เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
รีวิวเว้ย (3)Chaitawat Marc Seephongsai
การศึกษาไทย ลมใต้ปีกปฏิวัติ 2475 By ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์
  • รีวิวเว้ย (2201) ในช่วงนี้เราน่าจะมีโอกาสได้เห็นข่าวที่ว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และพบว่ามีการใช้แบบเรียนที่อิงหลักสูตรเก่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 นั้น ได้สะท้อนให้เห็นถึงความล้าหลังของระบบการศึกษาไทยที่แช่แข็งองค์ความรู้มานานเกือบสองทศวรรษ ซึ่งการปล่อยให้เด็กและเยาวชนต้องเรียนรู้ผ่านเนื้อหาที่ตกยุคเช่นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบกพร่องในการบริหารจัดการหลักสูตรเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำให้เห็นถึงบทบาทของแบบเรียนในฐานะ "กลไกอุดมการณ์ของรัฐ" ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมืออันแนบเนียนในการครอบงำ ผลิตซ้ำ และปลูกฝังค่านิยม ตลอดจนชุดความคิดแบบเดิม ๆ ให้ฝังรากลึกในระบบคิดของคนรุ่นใหม่ เพื่อมุ่งควบคุมและรักษาสถานะทางอำนาจของรัฐเอาไว้ผ่านโครงสร้างทางการศึกษา มากกว่าที่จะต้องการปรับปรุงเนื้อหาให้ทันโลกเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการตั้งคำถามและมีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเสรีนิยม
    หนังสือ : การศึกษาไทย ลมใต้ปีกปฏิวัติ 2475: อำนาจ ความรู้ ผู้คน พลเมือง
    โดย : ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์
    จำนวน : 312 หน้า 
    .
    "การศึกษาไทย ลมใต้ปีกปฏิวัติ 2475: อำนาจ ความรู้ ผู้คน พลเมือง" งานวิชาการที่พากลับไปสำรวจรากฐานของการศึกษาไทยในมุมมองที่มากกว่าแค่เรื่องของการสอนหนังสือ ทว่าเป็นการเจาะลึกถึงช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นยุคที่สายลมแห่งการปฏิวัติได้พัดพาเอาความเปลี่ยนแปลงมาสู่โครงสร้างอำนาจรัฐ ที่ "การศึกษาไทย ลมใต้ปีกปฏิวัติ 2475: อำนาจ ความรู้ ผู้คน พลเมือง" ชวนตั้งคำถามและท้าทายความเชื่อเดิม โดยชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ระบบการศึกษาไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ปลอดการเมือง แต่เป็นสมรภูมิทางอุดมการณ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของรัฐ
    .
    "การศึกษาไทย ลมใต้ปีกปฏิวัติ 2475: อำนาจ ความรู้ ผู้คน พลเมือง" ชี้ให้เห็รถึงความสัมพันธ์และคยามเชื่อมโยงระหว่าง "อำนาจ" และ "ความรู้" ผ่านหลักสูตร ตำราเรียน หรือแม้แต่วิถีปฏิบัติในโรงเรียน (ทั้งโรงเรียนรัฐ โรงเรียนราษฎร และโรงเรียนวัด) ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อสนองตอบต่อผู้กุมอำนาจรัฐในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่ช่วงการเปลี่ยนแปลงของรัฐสยามให้ก้าวเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ (พ.ศ. 2443) กระทั่งถึงช่วงหลังปี 2475 ที่รัฐบาลคณะราษฎรได้พยายามใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการสถาปนาอำนาจใหม่และลบล้างอิทธิพลของระบอบเดิม ความรู้จึงไม่ใช่สิ่งที่เป็นกลาง แต่ถูกคัดสรรและประกอบสร้างขึ้นเพื่อควบคุมวิธีคิดของผู้คน ซึ่ง "การศึกษาไทย ลมใต้ปีกปฏิวัติ 2475: อำนาจ ความรู้ ผู้คน พลเมือง" จะชวนให้ผู้อ่านตระหนักว่าสิ่งที่เราเรียนรู้ในห้องเรียนนั้น แท้จริงแล้วเป็นผลผลิตของการต่อรองทางการเมืองในหน้าประวัติศาสตร์ และเป็นรูปแบบหนึ่งของการควบคุมโดยผู้กุมอำนาจของรัฐ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ๆ โดยเนื้อหาของ "การศึกษาไทย ลมใต้ปีกปฏิวัติ 2475: อำนาจ ความรู้ ผู้คน พลเมือง" แบ่งเป็น 5 บท ดังนี้
    .
    บทที่ 1 ว่าด้วย ‘การศึกษา’ กับ ‘การปฏิวัติ’ เพราะ ‘การปฏิรูป’ ยังไม่เพียงพอ
    .
    บทที่ 2 วัดครึ่งหนึ่ง ศึกษาธิการครึ่งหนึ่ง: การศึกษา อำนาจความรู้ ก่อนปฏิวัติ 2475
    .
    บทที่ 3 รัฐธรรมนูญ และหลัก 6 ประการ: การศึกษาบนฐานการปฏิวัติ 2475 กับ อำนาจอธิปไตยของปวงชน
    .
    บทที่ 4 ไฟสงคราม และการได้ดินแดนคืน: การศึกษารวมศูนย์ช่วงติดดาบปลายปืน และการสร้างอาณานิคมของจักรวรรดิไทย
    .
    บทที่ 5 ยอดเขาของการปฏิวัติการศึกษา และความล้มเหลวของการสถาปนาอุดมการณ์ประชาธิปไตย
    .
    นอกจากนี้การวิเคราะห์กระบวนการเปลี่ยนผ่านจาก "ผู้คน" ให้กลายเป็น "พลเมือง" ในระบอบประชาธิปไตย "การศึกษาไทย ลมใต้ปีกปฏิวัติ 2475: อำนาจ ความรู้ ผู้คน พลเมือง" ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐในการใช้การศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองที่มีลักษณะตามที่ระบอบใหม่พึงประสงค์ ผ่านการปลูกฝังหน้าที่ ความรักชาติ และอุดมการณ์รัฐธรรมนูญ ที่ในหนังสือได้ชี้ให้เห็นภาพการปะทะสังสรรค์และความขัดแย้งระหว่างอุดมการณ์แบบเก่าและแบบใหม่ที่แฝงอยู่ในนโยบายการศึกษา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างคนให้เป็นพลเมืองนั้นเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยการยื้อแย่งพื้นที่ทางความคิด
    .
    "การศึกษาไทย ลมใต้ปีกปฏิวัติ 2475: อำนาจ ความรู้ ผู้คน พลเมือง" ชวนให้เราตั้งคำถามกับความเป็นไปของระบบโรงเรียนไทย ที่ไม่เพียงแต่พากลับไปทำความเข้าใจอดีตเมื่อร้อยปีก่อน แต่ยังเป็นเสมือนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนและอธิบายที่มาของปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน ได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการชวนให้ขบคิดว่า "ความรู้" ที่เรามีอยู่นั้น แท้จริงแล้วถูกกำหนดและตีกรอบโดย "อำนาจ" รูปแบบใดหรือใครที่กำหนดเรื่องเล่านั้นผ่านกลไกที่หลายคนมองข้ามและละเลย

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in