เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
BOOKSHELFcyborgzero
Page.01 : The Days of Abandonment วันของการถูกทอดทิ้ง
  • หลังจากการจากทอดทิ้งของสามีเพื่อไปหาหญิงสาวที่มีความอ่อนเยาว์กว่า วันเวลาของโอลก้าก็ได้แปรผันไป การเผชิญหน้ากับความจริงตลบอบอวลไปด้วยความรู้สึกจนตรอก คั่นยังผันแปรไปสู่ความเดือดดาลและสิ้นหวัง โอลก้าเสมือนถูกขังไว้ในกล่องสีเหลี่ยมที่เรียกว่าบ้านท่ามกลางคลื่นฤดูร้อนในเมืองเล็ก ๆ ที่อิตาลี เธอถูกฝืนใจให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่เธอหลีกหนีมาโดยตลอด ความเสี่ยงในการสูญเสียอัตลักษณ์ และความเป็นไปได้ที่ว่าชีวิตจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม


    The Days of Abandonment (I giorni dell'abbandono) วันของการถูกทอดทิ้ง ผลงานนวนิยายภาษาอิตาลีของเอเลนา แฟร์รานเตที่ถูกตีพิมพ์เมื่อปี 2002 และถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษเมื่อปี 2005 นวนิยายเรื่องนี้เล่าเกี่ยวกับชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองตูริน ประเทศอิตาลีที่ต้องเผชิญหน้ากับการถูกทอดทิ้งจากสามีของเธอ…อืม เราเพิ่มหนังสือเล่มนี้ไว้ในลิสต์ที่อยากอ่านตั้งแต่เรียนอยู่ปี 2 แต่ก็ไม่มีเวลาได้หยิบมาอ่านสักที ผ่านมาแล้ว 4 ปี...เพราะปกติแล้วก็ไม่ได้เป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะขนาดนั้นอยู่แล้วด้วย เน้นเพิ่มเรื่องที่น่าสนใจ แต่ไม่เน้นอ่าน 55555 จนกระทั่งมีเหตุการณ์หนึ่งในชีวิตที่ทำให้นึกถึงหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา จึงได้กดเข้า Shopee ไปสั่งเสียเลย ในที่สุดก็ได้เวลาของมันแล้ว คิดว่าประสบการณ์ในชีวิตจะทำให้เข้าใจหนังสือเล่มนี้มากขึ้นด้วยแหละมั้ง


    และเป็นครั้งแรกที่หยิบหนังสือมาพูดถึงด้วย เพราะไม่เคยทำเลย และปกติเขียนถึงแต่เพลงที่ฟังเท่านั้นแหละ แต่พออ่านเรื่องนี้จนจบแล้วรู้สึกว่ามันอดไม่ได้จริง ๆ (มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในเล่มเล็กน้อย)


    นักเขียน


    Elena Ferrante (เอเลนา แฟร์รานเต) นักเขียนชื่อดังชาวอิตาลี เจ้าของผลงานชุดนวนิยายชาวเนเปิลส์ (Neapolitan novels) ประกอบไปด้วยนวนิยายทั้งสิ้น 4 เรื่อง ได้แก่ L’amica geniale (My Brilliant Friend), Storia del nuovo cognome (The Story of a New Name), Storia di chi fugge e di chi resta (Those Who Leave and Those Who Stay), และ Storia della bambina perduta (The Story of the Lost Child) อันว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นผู้หญิง มิตรภาพระหว่างเพื่อน สภาพสังคม การเมือง และหลายสิ่งรอบตัวมากมายครอบคลุมช่วงเวลามากกว่าสี่ทศวรรษ นับตั้งแต่ยุค 1950s เป็นต้นมา ซึ่งชุดนวนิยายชาวเนเปิลส์มียอดขายมากกว่า 10 ล้านชุดใน 40 กว่าประเทศด้วยกัน


    เป็นที่รู้กันว่าเอเลนา แฟร์รานเตมักจะไม่ให้การสัมภาษณ์กับใครเลย และหากจะมีการสัมภาษณ์เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วก็ล้วนแต่ทำผ่านอีเมลเท่านั้น เอเลนาพูดอยู่บ่อยครั้งว่า “อัตลักษณ์และเพศภาวะของฉันก็ปรากฏอยู่ในงานเขียนอยู่แล้วน่ะ” เราจึงหาข้อมูลเกี่ยวกับเอเลนาได้ยากมากกก เรียกได้ว่าถ้าไม่เกี่ยวกับผลงาน ข้อมูลเกี่ยวกับเธอก็แทบจะไม่มีให้อ่านกันเลยทีเดียว


