เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เล่าเรื่อยเปื่อยmarmantin
บ้านเก่า
  • เวลาเปลี่ยน...หลายๆอย่างก็เปลี่ยนแต่ความทรงจำไม่เคยเปลี่ยน เพียงแค่เลือนรางไป



    ฉันแทบจะจำบ้านหลังเก่าของฉันไม่ได้แล้ว
    ความทรงจำมันเริ่มเลือนราง เหมือนความทรงจำสมัยเด็กที่เราจดจำได้เพียงบางเรื่องเท่านั้น

    บ้านสองชั้นหลังน้อยๆ ที่บรรจุความทรงจำวัยเด็กที่มีทั้งสิ่งดีๆที่อยากระลึกถึงและความทรงจำที่อยากลืม กลับดันจำได้แทน

    ประตูรั้วใหญ่หน้าบ้านนั้นเป็นประตูเหล็ก ดีไซน์ด้านล่างของรั้วมีช่องๆมองลอดผ่านได้ ด้วยผ่านฟ้าผ่านฝนมาเนิ่นนาน ทำให้มีสนิทเกาะจนแทบจะเลื่อนเปิดให้รถเข้ามาจอดไม่ได้ ก็ตัดปัญหาโดยการไปจอดรถที่อื่น ส่วนคนในบ้านก็ใช้แต่ประตูเหล็กเล็กสีขาวขอบสีแดงเลือดหมูในการเข้าออกแทน และแน่นอนว่าส่วนสีแดงๆนั้นก็สีสนิทเหล็กนั่นแหละ

    วันดีคืนดีเจ้าส้มฉุน พุดเดิ้ลสีดำของฉันก็ลอดหัวออกไปตรงช่องๆด้านล่างของรั้วให้หมาข้างนอกกัดเล่น กร่างแบบไม่รู้ความเอาเสียเลย ตัวก็กะเปี๊ยกเดียวจะเอาที่ไหนไปสู้เขา 

    บริเวณลานบ้านตรงกลางนั้นกว้างใหญ่ เป็นพื้นที่เปิดโล่ง จึงใช้เป็นลานอเนกประสงค์ บางครานึกคึกก็ใช้เป็นคอร์ตตีแบตกันของคนในบ้าน บางคราใช้เป็นที่เล่นโรลเลอร์เบรดซึ่งเป็นที่นิยมกันสมัยนั้น ยังนึกเสียดายอยู่ว่าถ้ายังอยู่บ้านเก่าของฉัน ฉันคงได้ใช้ลานบ้านเป็นที่วิ่งออกกำลังกายแทน

    ลานด้านซ้ายมือ ทางขึ้นเป็นเนินสโลปขึ้นไปเล็กน้อย มีหลังคามุง แม่ชอบเอาไว้ตากผ้า มีโต๊ะหินสำหรับนั่งเล่นตั้งอยู่ทางขวามือ มีพัดลมแขวนเพดานไว้ใช้เปิดเมื่ออากาศร้อน บางครั้งคนในบ้านก็ใช้เป็นโต๊ะกินข้าวถ้าเบื่อจะกินข้าวในบ้าน 

    หากเดินเลยโต๊ะหินไปด้านหลังคือบ่อปลา ที่เมื่อก่อนเอาไว้ใช้เลี้ยงปลา แต่ไปๆมาๆเอามาเลี้ยงเต่าแทนเสียอย่างนั้น เลี้ยงอยู่หลายตัวทีเดียว ในบ่อเต่าจะมีกระบะทรายไว้ให้พวกเต่ามาพักตากแดดให้ตัวแห้ง บางครายังเคยเห็นมันเอาไข่มาฝังหวังฟูมฟัก ซึ่งก็ไม่เคยฟักไข่ได้สำเร็จเพราะแดดแรงเกินไป ทำให้ไข่ที่อยู่ในทรายแห้งเหือด ชีวิตมันไม่จีรัง สุดท้ายเหลือแค่สองตัวที่ยังอยู่รอด 

    มีตัวหนึ่งในนั้นที่เป็นตัวเมีย นิสัยโหดเหมือนหน้าตา ที่อุปทานไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ว่ามันเหมือนขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา มันเคยงับนิ้วฉันไม่ยอมปล่อยเวลาฉันไปหามัน แต่วีรกรรมที่พีคที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับบ่อเต่านี้ ไม่ได้มาจากเด็กๆในบ้านเลย แต่มาจากแม่ต่างหาก มีใครเขาเอาหมูไปให้เต่ากินกันมั่ง สุดท้ายหมูเน่าเต็มบ่อ สงสารเต่าจริงๆ

