เสียงของเรา
ทุกคนเชื่อเรื่องแฟนตาซีไหมครับพวกเหนือธรรมชาติ ไม่ว่าจะหายตัวได้ เห็นอนาคต ล่องหน ย้อนเวลากลับไปในที่เก่าๆหรืออะไรต่างๆที่คนปกติเขาไม่เป็นกันแต่สำหรับคนบางคนกลับได้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่นซึ่งไม่รู้จะเรียกว่าดีหรือไม่ดีกันแน่
แต่ที่แน่ๆผมไม่ค่อยจะชอบมันสักเท่าไรเพราะมันทำให้ผมปวดหัวเอามากๆเวลาที่ต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนเยอะๆหรือเวลาที่ต้องออกไปข้างนอกเจอแค่คนเดียวผมก็ปวดหัวแล้วเป็นเพราะอะไรน่ะเหรอก็เพราะผมมักจะได้ยินเสียงอยู่เสมอ....
เสียงความรู้สึก
สงสัยใช่ไหมครับผมก็สงสัยเช่นกันโดยทั่วไปที่ดูตามหนังหรืออนิเมะจะได้ยินเสียงความคิดอะไรทำนองนั้นแต่ผมกับได้ยินเสียงความรู้สึกนี่มันไม่แตกต่างไปหน่อยเหรอ
แต่อย่างน้อยๆก็คงจะไม่หนวกหูเหมือนการได้ล่วงรู้ความคิดคนอื่นล่ะมั้งถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงลำบากกว่านี้แต่ไอ้เสียงที่ผมได้ยินเนี่ยมันเป็นเสียงยังไงผมก็อธิบายไม่ได้หรอกแต่ที่รู้ๆผมรู้แน่ชัดว่าคนๆนั้นรู้สึกยังไง
ในความเป็นจริงมันก็ไม่ได้น่ารำคาญหรอกครับแต่ที่ผมปวดหัวที่ได้ยินมันน่ะเพราะถ้าความรู้สึกที่ผมไปได้ยินมันดันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดี
แต่ผมไม่ได้ยินไปสะทุกเวลาหรอกครับผมมักจะได้ยินเสียงพวกนั้นก็ต่อเมื่อหนึ่งคนที่อยู่ใกล้ผมในระยะที่ใกล้จนถึงห่างจากผมไปเล็กน้อย เช่นเมื่อผมอยู่ในห้างในชั้นนั้นผมจะได้ยินเสียงแค่1 ใน 4ของชั้นนั้นในอีกกรณีหนึ่งก็คือผมไปมองตาเขาต่อให้อยู่ห่างเกินกว่าระยะที่ผมจะรับรู้ผมก็ยังได้ยินอยู่ดีแต่ก็จะได้ยินเสียงนั้นเพียงเสียงเดียว
‘ก๊อกๆ
ผมตรงไปเปิดประตูให้คนที่ยืนเคาะห้องเป็นจังหวะดนตรีนี่มันคงจะคิดว่าห้องผมเป็นกลองให้มันตีสินะ ถึงได้เคาะเอาๆ ไอ้ห่าเอ๊ย
“เคาะเล่นหาพ่อมึงหรอไอ้ฟัก
“ใครว่ากูเคาะหาพ่อ กูเคาะหามึงต่างหาก”ดูมันๆยิ้มห่าอะไรก็ไม่รู้ แหมแค่ตัวเองมีลักยิ้มก็ยิ้มเก่งจังนะไอ้ห่า
“ละมาทำไม ไม่ไปซ้อมบอลไง
“วันนี้เบื่อๆวะเลยว่าจะมานอนเล่นห้องมึง
ไอ้ฟักเป็นเพื่อนผมครับเรารู้จักกันตอนปี1เราเรียนคณะเดียวกันเอกเดียวกันเซคเดียวกันเลยสนิทกับมันที่สุดในกลุ่มผมมีอีกสองคนคือฉาบเด็กแว่นตัวเตี้ย ซึ่งเอาจริงๆผมสูงกว่ามันไม่เท่าไรหรอกและคนสุดท้ายคือน้ำตาล หญิงแกร่งของกลุ่มเลยเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มที่ห้าวกว่าพวกผมสะอีกขัดกับหน้าตามันเอามากๆเลยครับเพราะมันน่ะสวย น่ารักเคยเกือบได้ไปประกวดดาวแล้วแต่ติดตรงที่นิสัยมันเป็นม้าดีดกะโหลกเขาเลยไม่เอามันไปประกวด
