เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ฉีดฟิลเลอร์จุดไหนช่วยให้หน้าเด็ก ต้องFiller กี่ CC ? และอยู่ได้นานแค่ไหน ?admin_beautypost
ฉีดฟิลเลอร์จุดไหนช่วยให้หน้าเด็ก ต้องFiller กี่ CC ? และอยู่ได้นานแค่ไหน ?
  • อยากมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ ดูเด็กกว่าวัย การฉีดฟิลเลอร์เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยม แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าฉีดจุดไหนดี ? แต่ละจุดช่วยอะไร ? ใช้ปริมาณเท่าไหร่ ? และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ? 

    ในบทความนี้ จะมาไขข้อสงสัยเหล่านี้ให้กระจ่าง พร้อมพาทุกคนไปรู้จักว่าการฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร ? มีดีอย่างไร ? นิยมฉีดตำแหน่งไหนบ้าง ? ฉีดฟิลเลอร์จุดไหนหน้าดูเด็กลง ? จำนวนซีซีแต่ละจุด ระยะเวลาการเห็นผล วิธีเลือกคลินิก และการดูแลก่อน-หลังทำ

    ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร ?

    การฉีดฟิลเลอร์ คือ วิธีการแก้ไขริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า โดยการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปในชั้นผิวที่เสื่อมสภาพและยุบตัวตามวัย 

    ด้วยคุณสมบัติของฟิลเลอร์ จะช่วยเติมเต็มผิวหน้าที่ยุบตัวให้เต็ม ตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียน เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น อีกทั้งฟิบเลอร์ยังมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำจึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งและลดการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้ 

    5 ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ 

    ช่วยเติมเต็มร่องลึก แก้ไขริ้วรอย ในชั้นผิวที่เสื่อมสภาพ 

    ปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้แก้ปัญหาในจุดที่ต้องการความละเอียดสูงได้ดี 

    ได้ผลลัพธ์ทันใจ เห็นผลทันทีหลังฉีด และใช้เวลา 2 สัปดาห์เห็นผลเต็มที่

    สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังฉีด ไม่มีรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น 

    ฟิลเลอร์แท้ ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก อย. สามารถสลายได้เอง โดยที่ไม่มีสารตกค้าง

    ตำแหน่งบนใบหน้าที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ 

    การเลือกฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ปรับใบหน้าให้สมดุลและดูเป็นธรรมชาติ โดยมีบริเวณบนใบหน้าที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ทั้งหมด 7 จุด ดังนี้

    1. ร่องแก้ม ร่องแก้มลึกเป็นสัญญาณของการเสื่อมสภาพของผิว การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น ทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้น

    2. ใต้ตา บริเวณใต้ตาเป็นจุดบอบบางที่แสดงอาการเหนื่อยล้าได้ง่าย เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกใต้ตาจะยุบตัวลง ทำให้เกิดร่องลึก รอยคล้ำ และถุงใต้ตา การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยเติมเต็มใต้ตา และลดปัญหาดังกล่าว ทำให้ใต้ตาดูสดใส 

    3. ขมับ ขมับที่ดูบุ๋มสามารถทำให้ใบหน้าดูแก่ โทรม และเหนื่อยล้าได้ การฉีดฟิลเลอร์ที่ขมับจะช่วยเติมเต็มบริเวณขมับตอบ ขมับเว้า ทำให้หน้าดูเต็ม สมส่วน 

    4. ริมฝีปาก ปากเป็นส่วนที่โดดเด่นบนใบหน้าและเป็นจุดที่คนมักมองเห็นก่อน เมื่อปากไม่สมดุล มีร่องลึก ริ้วรอย หรือขอบริมฝีปากไม่ชัด อาจทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุลและมีอายุมากขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ปากช่วยเพิ่มความอวบอิ่ม ชุ่มชื้น ปรับรูปทรงปากให้สวยงาม ทำให้ริมฝีปากดูสุขภาพดี มีชีวิตชีวา เซ็กซี่

