เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
#แปลแล้วแต่อารมณ์Sprühregen
#112 [แปล] | Kimetsu no Yaiba | Aimer - Zankyou Sanka



  • Zankyou Sanka (残響散歌 / ลำนำกัมปนาท)
    Aimer
    Kimetsu no Yaiba: Yuukaku-hen OP

    作詞 เนื้อร้อง:aimerrhythm
    作曲 ทำนอง:Tobinai Masahiro


    誰が袖に咲く幻花(げんか)
    ただ そこに藍(あい)を落とした
    派手に色を溶かす夜に 
    銀朱の月を添えて
    บุปผามายาผลิกายอยู่ใต้แขนเสื้อ*
    เพียงโปรยม่านสีครามอยู่ในนั้น
    แต่งแต้มพระจันทร์สีชาด
    ให้ราตรีที่หลอมละลายสีสันอย่างฉูดฉาด
    *มีสองจุดที่อยากอธิบายเพิ่มค่ะ
    1. บุปผามายา (幻花 : เก็งขะ) หมายถึงดอกไม้มายา หรือดอกไม้ที่ไม่มีจริง คนญี่ปุ่นตีความว่าหมายถึงฮิกังบานะสีน้ำเงิน ซึ่งฮิกังบานะสีนี้ไม่มีอยู่จริง ส่วนตัวคิดว่าอาจหมายถึงดอกไม้ที่สวยงามเหมือนไม่มีอยู่จริง หริอหมายถึงดาคิก็ได้ค่ะ (ผู้แปลไม่ได้ตามมังงะดาบพิฆาตอสูร เห็นผ่าน ๆ ตอนหาข้อมูลว่ามีพูดถึงฮิกังบานะสีน้ำเงินกับทันจิโร่ด้วย ใครเก็ตความหมายอื่นขออย่าเพิ่งสปอยล์เรานะคะ /ดัก)
    2. แขนเสื้อ (誰が袖) (ในทีแรกตีความว่าคำนี้หมายถึงถุงหอม แต่พอมาอ่านดี ๆ อีกที คำว่า 誰が袖 น่าจะเป็นชื่อถุงหอมที่ทางแบรนด์ตั้งไว้มากกว่า เลยเปลี่ยนคำแปลมาเป็นแขนเสื้อค่ะ) คำนี้ถ้าแปลตรง ๆ จะแปลว่า "แขนเสื้อของใครบางคน" มาจากกลอนบทหนึ่งในโคะคินวะคะชู (古今和歌集) หนังสือรวมกลอนญี่ปุ่นที่จัดทำในสมัยเฮอัน ความว่า
    「色よりも香こそあはれと思ほゆれ 誰が袖ふれし宿の梅ぞも」
    (Kokin Wakashu・ไม่ทราบชื่อผู้แต่ง)
    ถอดความคร่าว ๆ ได้ประมาณว่า "กลิ่นของดอกบ๊วย (梅 : อุเมะ) เนี่ย มันตราตรึงและชวนดื่มด่ำมากกว่าสีสันของมันอีกนะ เพราะไปแตะแขนเสื้อของใครมากัน สวนดอกบ๊วยที่บ้านของฉันถึงได้ส่งกลิ่นหอมขนาดนี้" (อารมณ์ว่ากลิ่นหอมจากสาวงามที่ไหนนั่นเอง ใครสนใจไปอ่านวิเคราะห์กลอนนี้เพิ่มเติมได้ที่ 誰が袖ふれし宿の梅ぞも) ซึ่งคำว่า 香こそあはれ จะไปปรากฏอยู่อีกท่อนของเพลงนี้ด้วยค่ะ พูดง่าย ๆ คือ Aimer เอาคำจากกลอนโบราณสมัยเฮอันมาแทรกไว้ในเพลงนั่นเองค่ะ
    転がるように風を切って
    躓くごとに強くなった
    光も痛みも怒りも全部 抱きしめて
    選ばれなければ 選べばいい
    วิ่งฝ่ากระแสลมราวจะกลิ้งถลา
    แข็งแกร่งขึ้นทุกคราที่สะดุดล้ม
    ทุกแสงสว่าง ความเจ็บปวด ความโกรธเกรี้ยว
    ฉันจะโอบกอดมันเอาไว้ทั้งหมด
    หากไม่ถูกเลือกก็จงเป็นผู้เลือกเสียเอง