    ใจจริงคืออยากหาข้อมูลเกี่ยวกับนักเขียนและสรุปออกมาให้ได้มากกว่านี้ เพราะหากเข้าใจภูมิหลังของนักเขียนแล้วเราจะได้เข้าใจผลงานเข้ามากขึ้นด้วย แต่หาแทบไม่ได้เลย มิหนำซ้ำเคย The Days of Abandonment เพิ่งเป็นงานแรกของเอเลนา แฟร์รานเตที่เคยอ่านด้วย…

    เราชอบโควทนี้ของเอเลนามาก เพราะรู้สึกเข้าใจและก็เห็นด้วยครึ่งหนึ่งว่านักเขียนควรถูกรู้จักผ่านงานที่ตัวเองเขียนมากกว่า แต่พอเป็นในยุคนี้แล้ว การเพิ่มการมองเห็นต่อตัวนักเขียนอาจจะช่วยได้มากกว่าด้วย 55555

    I think authors should be sought in the books they put their names to, not in the physical person who is writing or in his or her private life. (Frantumaglia: A Writer’s Journey, 2016, p. 351)


    ความเป็นแม่


    Source: Olivia Colman for Maggie Gyllenhaal's directorial debut, "The Lost Daughter" - Courtesy of Venice Film Festival 


    ตรงส่วนนี้ไม่มีความเกี่ยวโยงกับตัวหนังสือ The Days of Abandonment มากนัก แต่อยากจะพูดถึงความเป็นแม่ (motherhood) ก่อนเข้าสู่พาร์ทสิ่งที่ชอบในตัวหนังสือ ซึ่งสำหรับเรา หลังจากที่ได้อ่านแล้วพบว่าความเป็นแม่และบทบาทของผู้หญิงในบ้านนั่นเป็นธีมหลักของเรื่องเลย


    ความเป็นแม่ผ่านบทความ The Coverage โดยคุณธนรัตน์ เขียวลายเลิศ ว่าหลายครั้งสังคมคาดหวังว่าหน้าที่หลักในการเลี้ยงดูลูกคือหน้าที่ของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เพราะผู้หญิงคลอดลูก นั่นทำให้เธอมีความเป็นแม่ ฉะนั้นหน้าที่การดูแลบ้านและเลี้ยงดูลูกก็ควรจะเป็นหน้าที่ของเธอ หลายครั้งหน้าที่และบทบาทตรงนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้เธอต้องยอมสละหน้าที่การงานและชีวิตในสังคมเดิม เป็นผลให้เกิดการสูญเสียรายได้และต้องพึ่งพาทางฝั่งผู้ชายมากขึ้น ความเป็นแม่และภรรยา เมื่อเกิดการหย่าร้างแล้ว ทางเลือกของผู้หญิงจึงไม่ได้มีมากนัก

    ทางด้านบทความจาก Common โดยคุณวิชิตาและคุณณัฐมน กับความเป็นแม่ สามารถสรุปได้สั้น ๆ ว่าความจริงของการเป็นแม่มีอยู่หลายด้านมากกว่าความสุข ชีวิตการเป็นแม่อาจจะไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดเสมอไป ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นความรู้สึกปกติที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อาจจะไม่ได้มีแต่ความสุขเสมอไปในบทบาทตรงนี้ และที่สำคัญคนที่เป็นแม่ก็ควรมีใครสักคนเป็นที่พึ่งพิงทางใจเช่นเดียวกัน

    อืม เริ่มจะเหมือนบทความวิชาการเข้าไปทุกที ฮ่า แต่มันอดไม่ได้จริง ๆ จะเขียนอะไรแล้วต้องขอทำรีเสิร์ชสักนิดสักหน่อยให้มันพอเป็นพิธี


    วันของการถูกทอดทิ้ง 


    หนังสือ The Days of Abandonment เป็นอีกนวนิยายเรื่องหนึ่งที่เราไม่ได้คาดหวังอะไรเลยก่อนอ่าน แต่ตัวหนังสือทำงานกับเราดีมาก ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ เลย สามารถดึงความสนใจเราไว้ได้เร็วมาก ปกติรู้สึกว่าตัวเองสมาธิสั้น กว่าจะอ่านกว่าจะสนใจหนังสือสักเล่มได้ รู้สึกต้องใช้เวลาอยู่พอควร แต่ด้วยความที่หนังสือไม่ได้มีความหนามากนัก เอเลนา แฟร์รานเตจึงเหมือนสาดมวลอารมณ์ใส่เราตั้งแต่ต้นเลย ไม่มีช้า เป็นเหตุที่ทำให้เราอ่านต่อได้


