ทฤษฎีหลายๆทฤษฏี ไม่ว่าจะเป็น กฎแห่งแรงดึงดูด, Manifest thing bla bla bla… หรือแม้กระทั่งการขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ล้วนถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถขับเคลื่อนการใช้ชีวิตได้ ถึงแม้ว่าบางคนจะประสบความสำเร็จ และบางคนต้องพบกับความผิดหวัง
และใช่ ฉันเป็นคนประเภทหลัง ซึ่งฉันพยายามอย่างมากที่จะไม่คิดแบบนั้น
แต่หลายๆเหตุการณ์ที่ผ่านมามันชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าฉันนี่แหละคือคนที่ดวงซวย มันเกิดขึ้นบ่อยจนเป็นฉันมองมันเป็นเรื่องตลก
เห้ยบ้าน่า เรื่องแบบนี้เกิดแต่กับฉันสินะ
ชีวิตที่ราบรื่นน่ะไม่ใช่ชีวิตของฉันสินะ
พระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี่ใจร้ายจังไม่ให้ฉันได้มีชีวิตที่ดีเลยสินะ ให้บททดสอบกันได้ทุกวัน
ผีในห้องทำไมไม่ช่วยกันบ้างเลยอยู่ด้วยกันต้องช่วยเหลือกันบ้างสิ
นี่เป็นคำตัดพ้อกับทุกเรื่องซวยๆที่ผ่านเข้ามา จนชินและชา และรู้สึกปล่อยวาง ไม่คาดหวังว่าความซวยมันจะเปลี่ยน ซึ่งมันเป็นการหวังที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลย
แต่หลายเรื่อง เมื่อเราเข้าใจมัน และปล่อยวางได้ แล้วจะค้นพบว่า อ้อ มันเป็นอย่างนี้เองสินะ
เราเป็นใครกันล่ะ จะไปเรียกร้องหรือถามหาความยุติธรรมจากสิ่งที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนหรือไม่มีตัวตนอยู่ทำไม ตัวเราเล็กมากๆเมื่อเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ปัญหาก็เช่นกัน สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือความคิดของเราเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นยังไง เราก็ยังคงต้องใช้ชีวิตต่อไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ
เมื่อเทคโนโลยีการมีความก้าวหน้าและเกิดการค้นพบสิ่งใหม่ๆในอนาคต
ตัวเราอาจจะเป็นสิ่งที่เล็กยิ่งกว่าอะตอมก็เป็นได้ และอาจไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดอะไรให้มากเลย
แด่ทุกคนที่ต้องอดทนใช้ชีวิต
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in