เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หมอ – LILAC SKY
22

  • ฉัน
    นักศึกษาแพทย์ปี 4 ที่เพิ่งอายุ 22 ปีไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
    กำลังหันหลังกลับไปมองชีวิตของตัวเอง
    และมองเห็นแต่ความผิดพลาดทั้งนั้น




    —



    ไม่กี่วันก่อน ฉันได้รับข่าวร้าย
    ‘สอบตก’
    อาจจะร้ายไม่มากสำหรับใครบางคน
    แต่สำหรับคนที่พยายามมาตลอดเพื่อให้ได้เกียรตินิยม... นี่คือเรื่องร้ายแรง





    ‘สอบตกครั้งเดียว ก็โดนตัดสิทธิ์เกียรตินิยมเลยแก’‘เหรอคะ’‘ใช่ เกรดถึงก็ไม่ได้แก ถ้าเคยตก’




    ฉันที่กำลังเดินอยู่ข้างถนนเงียบๆคนเดียวนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้นก้าวพลาดแค่ครั้งเดียวสิ่งที่ตั้งใจทำมาตลอดสามปี สลายหายไปในพริบตา




    ‘ไม่เป็นไร ช่างเถอะ กูทำใจได้ละ’



    หลังจากนั่งระบายอยู่เป็นชั่วโมงๆ ฉันบอกเพื่อนไปแบบนั้น




    ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ




    จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว




    —




    สอบตกอีกแล้วสองครั้งติดกันแล้วนะแถมครั้งนี้ต้องลงเรียนใหม่ด้วย


    เรื่องแบบนี้มันควรเกิดขึ้นกับฉันที่เคยได้คะแนนสอบสูงสุดในคณะหรือเปล่านะ ?


    สิ่งที่แย่ที่สุดไม่ใช่การสอบตก



    แต่เป็นการที่เธอรู้ตัวว่าเธอยังใส่ความพยายามลงไปไม่พอต่างหาก


    เธอรู้อยู่แก่ใจ เธอรู้มาตลอดแท้ๆว่าเธอควรจะใส่ใจมากกว่านี้


    ฉันคิดทบทวนอีกครั้งมองกลับไปในความผิดพลาดซ้ำๆแล้วก็ไม่เห็นอะไรเลย นอกจากน้ำตาของตัวเอง



    —



    เช้านี้ ฉันเดินออกจากห้องมาพร้อมกับเมฆฝนสีเทาล่องหนฉันยิ้มให้ทุกคนที่เจอแต่คนเดียวที่ไม่ได้รับรอยยิ้ม กลับเป็นจิตวิญญาณของฉันเอง

    เดินเข้ามาในวอร์ดตื่นสาย แบบที่ยังไม่สาย แต่ก็สายกว่าที่ควรจะเป็นทำงานแบบไม่มีกะจิตกะใจ เพราะรู้ตัวว่ายังมีงานคั่งค้างรออยู่เยอะแยะพรุ่งนี้จะสอบแล้ว หนังสือยังไม่ได้อ่านสักตัว


    เดี๋ยวก็กลับไปเป็นอิหรอบเดิม


    ‘พรุ่งนี้จะสอบลงกองแล้วค่ะพี่’‘อ้าว พรุ่งนี้แล้วเหรอ’‘ใช่ค่ะ ฮือ หนูเครียดจัง ไม่รู้เรื่องอะไรเลย’


    ปากพูดไป ใจก็คิดจริงตรงนั้นมีคนตั้งมากมาย ทั้งทีมหมอ พยาบาล คนไข้แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนอยู่ใต้เมฆฝนคนเดียว


    จนกระทั่ง มีมือหนึ่งส่งมาแตะไหล่เบาๆ
    ‘ไม่เป็นไรหรอกแก พี่ว่ามันไม่ยาก’‘ไหน แกเรียนอะไรบ้าง’‘พี่ว่ามันออกเรื่องนี้ เรื่องนั้น แล้วก็เรื่องโน้น ....’


    ตอนนั้น ฉันที่เงยหน้าขึ้นมาจากหมอกขุ่นมัวในใจเป็นครั้งแรก จึงได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว
    ทั้งพี่ int พี่ ext รวมหัวกันช่วยคิดแก้ปัญหาให้ไอเด็กปี 4 คนนี้เต็มไปหมด


    ‘อาจารย์ว่าข้อสอบต้องออกให้ตรวจเด็กตัวเท่านี้แน่ๆ’โอเค อาจารย์ใบ้ข้อสอบหนึ่งแมตช์


    ‘พี่ว่ามันน่าจะออกอันนี้ๆๆๆ’ ขนาดพี่ที่อยู่ข้ามจังหวัด เรียนคณะเดียวกันแต่คนละมหาวิทยาลัยก็ยังมาช่วยเก็งข้อสอบให้


    ‘ไม่เป็นไรมึง คนเราผิดพลาดกันได้ แต่มึงเก่งที่สุดแล้ว’ขนาดเพื่อนสนิทของฉัน ก็ยังเชื่อมั่นในตัวฉันมากกว่าตัวเองซะอีก