    ทางด้านซ้ายของบ่อเต่า เป็นชั้นวางกระถางปลูกต้นไม้ มีต้นไม้สารพัดดอก ทั้งต้นโป๊ยเซียน ต้นน้อยมีหนามแหลม ดอกสีชมพูกลีบบาง ทั้งไม้เลื้อยที่จำชื่อไม่ได้เกี่ยวกระหวัดสายลวดที่ใช้แขวนกะลาที่ใช้ปลูก หรือต้นเมียหลวงที่แม่ได้มาตอนแต่งงาน ซึ่งคนจีนเชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่จะทำให้คู่สมรสอยู่กันอย่างยั่งยืนหากต้นไม้งอกงาม และพ่อที่มักบ่นเสมอว่ามีแต่พ่อที่รดน้ำต้นไม้ให้มัน 

    ด้านหน้าชั้นวางกระถางต้นไม้มีกรงนกตั้งเอาไว้ ซึ่งเคยเลี้ยงนกหงษ์หยกตัวน้อยเอาไว้หลายตัว มีกะลาเจาะรูเป็นที่พักพิงให้น้องอยู่ เคยมีครั้งหนึ่งที่คนในบ้านเปิดประตูด้านหน้ากรงเพื่อเอาข้าวไปวางไว้ในกรง นกน้อยเห็นโอกาสออกจากกรงสู่โลกกว้างจึงโผบินหนีออกจากกรงไป นึกแล้วก็ห่วงชะตากรรมของน้องอยู่ไม่น้อย ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง สุดท้ายแล้วเจ้านกน้อยทั้งหลายก็ทยอยล้มหายตายจาก เสียใจว่าแถวบ้านเป็นแหล่งแมวชุม สันนิฐานว่าเจ้านกน้อยคงจะโดนแมวลักพาตัวไป หลังจากนั้นก็ไม่เลี้ยงอีกเลย กรงนกจึงว่างเปล่าตลอดกาล

    ลานด้านขวาถัดจากลานตรงกลาง เป็นสวนหย่อมมีต้นหูกวางต้นใหญ่แผ่ร่มเงาให้กับบ้านอยู่กลางสวน เวลาใบร่วงลงมา ฉันและพี่ๆชอบไปเอามากองรวมๆกัน แล้วจับโยนโปรยขึ้นฟ้าเหมือนที่ให้ในโทรทัศน์เวลาเขาส่งจดหมายชิงโชคกัน ด้านขวาติดกำแพงบ้านเป็นต้นไผ่และต้นแก้ว เลยไปอีกหน่อยคือศาลพระภูมิของบ้าน ข้างต้นไผ่เคยมีเสาโคมไฟ แต่ก็โดนเจ้าทองม้วน โกลเดนท์รีทรีฟเวอร์จอมเซ่อซ่าชนจนเสาเก่าแก่ของบ้านหักเสียอย่างนั้น

    บริเวณโดยรอบจะเป็นกรอบแท่นเอาไว้ปลูกต้นไม้เล็กๆให้ดูร่มตา ด้านในสุดคือบ่อปลาที่มีหินทับซ้อนกันเป็นน้ำตกประดับเอาไว้ให้ดูสวยงามอยู่ด้านซ้ายมือ แต่เมื่อครั้งยังเด็ก ฉันกับพี่มักจะใช้น้ำตกนี้เป็นแหล่งผจญภัย สมมติเอาว่าเราไปปีนเขา ซึ่งมันปีนจากด้านข้างได้ น้ำตกแห่งนี้เป็นที่เติมเต็มจินตนาการวัยเด็ก 

    บ่อปลาคือแหล่งรวมสิ่งมีชีวิต ที่บ่อนี้เลี้ยงปลาเยอะมาก มีทั้งปลาหมอ ปลาสอด ปลาหางนกยูง ปลาตะเพียนหางไหม้ และน่าจะมีชนิดอื่นอีก แต่พอถึงฤดูฝนก็จะมีกบมาวางไข่ บ่อปลาจึงกลายเป็นบ่อลูกอ๊อดแทนไปเสียแล้ว บางคราฉันกับพี่ๆก็ซนกัน มานั่งจับลูกอ๊อด ซึ่งถ้าเป็นตอนนี้ฉันคงไม่กล้าจับแล้วละ เด็กๆมักกล้าหาญกว่าผู้ใหญ่เสมอ เขาอยากทำก็จะลงมือทำเลย แต่พอโตแล้วดันมานั่งกลัวนั่นกลัวนี่เต็มไปหมดจนไม่ได้ลงมือทำ อาจจะใช่ที่โตแล้วต้องคิดให้รอบด้าน แต่ฉันก็แค่อยากได้ความกล้าหาญในวัยเด็กกลับคืนมาเท่านั้นเอง