    5. แก้ม เมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวหน้าแก้มจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและความเต็มอิ่ม การฉีดฟิลเลอร์เติมแก้มส้มจะช่วยเติมเต็มบริเวณแก้มที่ยุบหรือแฟบ ทำให้ใบหน้าดูอิ่ม สดใสขึ้น สมดุล มีมิติ

    6. คาง ปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม หรือคางไม่เท่ากัน สามารถทำให้รูปหน้าดูไม่เรียวและไม่ได้สัดส่วน ส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเอง การฉีดฟิลเลอร์คางจะช่วยปรับรูปทรงของคางให้ดูเรียว มีมิติมากขึ้น ช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลและเข้ารูป

    7. หน้าผาก หน้าผากที่แบน ยุบ หรือมีริ้วรอยลึก อาจทำให้ใบหน้าดูมีอายุ ดูเหนื่อยล้า ส่งผลต่อโหงวเฮ้ง การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะช่วยเติมเต็มและปรับรูปทรงหน้าผากให้ดูเต็ม เรียบเนียน มีมิติมากขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสมดุล อ่อนกว่าวัย พร้อมเสริมโหงวเฮ้งให้ดีขึ้นอีกด้วย

    3 จุดฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก ช่วยให้หน้าดูเด็กลงทันที 

    การเลือกตำแหน่งฉีดฟิลเลอร์ที่ถูกต้อง สามารถทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยขึ้นทันที สำหรับผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มี 3 จุดหลักที่แนะนำ ได้แก่

    • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา : เติมเต็มเบ้าตาลึก ลดริ้วรอย แก้ปัญหาขอบตาดำ ลดใต้ตาลึก และถุงใต้ตา ทำให้ใต้ตาดูสดใส ใบหน้าดูสดชื่น พักผ่อนเพียงพอ

    • ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม : แก้ปัญหาร่องแก้มลึก ยกกระชับ เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียน ดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ 

    • ฉีดฟิลเลอร์ปาก : ปรับรูปปากให้เป็นทรง แก้ปัญหาปากบาง ปากไม่เท่ากัน ปากแห้ง ทำให้ใบหน้าดูสดชื่น มีชีวิตชีวาขึ้น

    การฉีดฟิลเลอร์ใน 3 จุดนี้ครั้งแรก จะช่วยส่งผลให้ดูอ่อนกว่าวัยจริงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ก่อนฉีดควรปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงด้านการปรับรูปหน้า แพทย์จะประเมินจุดฉีดฟิลเลอร์ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีออกมาตรงตามความต้องการ เนื่องจากใบหน้าของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน 

    จำนวน cc ของฟิลเลอร์ที่ใช้ในแต่ละจุด

    การฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละจุดบนใบหน้า จะใช้ปริมาณหรือจำนวน cc ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริเวณและความต้องการของแต่ละคน ทั้งนี้ จำนวนฟิลเลอร์หากใช้ปริมาณน้อยเกินไปอาจไม่เห็นผล แต่หากมากเกินก็อาจทำให้ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติและเกิดผลข้างเคียงได้ โดยทั่วไปปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในแต่ละจุด มีดังนี้

    • ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม : ประมาณ 2-4 ซีซี 

    • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา : ประมาณ 2-4 ซีซี 

    • ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม : ประมาณ 1-2 ซีซี 

    • ฉีดฟิลเลอร์ขมับ : ประมาณ 2-4 ซีซี

    • ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก : ประมาณ 3-5 ซีซี

    • ฉีดฟิลเลอร์คาง : ประมาณ 1-2 ซีซี

    • ฉีดฟิลเลอร์ปาก : ประมาณ 1-2 ซีซี 

    ก่อนฉีด ควรปรึกษาแพทย์ประสบการณ์สูง เพื่อให้แพทย์ประเมินปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 

    ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล ? อยู่ได้นานแค่ไหน ?

