เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Aladdin's Fanfiction – kizu_amakusa
Aladdin's fanfic [Iago x Jafar] : Be yours 01
  • ‪“ยกสะโพกขึ้นหน่อยจาฟาร์”‬

    ‪เขาค่อยๆเอี้ยวคอหันมาหาผม ท่ามกลางแสงมืดสลัวในห้องของเรา มีน้ำตาล้อมกรอบตาโตๆนั่นไว้เล็กน้อย อาจจะเพราะผมรุนแรงกับเขาไปนิด หรืออาจจะเพราะผมทำให้เขามีความสุขมาก ..แต่มันคงเป็นข้อแรกมากกว่า‬

    ‪“อย่าทำมาสั่งเอาๆอิอาโก้”‬

    น้ำเสียงติดแหบนิดๆ ‪ถึงจะว่าอย่างนั้นอย่างนี้แต่สะโพกสวยนี่ก็ค่อยๆแอ่นองศามารับกับผมพอดี  อยากจะบอกว่านี่ไม่ได้เอาแต่ใจตัวเองนะ แค่อยากให้เขามีความสุขร่วมไปกับผมต่างหาก‬


    ‪ผมมีความสุขที่จะได้คอยสังเกตอาการเล็กๆน้อยๆของเขา อย่างขาที่จิกเกร็งอยู่ใต้ร่างผมตอนนี้‬

    ‪หรือมือที่กอดหมอนไว้แน่นนั่นกำลังจะปัดป่ายมาหาผมที่อยู่ด้านหลัง ไหนจะน้ำตาคลอน้อยๆนั่น กับน้ำลายที่ซับไปกับหมอนที่เขาเอาไปกอด.. จะมีก็แค่อย่างเดียวที่จะทำให้ผมใจหล่นวูบไปในบางครั้ง‬

    ‪“… ฮะ—แรงอีก..บาบา..”‬


    ผมเสียวแปลบขึ้นมาเพราะแรงรัดจากเขา ทำเอาหัวนมผมเสียวปลาบ เขาเองก็คงเช่นกัน เพราะแรงกระตุกจากทุกส่วนของเขามันแล่นมาถึงผม

    เขาฟุบลงไป แล้วนอนหอบอยู่บนผ้าปูเตียงที่ยับยู่ยี่จากการดึง ผมถอนตัวออก กะว่าจะให้เขาได้พัก

    “เดี๋ยว..อิอาโก้.. นี่มันแค่ครึ่งทางเอง”

    เขาพลิกตัวมานอนหงายแล้วแยกขาให้ผม พลางใช้นิ้ววนที่หว่างขาของตัวเอง

    นี่แหละจาฟาร์ของผม…จะให้ผมถอนตัวจากเขาได้ยังไงกัน..


    ………

    ...

    ....

    ..


    ..



    “อิอาโก้…”

    เขานอนแผ่อยู่บนเตียงแล้วเรียกชื่อผมอย่างเลื่อนลอย


    “ว่าไง”


    “พรุ่งนี้..ฉันจะไปหาบาบา”


    ...


    ..

    อยู่ๆใจผมก็โหวงไป.. เหมือนคนมีความผิดแล้วโดนจับได้ เพราะผมจินตนาการถึงวันนี้มาเป็นล้านครั้ง ยังเคยซ้อมอยู่หน้ากระจกว่าจะพูดตอบอะไรกลับไป แต่พอเวลานั้นมาถึงผมได้แต่คีบบุหรี่ในมือนิ่งๆ..

    เขาลุกขึ้นมานั่งด้วยร่างกายเปลือยเปล่า เอามือผอมๆของเขาลูบหัวเกรียนๆนั่นซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างว้าวุ่น  เถ้าบุหรี่ในมือผมร่วงลงไปเมื่อไหร่ไม่รู้ 


    ผมจับมันขยี้ลงในถ้วย 

    เดินเข้าไปนั่งแทบเท้าเขาแล้วยกมือสวยนั่นขึ้นมาจูบ


    เราสบตากัน เขามองผมด้วยดวงตาสีน้ำตาลโตๆนั่น ผมเอียงหัวถูกับมือของเขา..ให้เส้นผมสีแดงนี่มันได้เข้าไปในซอกนิ้วของคนๆนี้  


    เมื่อกี้เราแทบจะหลอมละลายกันบนเตียง..

    แต่ตอนนี้แค่เอื้อมมือไปโอบรอบเอวของเขาผมยังไม่กล้า..


    ....

    ...