    หากเดินเลยลานตรงกลางจะเป็นตัวบ้าน มีหลังคามุง กว้างพอจะจอดรถได้คันหนึ่ง มีชั้นวางรองเท้าด้านขวามือ ด้านซ้ายมือเป็นห้องนอนเก่าของญาติ ตรงไปคือประตูโค้งฉลุสีขาว ไม่มีประตูปิด มีโต๊ะกินข้าววางอยู่ตรงกลาง มีทีวีตั้งอยู่ซ้ายมือเยื้องๆโต๊ะกินข้าว เดินไปด้านหลังคือตู้เก็บยาสามัญประจำบ้าน 

    ด้านซ้ายมือของห้องอาหารนี้คือที่ๆเอาไว้ซักผ้า มีที่ระบายน้ำทิ้ง ซึ่งบางครั้งก็มีน้ำท่วมเวลาฝนตกหนักหรือน้ำข้างนอกบ้านไม่ระบาย มีห้องน้ำแห่งความมืดมิดและห้องเก็บของอยู่ทางขวามือ ซึ่งฉันในวัยเด็กไม่ชอบเอาเสียเลยเพราะมันดูวังเวง เก่าและน่ากลัว ห้องทางซ้ายของที่ซักผ้าเป็นห้องนอนเก่าที่ไม่มีคนใช้แล้ว แต่ที่ซักผ้าตรงนี้ก็มีความทรงจำดีๆอยู่บ้าง บ้านเรามีเตียงสระผมเหมือนร้านตัดผม บางครั้งแม่ก็มาสระผมให้ฉันตรงนี้ บางครั้งฉันกับพี่ก็มาเล่นซ่อนแอบกันตรงนี้ ฟังดูก็ไม่เลวร้ายขนาดนั้นนะ

    ห้องด้านขวามือถัดจากห้องอาหารคือทางเข้าสู่ตัวบ้าน บ้านเรามีประตูสองชั้นเป็นประตูเหล็กมุ้งลวดและประตูกระจก ห้องนี้คือห้องนั่งเล่น มีทีวีจอใหญ่ เครื่องเล่นวิดีโอ วีซีดีและลำโพงเอาไว้เปิดหนังดูให้กระหึ่ม มีตู้วางของโชว์ ซึ่งวางรูปปั้นเทพจีน วางรูปงานแต่งงานของอากงกับอาม่า อาก๊งและอาหม่า วางรูปวัยเด็ก หลังห้องมีแอร์แบบวางพื้น ตู้ใส่เสื้อผ้าที่พับแล้ว และห้องน้ำอยู่ด้านขวามือ จะได้หยิบใส่อะไรได้ง่าย ส่วนห้องด้านหน้าขวามือคือห้องครัวรูปตัวแอล มีตู้กระจกใส่จานชามชิดติดผนังด้านซ้าย 

    ห้องนั่งเล่นนี้ยังมีประตูไปห้องทำงานของพ่ออีกด้วย ถือเป็นห้องพิศวงของบ้านเพราะห้องนี้ยังเป็นห้องพระอีกด้วย ห้องนี้ทะลุออกไปทางสวนหย่อมได้ด้วย บรรยากาศเวลาไม่เปิดไฟยิ่งวังเวงเข้าไปกันใหญ่ แต่แย่หน่อยที่ต้องมาเปลี่ยนน้ำพระทุกวัน ฉันแทบจะรีบกระโจนเปลี่ยนให้มันเสร็จๆไป เพราะมโนไปก่อนแล้วว่าสัมผัสได้ถึงบางอย่าง บางครั้งมันไม่มีอะไรหรอกแต่เรากลัวกันไปเอง คิดกันไปเองล่วงหน้า

