        
    7. คือมีอาจารย์ออกมาวิจารณ์มหาลัยว่าเป็นทุนนิยม นักศึกษาก็ออกมารับลูกเขียนด่าทุนนิยมแล้วเอามาแปะกำแพง ประธานเหมามาเยี่ยมชม แถมเซ็นว่าเห็นด้วยกับนักศึกษา มีการเกณฑ์นักเรียนนักศึกษาให้นั่งรถไฟฟรีมาอวยประธานเหมา (เรียกว่า Red Guard Summer) หลังจากนั้นก็เหมือนพวกคลั่งชาติอะ ใครมีความคิดเก่า ธรรมเนียมเก่า มีความคิดแนวตะวันตกหรือทุนนิยม เป้าหมายแรกของกลุ่มยุวชนแดงก็พวกครูอาจารย์นี่ละ  สมัยนี้ก็เลยเห็นภาพอาจารย์โดนเด็กวัยรุ่นลากมาทำร้ายร่างกายเป็นว่าเล่น หนักๆก็โดนตื้บจนตาย โคตรโหดร้าย  ಥ_ಥ                [*สปอยเนื้อเรื่องนิยาย ถมดำเอาค่ะ] นางเอกในเรื่องซึ่งเป็นเป็นหัวหน้าองค์กรพิเศษก็พยายามช่วยครูอาจารย์ตัวเองอยู่ คือสร้างที่บนเขาปลีกวิเวกให้พวกอาจารย์ได้ไปอยู่บนนั้นแทน ให้ทหารบางกลุ่มมาเฝ้า ก็ออกแนวกักตัวอยู่นะ แต่ก็น่าจะดีกว่าต้องมาโดนทำร้ายจากกลุ่มคลั่งชาติแหละ                            
    8. หลังๆประธานเหมาแกก็กำจัดแต่ละคนออกไป เช่น ประธานนาธิบดีเก่า หลินเส้าสีโดนจับเข้าคุก เติ้งเสี่ยวผิงโดนส่งไปใช้แรงงานหนักแทน หลังกลุ่มยุวชนแดงล่าคนเห็นต่างจนแทบจะหมด ก็โดนถีบหัวส่งไปอยู่กับชาวนาต่างจังหวัดแทน (คือโดนส่งตัวหายไป10ปี พอกลับมาอีกที อ้าว ทำไมจีนเป็นทุนนิยมไปแล้ว) ช่วงหลังส่งตัวนักศึกษาไปแล้วคนใกล้ชิดประธานเหมาก็เริ่มสร้าง propaganda บางทีก็ใช้ชื่อประธานเหมาอ้างไป                                                                             
    9. ตอนนี้สุขภาพประธานเหมาแกก็ไม่ค่อยดีอะนะ แถมหวาดระแวงคนรอบตัวด้วยว่าจะมาแย่งอำนาจ ก็เริ่มกำจัดไปทีละคน ไม่รู้จะคุยกับใครก็หันไปคุยกับโจวเอินไหลเพื่อนเก่าต่อ ตอนนี้ประธานเหมาหันมาถือหางโจวเอินไหลแทนที่จะเป็นกลุ่มเมียตัวเอง (ระแวงไงละ)  โจวเอินไหลแกก็ไปช่วยเติ้งเสี่ยวผิงออกมา หรือทำกิจกรรมอย่างอื่น กลุ่มเมียเหมาก็ออกมาค้านเนอะ แต่โดนคนด่าแทน คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด แล้วอิทธิพลกลุ่มนางก็ตกต่ำลง จนกระทั่งประธานเหมาตาย                                        
    10. คือก่อนตายก็แต่งตั้งผู้สืบทอดแล้วแหละ แต่เป็นคนที่ไม่มีอำนาจอะไร เจียงชิงเมียประธานเหมาก็แบบควรต้องเป็นฉันสิที่ได้เป็น สุดท้ายเติ้งเสี่ยวผิงก็วางแผนจับเมียประธานเหมา ถือเป็นการสิ้นสุดยุคปฏิวัติวัฒนธรรมสักที แล้วเติ้งเสี่ยวผิงก็ขึ้นเป็นผู้นำแทนและปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่จนกลายเป็นจีนทุกวันนี้


    เราว่าเราย่อยถูกแล้วมั้ง (เอาเป็นว่าถ้าผิดก็ขอโทษด้วยน้า) แต่ใครอยากฟังเต็มก็แปะยูทูปลองฟังเต็มๆได้ข้างล่างนี้จ้า



    จริงๆรูปHeaderก็อยากจะแปะเกี่ยวกับการปฏิวัติวัฒนธรรม หรือรูปโฆษณาชวนเชื่อของพวกRed Guardอยู่หรอกนะ แต่แปะเป็นรูปปกนิยายมันดูเจริญหูเจริญตามากกว่า Cr. สำนักพิมพ์ห้องสมุด

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in