หลังจากที่ไอฟักเข้ามาในห้องผมแบบที่ไม่ได้รับเชิญแล้วมันก็หย่อนตูดอยู่ที่เตียงนอนกลิ้งไปกลิ้งมา จนผมตาลายไปหมด บ้านก็มีไม่ยอมกลับบางวันก็ขนของมานอนห้องผมเป็นอาทิตย์
แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรมันหรอกเพราะการมีมันอยู่ด้วยก็สบายใจดีเพราะมันเป็นคนเดียวที่ผมไม่ได้ยินเสียงความรู้สึกของมันไม่รับรู้แม้แต่เสี้ยวของความรู้สึกของมันและเมื่อไรที่มันอยู่ด้วยการรับรู้ความรู้สึกของผมก็ยิ่งจางผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไรแต่นั้นก็ทำให้ผมตัวติดกับมันมากเวลาจะไปไหนในที่คนเยอะๆก็จะหนีบมันไปด้วยแทบทุกครั้ง
“เออ นิดมึงลงกีฬาอะไรไปนะนอกจากปิงปองอะ
“ไม่นะกูลงแค่อย่างเดียว”
“ดีเลย
“ดีอะไร
“ก็พอดีกูลงวิ่งผลัดใช่ป่ะแล้วคนในทีมขาพลิกแล้วงานมันจะมีอีกไม่กี่วันแล้วก็เลย....ใส่ชื่อมึงลงแทนอะ” ยังไม่ทันที่ผมจะอ้าปากด่ามันก็แทรกขึ้นมาก่อน “ขอโทษนะเว้ยแต่ว่าครั้งนี้ถือว่ากูขอนะช่วยทีมกูหน่อย” และมันก็ส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ผม จริงๆก็อยากลองใจแข็งกับมันบ้างแต่พอเจอหน้าตาแบบนี้ของมันแล้วผมก็หาคำด่ามันไม่เจอเลยได้แต่กลืนทุกอย่างลงคอไปก่อนจะพยักหน้าเนือยๆใส่มันแทน
“ตกลงตามนี้เนอะ” พูดจบมันก็เอามือใหญ่ๆของมันมาขยี้หัวผมจนยุ่งไปหมด
ผมได้แต่สะบัดหัวหนีมือของมันก่อนจะรีบหันหน้าไปทางอื่น ก่อนที่มันจะเห็นความวูบไหวในดวงตาอ่า คือผมว่าแบบนี้เขาเรียกเขินใช่ไหมครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไรทำไมถึงรู้สึกแบบนี้กับไอ้ฟักทั้งๆที่มันเป็นเพื่อนสนิทของผมแท้ๆ ถ้ามันรู้ว่าผมรู้สึกอะไรกับมันมันต้องไม่โอเคกับผมแน่ๆ ก็แน่ละมันไม่ได้ชอบผู้ชายแบบที่ผมชอบ มันรู้ครับว่ารสนิยมผมเป็นยังไงแต่มันก็ไม่เคยแสดงท่าทีรังเกลียดเลยแม้แต่น้อย
ถ้าไม่อยากเสียเพื่อนดีๆแบบมันไปผมคงต้องเก็บความรู้สึกพวกนี้ไว้กดมันให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมจะได้มีมันไปตลอดทุกช่วงเวลา แม้ว่ามันจะต้องไปมีครอบครัวมีชีวิตของตัวเองก็ตาม.....
TBC.
เรากลับมาแล้วววว หลังจากที่หายไปนานวันนี้เลยมาอัพสักหน่อย หวังว่าจะยังมีคนอ่านอยู่นะคะ55555555
ป.ล. เราคิดชื่อเรื่องไม่ออก เลยเอาแบบนี้ไปก่อนเนอะ
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in