    ‘หมอ เนี่ย เค้าชอบหมอมากเลย พอหมอมาตรวจทีไรก็มองหมอตลอด’
    คุณแม่คนหนึ่งบอกฉันฉันมองตามไป ก็เห็นเด็กคนที่ฉันเป็นเจ้าของไข้มาประมาณ 1 สัปดาห์กำลังมองหน้าฉันอยู่จริงๆ

    ฉันส่งยิ้มกลับไปในใจก็ยิ้มตามไปด้วย




    แล้วคิดทบทวนกลับไปถึงเรื่องราวในอดีตอีกครั้ง




    ‘แค่เห็นหน้าหมอ ป้าก็มีความสุขแล้วลูก’‘ไม่เป็นไรครับคุณหมอ ผมกำลังใจดีมาก’‘หมอจะตามไปตรวจที่ตึกนู้นมั้ยคะ’‘เค้าชอบหมอมากเลย เวลาหมอมาตรวจก็มองแต่หน้าหมอ’





    สิ่งที่ผ่านมา คงไม่ใช่ความผิดพลาดทั้งหมดหรอกมั้ง
    ฉันอาจจะไม่ใช่หมอที่เก่งที่สุด อย่างน้อยก็ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
    แต่คนไข้รักฉัน ใช่รึเปล่านะ?





    —





    ‘เสียใจได้ แต่ต้องไปต่อนะ’ข้อความล่าสุดจากเพื่อนสนิทที่เพิ่งแจ้งเตือนมาเมื่อกี้


    ฉันทำให้ตัวเองผิดหวังทำให้คนรอบข้างผิดหวังและยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก


    แต่จริงๆแล้ว มันไม่เป็นไรหรือเปล่านะ?แค่ยังปรับตัวไม่ได้เหรอ?(แต่ใช้เวลาในการปรับตัวมากไปไหม เกินไปหน่อยนะเนี่ย)


    ไม่รู้สิ การเปลี่ยนนิสัยแย่ๆที่ทำนานๆ กรือที่เรียกว่า ‘สันดาน’ มันยากฉันที่ตื่นบ่ายมาตลอด มาตื่นเช้าไปราวน์ได้เกือบทุกวันก็เก่งมากแล้วแถมปกติขี้เกียจตัวเป็นขน พอมีหลายอย่างให้รับผิดชอบพร้อมกัน จัดลำดับความสำคัญไม่เป็น ก็คงไม่แปลกที่จะล้มตาย



    ต้องพัฒนาตัวเองมันไม่ใช่ลมปากอีกต่อไปแล้วมันคือคำสั่ง มันเป็นคำสัญญา ฉันต้องทำมัน


    ฉันยังไม่ได้บอกแม่ด้วยซ้ำว่าปีนี้ไม่มีปิดเทอมแล้ว เพราะต้องมาเรียนซ่อมอายว่ะไอเหี้ย พูดตรงๆ ปกติเป็นคนเก่งของที่บ้านมาตลอด


    โคตรผิดพลาดเลย ชีวิตแม่งแต่อ่านหนังสือซ้ำ ก็เก่งขึ้นไงเนอะถึงจะเฮงซวยไปหน่อย แต่ก็เป็นการบังคับตัวเองที่ดี


    —


    แต่ตอนนี้ ไปอ่านหนังสือก่อนไหม
    พรุ่งนี้สอบอีกแล้วว่ะ มึงตั้งใจหน่อย เดี๋ยวตกอีกก็เสียใจอีก


    แต่สู้หน่อย ยังพอมีเวลา สู้ๆ
    ก็ลองพยายามดูก่อน อาจจะเป็นไปได้ก็ได้




    —



    ‘ถ้าน้องผ่าครั้งแรก แล้ว bleed เป็นพัน ทั้งๆที่มันควร bleed แค่ 30.. พี่ก็ไม่ว่าน้องหรอก
    แต่น้องต้องเรียนรู้ และไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
    ถ้าน้องผ่าเป็นล้านๆรอบ แล้วมันยัง bleed อยู่เป็นพันแบบนั้น
    แปลว่าน้องผิดแล้ว น้องไม่รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง’


    ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา
    ยังดีกว่าเห็นโลงศพ แล้วยังไม่หลั่งน้ำตา
    แต่ไม่เห็นโลงศพ ดีสุด



    —




    ตั้งใจหน่อยคุณหมอ เธอต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต
    ในกำมือเธอ ไม่ได้มีแต่ชีวิตเธอแล้วนะ



    ไป ออกไปแสดงความรับผิดชอบกับชีวิตตัวเองได้แล้ว
    ปาดน้ำตา แล้วออกไปสู้ใหม่
    คนไข้รออยู่






    27/01/64  19.30 น.ก่อนสอบไม่ถึง 24 ชม. อะไรวะเนี่ย

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in