    บีบคั้นอารมณ์ สะเทือนใจ หากใช้กับ The Days of Abandonment ก็คงไม่ได้เป็นอะไรที่เกินจริงเลย ในระหว่างที่เราได้อ่าน เอเลนาได้บรรยายาศถึงบรรยากาศของการแยกจากและถูกทอดทิ้งได้อย่างมีความตรงไปตรงมา เรื่องราวของหนังสือถูกถ่ายทอดผ่านตัวละครอย่างโอลก้า ผู้ซึ่งถูกทอดทิ้งให้อยู่กับภาระหน้าที่ที่เกินจะตั้งตัวรับได้ทันในขณะที่โลกภายในของเธอกำลังล่มสลาย


    ในระหว่างที่อ่านเล่มนี้ มีหลายโควทมากจากในหนังสือที่เรารู้สึกชอบแบบสุด ๆ ไปเลย บางโควทก็ทำให้นึกกับตัวเองบ้างว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน เราจะรับมือกับสิ่งนั้นยังไงนะ ถึงกับต้องมองย้อนกลับไปเลยว่าการที่เราจะตัดสินใจแชร์วันเวลาของเรากับใครสักคน มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะพอสิ่งที่มันเคยมีอยู่หายไป มวลอารมณ์มหาศาลสามารถเกิดขึ้นโดยทันทีและไม่อาจควบคุมมันได้เลย


    “The woman lost everything, even her name (perhaps it was Emilia), for everyone she became the poverella, that poor woman, when we spoke of her that was what we called her…I was eight, but I was ashamed for her.”

    ผู้หญิงคนนั้นเขาสูญเสียทุกอย่างไปเลย แม้กระทั่งชื่อตัวเอง สำหรับทุกคนแล้วเธอกลายเป็นโพเวเรลลา (poverella มาจากภาษาอิตาลี แสดงถึงความน่าสงสารต่อบุคคลที่น่าสงสาร แฝงไปด้วยความเห็นอกเห็นใจต่อผู้หญิงที่กำลังเผชิญกับความเครียดและความยากลำบาก) น่าสงสารจัง เราใช้คำนี้เวลาที่เราพูดถึงเธอกัน ตอนนั้นฉันแค่แปดขวบเองนะ แต่ก็รู้สึกไม่ดีแทนเลย 


    โควทข้างต้นเป็นอีกหนึ่งโควทที่เราชอบมาก เพราะเอเลนาบรรยายให้เห็นถึงความกลัวของตัวละครอย่างโอลก้าได้ถึงแก่นอารมณ์มาก ว่าในที่สิ่งที่เธอกลัวและหลีกหนีมาโดยตลอดในวัยเด็ก ได้กลายมาเป็นตัวตนเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นกับทุกคนได้ ฮ่า



    “He said that I was an unreasonable woman, incapable of understanding him. Never, ever had I truly understood him”

    เขาพูดว่าฉันนั่นเป็นผู้หญิงที่ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ไม่สามารถที่จะเข้าใจเขาได้ ไม่แม้แต่จะเคยเข้าใจเขาเลยสักครั้งเดียว


    ในครั้งแรกที่อ่านจนถึงตรงนี้ เรารู้สึกได้ถึงมวลอารมณ์ที่เอเลนาต้องการถ่ายทอดมาได้อย่างดี จนขอสภาพว่าทำให้เราหยุดอ่านเล่มนี้ไปสักพักหนึ่งเลย ทำใจอ่านต่อไม่ไหว (เว่อร์มาก 5555) สะเทือนใจจนเห็นภาพตาม


    “What a complex foamy mixture a couple is. Even if the relationship shatters and ends, it continues to act in secret pathways, it doesn’t die, it doesn’t want to die.”

