รีวิวเว้ย (2151) ใครสักคนเคยบอกเอาไว้ว่า "สังคมไทยอย่างไรก็คงไม่หลุดพ้นระบอบอุปถัมภ์ไปได้ในเร็ววัน เพราะตราบใดที่สังคมนี้ยังเชื่อในเรื่องของบุญคุณต้องทดแทน มันก็จะมีความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์สืบต่อกันไปอย่างไม่จบสิ้น" นี่ยังไม่นับรวมคติความเชื่อที่ผลิตซ้ำเรื่องของบาป-บุญ ที่นับเป็นหนึ่งในกลไกชี้นำสังคมแห่งนี้มาช้านาน โดยหลายเรื่องและหลายแนวคิดที่หยั่งรากลงอย่างแน่นเหนียวในสังคมนี้ จะเห็นมันได้จาก คำสอน สำนวน นิทาน ตำนาน และเรื่องเล่าที่มักจะถูกหยิบมาใช้เป็นพล็อตเรื่องหลักในการขับเคลื่อนสังคม ด้วยเหตุนี้ปัญหาทางการเมืองหลาย ๆ เรื่องในประเทศไทยเลยต้องอาศัยเวลาหรือไม่ก็ความท้าทายใหญ่ที่จะช่วยสั่นคลอนรากฐานของความเชื่อเดิมเหล่านั้นในเกิดการขยับและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในภายหน้า เรื่องของระบบอุปถัมภ์ดูจะเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่จำเป็นจะต้องถูกท้าทายและตั้งคำถาม เพราะนับตั้งแต่การรัฐประหาร พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา ถ้าเราไม่หลับตาใช้ชีวิตเราจะสามารถลากเส้นความสัมพันธ์ของหลาย ๆ ตัวแสดงทางการเมืองได้อย่างชัดเจน

หนังสือ : อุปถัมภ์ค้ำใคร: การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง
โดย : เวียงรัฐ เนติโพธิ์
จำนวน : 208 หน้า
.
หนังสือ "อุปถัมภ์ค้ำใคร: การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง" ว่าด้วยเรื่องของ "ระบอบอุปถัมภ์" ที่สำหรับนักเรียนรัฐศาสตร์แล้ว เรื่องของระบอบอุปถัมภ์เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ต้องเรียน เพราะตลอดช่วงระยะเวลาประวัติศาสตร์ของสังคมไทยนับตั้งแต่ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองกระทั่งถึงปัจจุบัน ระบอบดังกล่าวดูจะเป็นแกนหลักสำคัญอันหนึ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อนสังคมไทยในเกือบทุกภาคส่วน
.
"อุปถัมภ์ค้ำใคร: การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง" พาผู้อ่านไปย้อนทำความรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า "อุปถัมภ์" และยังพาย้อนกลับไปทำความเข้าใจความหมายของคำดังกล่าว ก่อนที่จะพาไปดูจุดเชื่อมโยงที่เชื่อมเอาระบอบอุปถัมภ์มารวมเข้ากับการเมืองไทย ทั้งในระดับชาติและในระดับท้องถิ่น ซึ่งเรื่องของระบอบอุปถัมภ์เป็นที่ถกเถียงและเป็นประเด็นหลักในการศึกษาการเมืองท้องถิ่นมาอย่างช้านาน
.
ซึ่งความน่าสนใจอีกประการหนึ่งของ "อุปถัมภ์ค้ำใคร: การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง" คือการที่หนังสือไปสำรวจการขยายตัวของกลไกการรวบอำนาจที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาล คสช. ที่ทำให้ระบอบอุปถัมภ์ในท้องถิ่นในช่วงดังกล่าวเดินกลับด้าน โดยปลายทางของอำนาจอุปถัมภ์กลับวิ่งเข้าสู่ระบอบราชการภูมิภาคที่ได้รับอำนาจเฉพาะในช่วงเวลานั้น อีกทั้งการขยายตัวของระบอบอุปถัมภ์ในยุ คสช. ก็เป็นอีกสิ่งที่หนังสือเล่มนี้ให้ความสำคัญและให้ความสนใจ
.
โดยเนื้อหาของ "อุปถัมภ์ค้ำใคร: การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง" แบ่งออกเป็น 6 บทดังต่อไปนี้
.
บทที่ 1 (ก่อน) อ่านการเมืองเรื่องอุปถัมภ์
.
บทที่ 2 อุปถัมภ์ค้ำใคร: ความหมาย ความคิดในบริบทรัฐและการเมือง
.
บทที่ 3 ความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ในเส้นทางการเมืองไทย
.
บทที่ 4 ระบบ "รวบ" อำนาจ
.
บทที่ 5 เผด็จการหลังคูหา: เมื่อการเลือกตั้งไม่เท่ากับประชาธิปไตย
.
บทที่ 6 บทส่งท้าย ระบอบ คสช. และประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง
.
เมื่ออ่าน "อุปถัมภ์ค้ำใคร: การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง" จบลง จะพบคำตอบของคำถาม 2 ข้อที่อาจารย์ทามาดะ เขียนเอาไว้ใน "คำนำเสนอ" คือ ระบอบการเมืองส่งผลอย่างไรต่อความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ในเครือข่ายทางการเมือง และ ระบอบอำนาจนิยมของ คสช. ใช้กลไกอะไรทำลายและสร้างเครือข่ายทางการเมือง เพื่อให้ได้เปรียบในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in