เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
MERMATE #mermatejoom – ผู้หญิงล้านอารมณ์
MERMATE || Myth#2 - For A Long Time
  • เพลงประจำตอน: 

    Celtic Lullaby Music - Aqua Lullaby
    (Link: https://bit.ly/2PnjgIB )
    ปล. สำหรับใครที่กลัวภาพทะเลลึก ๆ
    เกียมมือเลื่อนให้ไวเลยนะคะ 
    จะบอกว่าตอนนี้มีภาพประกอบด้วยนะคับ


    บันทึกในใจวันสุดท้าย

     

    วันนี้แล้วสินะที่ 'อิสระ' จะกลับคืนสู่ข้าอีกครั้ง

    นับตั้งแต่วันที่ข้าตัดสินใจพาตัวเองดำลงสู่ก้นบึ้งแห่งมหาสมุทร

    สู่สถานที่ที่ลึกและมืดมิดที่สุดของท้องทะเล ไร้ซึ่งแสงใดจะลอดผ่านมาถึงได้

    เพื่อมาพบกับผู้ทรงอำนาจตามที่เผ่าพันธุ์เล่าขานต่อกันมา

     

    “หากปรารถนาสิ่งใด เจ้าจงดำดิ่งสู่ก้นบึ้งของผืนน้ำไปยัง 'เดวี่โจนส์ล็อกเกอร์'

    อ้อนวอนคำปรารถนาที่เบื้องหน้าของวิหาร  หากแรงปรารถนาของเจ้ามากพอ

    ‘ท่านผู้นั้น’ จะดลบันดาลทุกสิ่งสมใจดังที่หมายปอง”




    เดวี่โจนส์ล็อกเกอร์  วิหารโบราณขนาดใหญ่ที่ถูกทิ้งร้างอยู่ภายใต้ความมืด

    เสาน้อยใหญ่หักพัง คล้ายซากสิ่งก่อสร้างทั่วไปที่พบได้ตามก้นมหาสมุทร

    บรรยากาศโดยรอบของวิหารเงียบสงบ แต่ชวนขนลุกอย่างน่าประหลาด

    ที่แห่งนี้ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตทุกชนิด แม้แต่เมอร์เมดเอง...หากไม่จำเป็นคงไม่ดำดิ่งลงมาถึงที่นี่


    ว่ากันว่าเป็นที่พำนักของ 'ตระกูลคาลิปโซ่'  ผู้ยิ่งใหญ่แห่งท้องทะเล

    ไม่มีใครรู้ว่าทายาทคนปัจจุบันหน้าตาเป็นเช่นไร เพศสภาพเป็นหญิงหรือชาย

    ตามตำนานเล่าว่า คาลิปโซ่มักมีอารมณ์แปรปรวนเหมือนดังคลื่นทะเล

    วันใดคลื่นทะเลจะสงบ แปลได้ว่าท่านคาลิปโซ่กำลังอารมณ์ดี 

    แต่ในทางกลับกัน...

    หากวันใดที่ท่านอารมณ์ไม่ดี วันนั้นจะกลายเป็นฝันร้ายของชาวเดินเรืออย่างแน่นอน


    7 ปีที่แล้วข้าว่ายลงมาจนถึงที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องเล่านั้นเป็นจริงหรือไม่

    ไม่ใช่เพื่อข้า แต่เพื่อช่วยชีวิตของเด็กมนุษย์รุ่นราวคราวเดียวกันคนนั้น

    สัญชาตญาณของเผ่าพันธุ์บอกข้าว่ากลางดึกคืนนั้น

    พายุลูกใหญ่ ขนาดที่มนุษย์คงไม่อาจต้านทานได้กำลังจะมาถึง

    มันคงจะดี ถ้าไม่มีมนุษย์คนใดเลือกออกทะเลในวันนั้น


    แต่แล้ว...โชคชะตาก็เหมือนเล่นตลก 

    สร้อยบนคอของข้าเรืองแสงขึ้นเป็นสีฟ้าใส เป็นสัญญาณบอกว่า

    เจ้าของสร้อยอีกเส้น บัดนี้กำลังล่องเรือออกสู่ทะเล....


    แต่อย่างไรก็ตามนับเป็นโชคดีของข้าและเจ้าที่ตำนานเป็นความจริง

    เมื่อข้ามาถึงยังส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร ข้าได้พบกับท่านผู้นั้น 

    และเพื่อให้คำปรารถนาของข้าเป็นจริง...

     

    ‘ชีวิตของเจ้า’ ต้องแลกมาด้วย ‘อิสรภาพของข้า’

     

    ซึ่งถือเป็นสิ่งที่พวกเราชาวเมอร์เมดหวงแหนมากที่สุด

    เมอร์เมดอย่างเราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อยู่รวมกันเป็นฝูง

    ต่างตนต่างมีอิสระในตนเอง มักไม่มีการผูกมัดกับสิ่งใดหรือที่ใด


    แต่ก็แน่นอนว่าผลการตัดสินใจสุดท้ายของข้าคือ

    การเลือกขังตัวเองอยู่ที่นี่ เป็นผู้เฝ้าดูแลวิหารตลอด 7 ปีที่ผ่านมา

    อย่างที่ข้าสัญญากับเจ้า ไม่ว่าอย่างไรเจ้าจะไม่มีวันจบชีวิตลงที่ก้นทะเล...