    ยังไม่ทันที่พระอาทิตย์จะขึ้นดี ผมก็สะลึมสะลือตื่นเพราะเสียงล้อลาก เสียงเดิน และเสียงปิดประตู


    ผมลุกขึ้นมาจากที่นอน มองไปรอบๆห้อง 

    ทุกอย่างเหมือนเดิม 

    แค่จาฟาร์ไม่อยู่เท่านั้น…




    ...

    ...

    ..

    บอกเลย ว่าผมจะไม่นับว่ามันผ่านมากี่วันแล้ว 

    แต่ใช่ มันยังไม่ครบเดือนดี 


    ไม่มีอะไรเปลี่ยน 

    ผมนั่งออกแบบลายสักอยู่ที่บ้าน กินข้าว สูบบุหรี่ ทำความสะอาดห้อง กินข้าว นอน  ซึ่งตอนนี้ผมชอบไปนอนห้องฮาคิมมากกว่า

    ไม่มีอะไรเปลี่ยน..


    …


    .....


    …

    มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยจนผมเริ่มกลัว..

    ไม่มีการติดต่ออะไรมาถึง

    และตัวผมที่เริ่มไม่มีความรู้สึก กับอะไรเลย..


    เช้าที่เหมือนกับทุกวัน อิอาโก้กำลังเดินลงบันไดจากที่พักเพื่อไปพบกับลูกค้าที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

    พวกเขาเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่างเพื่อที่จะตรวจลวดลายของงานได้อย่างชัดเจน  คู่สนทนายกมือเรียกขอเมนูเพื่อสั่งเครื่องดื่ม พวกเขาจัดแจงและพูดคุยถึงลวดลายที่ถูกออกแบบมาอย่างออกรส

    พนักงานยกกาแฟตามที่สั่งมาเสิร์ฟ แย่หน่อยที่เธอพลาดเดินสะดุดกับขอบกระเบื้องที่เผยอขึ้นมาจากพื้น


    กาแฟในมือหกรดลงบนโต๊ะ และบางส่วนสาดไปโดนอิอาโก้อย่างจัง พนักงานตกใจมาก รีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่  ลูกค้าของอิอาโก้ก็รีบเอาทิชชู่มาซับให้ ผิดกับหนุ่มหัวแดงคนนี้ที่นั่งหน้านิ่ง

    “คุณโอเคมั้ย โดนลวกตรงไหนรึเปล่า”


    “ไม่เป็นไร ผมโอเค…” เขาตอบเสียงเรียบ


    พนักงานกำลังก้มลงถูพื้นและเก็บเศษแก้วที่แตก สายตาอิอาโก้ไล่ตามไปยังมือพนักงานที่กำลังเก็บเศษพวกนั้น กาแฟที่ไหลอยู่บนโต๊ะ กำลังหยดลงสู่พื้นด้านล่าง


    “อิอาโก้…คุณโอเครึเปล่า”


    “...ผม โอเ—“

    ยังไม่ทันที่คำพูดจะจบดี อิอาโก้ก็น้ำตาไหลออกมาจากตาทั้งสองข้าง

    น้ำตาหยดลงบนงานที่กางอยู่บนโต๊ะ หมึกที่ปริ๊นมาเริ่มเลือนแตกเป็นวง เขารีบจับคอเสื้อดึงขึ้นมาเพื่อเช็ดน้ำตาแล้วหันหน้าไปอีกทาง

    “…ขอโทษครับ..ผมไม่เป็นไร..”

    พูดจบ น้ำตาเขายิ่งพรั่งพรูออกมา 

    เขาไม่ได้สะอึกสะอื้น มันแค่ไหลออกมาอยู่อย่างนั้น..


    ..


    ...


    ..


    ..

    วันนี้เป็นวันที่อากาศดีมากๆวันนึงทีเดียว อิอาโก้ลงมารับพัสดุแต่เช้า 

    กลับมาถึงห้องเขาก็วางเจ้ากล่องนี้ไว้บนโต๊ะ พลางทำอาหารเช้าง่ายๆกิน  เสร็จแล้วก็จัดแจงเก็บของทุกอย่างลงกล่อง

    เขาสั่งซื้อกล่องเปล่ามามากพอที่จะเก็บพวกของเล็กๆทั้งห้องนี้ลงไป

    พวกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆก็เข็นมันเข้ามุมไว้ แล้วเอาผ้าขาวคลุมอีกที บางชิ้นที่มันจะทำความสะอาดยากหน่อยก็เอาพลาสติกแร๊ฟเอาไว้ให้แน่น  เขาโยนจานชามช่อซ้อมที่เพิ่งใช้เมื่อกี้ลงอ่างไว้ก่อน

    ตอนนี้ห้องเริ่มโล่งแล้ว เขาจึงปูพลาสติกไว้กลางห้อง

    พื้นที่มันมากพอจนเหลือเชื่อว่าก่อนหน้านี้ยังดูเป็นห้องแคบๆอยู่เลย แถมอยู่กันได้ไงตั้งสองคน...