    การฉีดฟิลเลอร์จะเริ่มเห็นผลได้อย่างรวดเร็วหลังฉีด และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์หลังการฉีด เมื่อฟิลเลอร์เข้าที่และอาการบวมลดลง 

    ระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ/รุ่นฟิลเลอร์ที่ใช้และตำแหน่งที่ฉีด โดยทั่วไปแล้วฟิลเลอร์ประเภทHA จะอยู่ได้นานประมาณ 6-24 เดือน หลังจากนั้นฟิลเลอร์จะสลายไปได้เอง หากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น สามารถกลับมาฉีดฟิลเลอร์ใหม่ได้

    ควรเลือกคลินิกอย่างไร ? ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

    • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเลขใบอนุญาต 11 หลัก จากกระทรวงสาธารณสุข แปะติดบริเวณหน้าคลินิก มีห้องทำหัตถการสะอาด สว่าง กว้างขวาง ปลอดเชื้อ เข้าถึงได้ง่าย เดินทางสะดวก มีที่จอดรถเพียงพอ 

    • เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ เป็นแพทย์จริง มีเลข ว.สามารถตรวจสอบชื่อ-สกุล แพทย์ได้ในเว็บไซต์แพทยสภา และผ่านการอบรม เทรนนิ่ง อัปเดตความรู้ใหม่อยู่เสมอ มีเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่งอย่างถูกต้อง มีเคสรีวิวก่อน-หลังให้เช็กก่อนตัดสินใจฉีด 

    • เลือกใช้ฟิลเลอร์ของแท้ ผ่านการรับรองจาก อย. ณ ปีปัจจุบัน  และศึกษาวิธีตรวจเช็กฟิลเลอร์แท้ของแต่ละยี่ห้อ/รุ่นก่อนฉีด และควรเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานเรื่องการแกะกล่องตัวยาฟิลเลอร์ก่อนฉีดให้ดูต่อหน้า พร้อมทั้งอนุญาตให้นำกล่องยากลับบ้าน เพื่อความมั่นใจ

    การเตรียมตัวก่อนฉีด และการดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ 

    การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ 

    • หลีกเลี่ยงยากลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน พอนสแตน รวมถึงวิตามินและสมุนไพรต่าง ๆ เช่น St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, กระเทียม, โสม และวิตามินอี

    • งดใช้ยาผลัดเซลล์ผิวบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์

    • หลีกเลี่ยงการเข้าคอร์สเลเซอร์และการนวดหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนฉีด

    • งดทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ หรือออกกำลังกายคาร์ดิโอ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 24 ชั่วโมง

    การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ 

    • หลังการฉีดฟิลเลอร์ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือเกาบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือเกิดการอักเสบติดเชื้อจากมือที่ไม่สะอาด 

    • ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องเผชิญกับความร้อนโดยตรง เช่น ซาวน่า หรือการออกกำลังกายหนัก ๆ

    • งดการทำทรีตเมนต์และเลเซอร์ที่ใช้ความร้อนลงลึกทุกชนิด เช่น Thermage, Ulthera, Hifu อย่างน้อย 1 เดือนหลังฉีด 

    • ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ  วันละ 1.5-2 ลิตร เพราะฟิลเลอร์มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ การดื่มน้ำจะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูและได้รูปทรงที่ดี

    นอกจากนี้ ในช่วง 14 วันแรกหลังการฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ต้องนั่งใกล้เตาร้อน ๆ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารรสจัด และอาหารหมักดอง เพื่อป้องกันการบวมหรืออักเสบ ซึ่งอาจทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ช้าลง หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรหลีกเลี่ยงอย่างน้อย 48 ชั่วโมง

    สรุป ฉีดฟิลเลอร์ 

    การฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดย 3 จุดฉีดฟิลเลอร์ที่แนะนำ ทำแล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด ได้แก่ การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา ร่องแก้ม และริมฝีปาก 

    สำหรับผู้ที่สนใจ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรปรึกษาแพทย์ เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และใช้ฟิลเลอร์แท้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและมีความปลอดภัย

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in