    ความสัมพันธ์ของคนสองคนนั้นช่างซับซ้อนและฟุ้งฟูเหลือเกิน แม้ว่าความสัมพันธ์จะแตกสลายและสิ้นสุดลงไปแล้ว มันก็ยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบของมันยากที่จะเข้าใจได้ เหมือนกับมันไม่เคยหายไปและไม่ปรารถนาที่จะดับลงตามที่ควรจะเป็น


    อ่านถึงตรงนี้แล้วรู้สึกสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเห็นด้วยเป็นอย่างมาก ความสัมพันธ์ของคนสองคนเป็นอะไรที่ซับซ้อนสุด ๆ ไม่มีสูตรตายตัวสำหรับสิ่งที่เรียกว่าความสัมพันธ์ ไม่สามารถฟังจากกูรูได้ หรือแม้จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับความรักหนึ่งร้อยเล่มก็ไม่ได้ช่วยให้เรารับมือกับสิ่งนี้ได้ดีมากขึ้นเท่าไรนัก


    “I had taken care of all boring details of everyday life, while he stubbornly climbed the ladder up from our unprivileged beginnings”

    ฉัน ผู้ต้องดูแลเอาใจใส่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อันแสนน่าเบื่อในชีวิตประจำวัน ในขณะที่เขานั้น พยายามที่จะไต่เต้าขึ้นไปหาสิ่งใหม่จากจุดเริ่มต้นร่วมกันที่ไม่มีอะไรเลย


    จากโควทข้างต้น เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนอย่างดีที่ผู้หญิงคนหนึ่งในฐานะภรรยาและแม่ของลูก ผู้ต้องคอยจัดการดูแลรายละเอียดเล็กน้อยภายในบ้านอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านหรือการเลี้ยงดูลูก ตามบรรทัดฐานที่สังคมมักคาดหวังใส่ผู้หญิงคนหนึ่ง


    “What a mistake, above all, it had been to believe that I couldn’t live without him, when for a long time I had not been at all certain that I was alive with him.”

    เหนือสิ่งอื่นใด ฉันรู้สึกคิดผิดเป็นอย่างมากที่เคยเชื่อว่าตัวเองไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้หากไม่มีเขา ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา กลับไม่เคยแม้แต่จะแน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองนั่นมีชีวิตชีวาหรือเปล่าในครั้งที่ยังเคยอยู่ร่วมเคียงข้างเขา


    มาถึงโควทสุดท้ายที่ได้หยิบยกมาในบทความนี้ ตอนที่อ่านเจอเรารู้สึกเหมือนโลกหยุด ทำให้ย้อนกลับไปคิดถึงอะไรสักอย่างที่ผ่านมาในอดีต…เหมือนเราได้เข้าใจตัวละครที่มีชื่อว่าโอลก้ามากขึ้น เพราะการอยู่ในความสัมพันธ์ที่ลดทอนคุณค่าในตัวเรา จนทำให้เราต้องมานั่งตั้งคำถามกับตัวเองว่าแท้จริงแล้วเรามีความสุขหรือเปล่า มีชีวิตชีวามากน้อยเพียงไหน ยิ่งโอลก้าต้องรับบทบาทในการเลี้ยงดูลูกและดูแลบ้าน สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย 



    หนังสือ The Days of Abandonment (วันของการถูกทอดทิ้ง) เป็นนวนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ มุมมองของผู้หญิงคนหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยมีอัตลักษณ์ไม่ต่างจากผู้อื่น แต่เมื่อได้รับบทบาทอย่างภรรยาและมารดาแล้วสิ่งนี้กลับเลือนหายไปได้อย่างเข้มข้น การเล่าเรื่องของนักเขียนมีความตรงไปตรงมา กระชับ ไม่มีให้ผู้อ่านได้หยุดพักและคอยตั้งคำถามตลอดทั้งเล่ม หรืออาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เล่มนี้ไม่หนามากจนเกินไปด้วย (เหมาะกับคนที่สมาธิสั้นลงอย่างเราหลังจากการเข้ามาของแพลตฟอร์มอย่าง TikTok 55555)


    สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านดีหรือไม่ เราแนะนำเลย คุ้มมาก เชื่อว่าจะได้มุมมองและประสบการณ์หลาย ๆ อย่างที่ไม่ต้องไปเผชิญด้วยตัวเองกลับมาอย่างแน่นอน


    References: 

    https://www.europaeditions.co.uk/elena-ferrante-reading-guide

    https://www.britannica.com/biography/Elena-Ferrante

    https://ilcs.sas.ac.uk/research-centres/centre-study-contemporary-womens-writing-ccww/ccww-author-pages/italian/elena-ferrante

    https://aboutmom.co/features/motherhood/40252/

    https://becommon.co/life/heart-being-mother/

    https://www.thecoverage.info/news/content/3872

    https://variety.com/2021/film/news/the-lost-daughter-trailer-netflix-1235058139/

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in