    声よ 轟け 
    夜のその向こうへ
    涙で滲んでた 
    あんなに遠くの景色まで
    響き渡れ
    สรรพเสียงเอย จงกู่ก้องกัมปนาท
    ข้ามไปยังอีกฟากของราตรีนี้
    แม้ภาพจะเบลอน้ำตา
    ก็จงสะท้อนเสียงกึกก้องให้สนั่นกังวาน
    ถึงทิวทัศน์ที่อยู่แสนไกลแห่งนั้น

    何を奏でて?誰に届けたくて?
    不確かなままでいい
    どんなに暗い感情も
    どんなに長い葛藤も
    歌と散れ 残響
    จะให้บรรเลงสิ่งใด จะให้ขับขานถึงใคร
    หากยังไม่รู้ก็ไม่เป็นไร
    ต่อให้จะโศกเศร้าเพียงใด
    จะต้องต่อสู้อีกเนิ่นนานแค่ไหน
    ก็จงระเบิดมันไปกับเสียงเพลง
    ก้องกังวาน!

    ただ一人舞う千夜
    違えない帯(たい)を結べば
    派手な色も負かす様に
    深紅の香(か)こそあはれ*
    ร่ายรำผ่านราตรีนับพันอยู่เดียวดาย
    หากสวมโอบิให้ถูกเส้น
    สีแดงเลือดจะอวลกลิ่นกำจาย
    ราวจะกำราบสีสันฉูดฉาดให้สิ้นพยศ

    *香こそあはれ หมายถึงกลิ่นหอมของดอกบ๊วยในกลอนที่อธิบายไปแล้วข้างบน
    この先どんなつらい時も
    口先よりも胸を張って
    抱いた夢の灯りを全部 辿るだけ
    逃げ出すため ここまで来たんじゃないだろ?
    ไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายอะไรต่อจากนี้
    จงภาคภูมิจากใจหาใช่เพียงลมปาก
    ขอเพียงมุ่งมั่นไปให้ถึง
    ทุกแสงแห่งความฝันที่แบกรับเอาไว้
    ที่สู้ฟันฝ่ามาจนถึงจุดนี้
    ก็เพื่อจะได้หลุดพ้นจากสิ่งนั้นไม่ใช่หรือ?

    選ばれなければ 選べばいい
    หากไม่ถูกเลือกก็แค่เป็นผู้เลือกเสียเอง

    声をからして 燃える花のように
    闇間を照らしたら
    曖昧過ぎる正解も譜面にして
    จงร้องตะโกนจนสุดเสียง
    ให้เหมือนบุปผชาติที่ลุกไหม้ดอกนั้น*
    หากสาดแสงส่องความมืดมิด
    ความถูกต้องที่สลัวราง
    จะกลับกลายเป็นท่วงทำนองเพลง

    *ดอกไม้ที่ลุกไหม้ในที่นี้ อาจหมายถึงได้ทั้งเสาหลักเพลิง เร็นโงคุ เคียวจูโร่ และเพลงเปิดซีซั่นแรก "Gurenge" (ดอกบัวสีชาด) ของคุณ LiSA ค่ะ
    夜を数えて朝を描く様な
    鮮やかな音(ね)を鳴らす
    どんなに深い後悔も どんなに高い限界も
    掻き消して 残響
    แล้วฉันจะบรรเลงลำนำอันสดใสนั้น
    ให้เหมือนกำลังนับราตรี
    รอร่างภาพอรุณถัดไปขึ้นมา
    ไม่ว่าจะเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมาสักแค่ไหน
    ไม่ว่าขีดจำกัดจะอยู่สูงขึ้นไปอีกสักเท่าไร
    ก็จงทำลายมันให้สิ้นไป
    ก้องกังวาน!


    เพลงแนะนำ






เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in