     

    แต่ละวัน แต่ละคืนที่อยู่ที่นี่ ผ่านไปอย่างช้า ๆ และแสนน่าเบื่อ

    ข้าว่ายน้ำไปมาอยู่ได้เฉพาะในระดับน้ำที่แสงไม่อาจส่องลงมาถึง

    อัญมณีหลากสีหลายพันเม็ด ข้าวของสมบัติเครื่องเงินทอง

    ที่ถูกเก็บไว้อย่างดีภายในวิหารถูกจัดเรียงใหม่รอบแล้วรอบเล่า

    ข้าเฝ้าเขียนบันทึกอยู่ภายในใจตัวเองทุกวัน....ทุกวัน

    เพราะหวังเพียงให้การคิดอะไรไปเรื่อย อาจทำให้คลายความฟุ้งซ่านไปได้บ้าง

     

    ข้าใช้ชีวิตอย่างนั้นเรื่อยมา จนในที่สุดก็ครบกำหนดตามสัญญา

    พลังคาถาที่เคยกั้นข้าไว้ บัดนี้มนต์นั้นได้คลายลง

    ร่างกายเริ่มรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิของน้ำที่อุ่นขึ้น

    ตาของข้าเป็นประกายทันที เมื่อได้เห็นแสงจันทร์อยู่รำไร

    พร้อมสะบัดหางให้เร็วที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยว่ายมา

    จากจุดที่ลึกที่สุดของท้องทะเลโผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำ



    นานเหลือเกิน ที่ข้าไม่ได้เห็นผืนทะเลอันกว้างใหญ่อย่างนี้

    นานเหลือเกิน ที่ไม่ได้แหงนมองดวงดาวบนท้องฟ้า

    นานเหลือเกิน ที่ข้าไม่ได้รู้สึกถึงพลังแห่งแสงจันทร์

    และ…นานเหลือเกิน ที่ ‘เรา’ ไม่ได้เจอกัน

     

    จะว่าไป ป่านนี้เจ้าจะเป็นอย่างไรบ้าง?  มีชีวิตที่ดีอยู่ใช่ไหม?

    ยังเล่นเพลงอยู่รึเปล่า? ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะฟังเสียงเครื่องเป่าของเจ้าอีก

    ใจนึงข้าก็อยากไปพบเจ้า แต่อีกใจก็เต็มไปด้วยความหวั่นกลัว

    เวลาผ่านไปถึง 7 ปี ไม่รู้ว่าเจ้าจะยังจำข้าได้ไหม?

    ถ้าเจอกันในตอนนี้…เจ้าจะยังคงยิ้มให้ข้าเหมือนอย่างตอนเด็กหรือเปล่า?


    หากวันใดสร้อยเงินที่มีอยู่ที่ข้าส่องสว่างเป็นสีฟ้าใสอีกครั้ง

    เมื่อนั้นข้าควรออกไปพบเจ้าดีหรือไม่…ข้าควรตัดสินใจอย่างไรดี?

     


    - ☾ -



    || เกร็ดตอนนี้มีอยู่ว่า ||

    ชื่อวิหาร Davy Jones’ Locker มีที่มาจากสำนวนภาษาอังกฤษที่แปลว่า

    ด้านล่างของท้องทะเล หรือก้นสมุทร ทั้งยังมีความหมายโดยนัยว่าเป็น

    สถานที่สุดท้ายของเหล่ากะลาสีและเรืออับปางที่มักจะไปจบชีวิตลงที่นั่นด้วยค่ะ

    ส่วนเรื่องตำนานคาลิปโซ่ก็นำมาจากตำนานจริงนะคะ

    ใครอยากรู้เพิ่มเติมต้องรอติดตามไปเรื่อย ๆ นะ อิอิ



    - ☾ -


  • || ทอล์กกะไร๋เต๋อ ||


    ฮึ้ย!  ผู้หญิงล้านอารมณ์หรือล้านมู้ด มันอัพเรื่องนี้แน้ว จาล้อง T___T

    วันนี้พาทุกคนไปอ่านบันทึกในใจของน้องเมอร์เมดกัน!

    เล่าทางฝั่งของน้องเมอร์เมดบ้างว่าเอ๊ ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นนะ


    ไม่รู้ว่ามีใครยังจำเรื่องนี้ได้อยู่ไหม ยังมีคนรออยู่รึป่าว เค้าหายไปนานเลย ;____;

    แต่ต่อจากนี้เค้าจะพยายามหาเวลามาอัพต่อให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้คับ!

    ยังไงก็ฝากติดตาม แล้วก็แวะมาส่งฟีดแบ็คกันหน่อยนะค้าบ ♡

     

    τα λέμε αργότερα

    แล้วเจอกันคับ

    #mermatejoom


    - ☾ -

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in