เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
สุขภาพและการดูแลสมองDA RA
น้ำมันปลา ควรเริ่มกินตอนอายุเท่าไหร่?
  • เข้าใจ Omega-3 ให้ถูก ก่อนเริ่มดูแลสุขภาพระยะยาว น้ำมันปลา หรือที่หลายคนคุ้นในชื่อ Omega-3 เป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง เพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสมอง หัวใจ สายตา และระบบการอักเสบของร่างกาย แต่คำถามที่พบบ่อยคือ

    “ควรเริ่มกินน้ำมันปลาตั้งแต่อายุเท่าไหร่ถึงจะเหมาะ?”

    บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าในแต่ละช่วงวัย ร่างกายต้องการ Omega-3 แค่ไหน และควรเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนไหน

    Omega-3 คืออะไร และทำไมร่างกายต้องการ

    Omega-3 เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริม โดยชนิดที่สำคัญ ได้แก่

    • DHA มีบทบาทต่อสมองและสายตา

    • EPA เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและการอักเสบ

    แม้เราจะได้รับ Omega-3 จากปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน แต่ในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจบริโภคปลาไม่เพียงพอ จึงเริ่มหันมาพึ่งน้ำมันปลาเป็นตัวช่วยเสริม

    ควรเริ่มกินน้ำมันปลาตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

    จริง ๆ แล้ว น้ำมันปลา ไม่ใช่อาหารเสริมเฉพาะผู้สูงอายุ แต่สามารถเริ่มพิจารณาได้ตั้งแต่วัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยแต่ละช่วงวัยมีเหตุผลต่างกัน

    วัยเรียน – วัยรุ่น

    ในช่วงที่สมองกำลังพัฒนา Omega-3 โดยเฉพาะ DHA มีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง ความจำ และการเรียนรู้ เหมาะกับผู้ที่อ่านหนังสือหนัก ใช้สายตาเยอะ หรือใช้เวลาหน้าจอเป็นประจำ

    วัยทำงาน (ประมาณ 20–40 ปี)

    เป็นวัยที่ร่างกายต้องรับมือกับความเครียด การพักผ่อนน้อย และพฤติกรรมการกินที่ไม่สมดุล Omega-3 จึงเข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง และช่วยเสริมสมดุลของร่างกายในระยะยาว

    วัยผู้ใหญ่ – วัยสูงอายุ

    เมื่ออายุมากขึ้น ความเสื่อมของร่างกายเริ่มชัดเจนขึ้น Omega-3 มีส่วนช่วยดูแลระบบหัวใจ ข้อต่อ และการทำงานของสมอง จึงเป็นอาหารเสริมที่พบได้บ่อยในกลุ่มวัยนี้

    แล้วจำเป็นต้องรอให้มีอาการก่อนค่อยกินไหม?

    คำตอบคือ ไม่จำเป็น
    การดูแลสุขภาพที่ดีควรเริ่มตั้งแต่ยังไม่มีปัญหา การได้รับ Omega-3 อย่างสม่ำเสมอเปรียบเสมือนการวางรากฐานให้ร่างกายแข็งแรงในระยะยาว มากกว่าการรอแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาแล้ว

    เลือกน้ำมันปลาแบบไหนให้มั่นใจคุณภาพ

    นอกจากอายุแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ คุณภาพของน้ำมันปลา ควรพิจารณาจาก

    • แหล่งที่มาของปลา

    • ความบริสุทธิ์และการกำจัดโลหะหนัก

    • สัดส่วน DHA และ EPA ที่ชัดเจน

    • มาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้

    หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความสนใจคือ KLARITY Omega-3 Norway Daily ซึ่งใช้น้ำมันปลาจากประเทศนอร์เวย์ แหล่งทะเลสะอาด มีการควบคุมคุณภาพ และออกแบบให้เหมาะกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in