    ด้านซ้ายมือของทีวีคือทางขึ้นชั้นสอง เป็นบันไดไม้มีช่องๆตรงกลาง อย่าได้ทำอะไรตกเชียวเพราะอย่าหวังว่าจะได้คืนถ้ามันตกลงไปตรงช่องแล้วน่ะนะ ที่ผนังด้านข้างแขวนพู่ขนหยาบๆเหมือนหางม้าสำหรับปัดไล่ยุงเอาไว้ด้วย ซึ่งฉันสงสัยว่ามันใช้ได้ผลหรือ? และพอขึ้นมาจนสุดทางจะมีประตูกระจกกั้นระหว่างชั้น

    บนชั้นสองจะมีห้องนอนสามห้องและห้องพระอีกหนึ่งห้อง ห้องใหญ่ซ้ายมือคือห้องของพ่อแม่ มีห้องน้ำในตัว มีทีวีอีกเครื่อง ครั้งหนึ่งเราเจอแมลงสาบในห้องน้ำ แย่อีกแล้วที่ลูกบ้านนี้ทุกคนกลัวแมลงสาบ ฉัน พี่ชายและพี่สาวคนกลางตกลงแท็คทีมแตะมือกันอย่างฮึกเหิมเพื่อที่จะสู้กับแมลงสาบที่เกาะอยู่บนเพดานห้องน้ำอย่างกล้าหาญ จะทำอย่างไรเพื่อกำจัดมันออกไปได้นะ เอาไม้มาเขี่ยดีไหม? เป็นแผนการที่เรายังคิดกันอยู่ แต่ไม่ทันคิดจบเจ้าปีเตอร์ก็โผบินลงมาเสียก่อน แมลงสาบตอนบินคือช่วงเวลาที่น่าหวาดผวาที่สุดแล้ว พี่ชายที่แท็คทีมกันอย่างฮึกเหิมตอนแรก วิ่งป่าราบหนีก่อนเป็นคนแรก ทั้งยังปิดประตูขังน้องๆอีกสองคนเอาไว้ในห้องกับแมลงสาบอีกด้วย ขอบใจนะ มึงแมนมากจริงๆ

    ห้องนอนของพี่ชายเป็นห้องเล็กอยู่ข้างห้องนอนพ่อแม่ เป็นลูกผู้ชายคนเดียวในบ้านจะให้มาอยู่กับลูกผู้หญิงก็ไม่เหมาะกระมัง

    ห้องของเด็กผู้หญิง นอนกันสามคน มีแค่สองเตียง ส่วนอีกคนนอนฟูกที่พื้น ตัวฉันได้นอนบนเตียง ใกล้ประตู บางคราเวลาดูหนังผีมา ก็ชอบมโนไปเองว่ามีคนมายืนข้างเตียง ก็เหมือนคนที่ชอบฟังเรื่องผี แต่ก็กลัวผีนั่นละ ตอนนั้นมีหนังดังๆอย่าง Shutter กดติดวิญญาณ ฉันก็ไปดู สุดท้ายกลัวจนทนไม่ไหวต้องไปนอนห้องแม่ตอนกลางคืน

    ส่วนตู้เสื้อผ้าอยู่ที่ปลายเตียงแต่ไม่ได้แยกว่าเสื้อใครเป็นเสื้อใคร เพราะเราแบ่งกันใส่ อาจจะถือว่าเป็นข้อดีของการมีลูกสาวหลายคนก็ได้

    ข้างๆห้องฉันเป็นลานเล็กๆ มีกระถางดอกลั่นทมวางเอาไว้ พ่อชอบออกมาสูบบุหรี่ตรงนี้ ที่ระเบียงจะมีทางระบายน้ำอยู่ จำได้รางๆว่าเหมือนมีกระดูกแมวหรือตัวอะไรสักอย่างมาตายอยู่ที่ทางระบายน้ำ มันกลายเป็นที่ลึกลับอีกแห่งของบ้านในวัยเด็กฉันเลยทีเดียว พวกแมวก็ชอบมาเดินผ่านทางนี้ พี่ชายฉันเคยจับลูกแมวได้และเห็นว่ามันตัวสกปรก จึงหวังดีพาแมวไปอาบน้ำ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วลูกแมวตัวนั้นเป็นเช่นไรต่อ

    ตอนนี้ฉันมีบ้านใหม่แล้ว อยู่มาหลายปีจนแทบจะลืมไปแล้วว่าบ้านเก่าตัวเองที่เคยอยู่มาเป็นอย่างไร เพราะความทรงจำเกี่ยวกับมันเริ่มเลือนราง แต่มันก็แฝงความรู้สึกหนึ่งมาเสมอ มันก็เป็นแค่ความรู้สึก "คิดถึง" เท่านั้นเอง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in