    เขาลงมานั่งที่พื้นกลางห้องนั่น พลางแกะกล่องพัสดุอย่างลวกๆ มันเป็นปืนพกรุ่นเล็กที่ใช้ง่ายที่สุด พร้อมใบรัปประกันจากทางร้าน

    เขาโยนกล่องกับกระดาษห่อพวกนั้นทิ้งไว้ด้านหลัง 

    พลางยกปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับ


    ไม่มีสีหน้าเคร่งเครียดอะไรอีกแล้ว เขาหลับตาลงฟังเสียงทุกอย่าง แต่ทันทีที่เขาขยับนิ้ว เสียงเหล็กกระทบกันที่ใกล้กกหูก็กลบทุกอย่าไป 

    เลือดกระเซ็นลงบนแผ่นพลาสติกที่เขาปูเอาไว้อย่างเหมาะเจาะ


    ....

    ..


    ....

    กระเป๋าเดินทางถูกยกลงจากท้ายรถ จาฟาร์ทิปให้คนขับเป็นพิเศษก่อนจะลากกระเป๋าข้ามถนนมา  เขาเดินถือกระเป๋าขึ้นตึกพลางควานหากุญแจห้องในกระเป๋ากางเกง 

    ผู้ดูแลตึกเห็นจาฟาร์ก็ชะโงกหน้าออกมา


    “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ วันนี้สงสัยรูมเมทคุณจะจัดห้อง ได้ยินเสียงลากอะไรไปมาดังเลย ยังไงช่วยเบาเสียงหน่อยนะครับ”


    “อ่ะ ได้ครับ เดี๋ยวผมจะบอกเขาให้”

    จาฟาร์รีบเดินไปที่ห้อง พลางคิดถึงคำที่จะทักอิอาโก้..

    มันใช่แหละที่เขาตั้งใจจะตัดความสัมพันธ์นี้ลง


    อิอาโก้ก็รู้อยู่แก่ใจว่าความรักที่เขาให้มันไม่ใช่ความรักทั้งหมดที่เขามี แต่มันคือสิ่งที่เหลืออยู่ หลังที่เขารักบาบาไปแล้ว

    แต่ตอนนี้เขาก็เลือกที่จะกลับมา...


    จาฟาร์วางกระเป๋าลงและเคาะประตูห้อง เขายกมือขึ้นมากุมขมับ นวดลงมายังเคราอย่างครุ่นคิด คิดถึงคำพูด ที่จะต้องพูด…

    เขาเคาะประตูห้องอีกครั้ง

    สูดลมหายใจเพื่อที่จะทำให้ใจสงบ


    “......”


    ...นี่มันนานเกินไปรึเปล่า.. 

    แต่ผู้ดูแลก็บอกว่าเขาอยู่ห้อง..


    หรือเขาอาจจะอาบน้ำอยู่ก็เป็นได้ คิดได้อย่างนั้นจาฟาร์จึงเอากุญแจของตนไขเข้าไปเอง



    ทั่วทั้งห้องขาวโพลน เฟอร์นิเจอร์ถูกดันไปชิดผนัง มีผ้าขาวคลุมอยู่ทั่วไปหมด

    ตรงกลางห้องเห็นเป็นสีแดงเด่นท่ามกลางสีขาวทั้งหมด ทั้งผมสีแดงของอิอาโก้และเลือด มันปนกันจนแยกไม่ออก เขานั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ปืนพกที่ใช้ยังกำอยู่ในมือ



    “นาย..ทำอะไรอยู่..”

    จาฟาร์เปิดประตูค้างไว้และมองภาพตรงหน้าอย่างไม่วางตา วูบแรกเขาคิดว่าคนตรงหน้านี้ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่แววตาของเขาที่มองมา มันยังมีีชีวิต


    “ผม...ให้เพื่อนหาปืนให้...........”



    “แล้ว...” 

    จาฟาร์พูดเหมือนเป็นเชิงถาม เขาปิดประตูลงแล้วค่อยๆเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ


    “ผม..คิดว่าเพื่อนคงใส่กระสุนซ้อมลงไปแทน ..มันคงรู้อยู่แล้วว่าผมจะเอามาทำอะไร” 

    น้ำเสียงละล่ำละลัก ดวงตาเบิกกว้างมองคนตรงหน้า


    “หรือนี่...ผมตายแล้ว ผมถึงเห็นคุณ..จาฟาร์...”


    “ยัง..นายยังไม่ตาย ฉันกลับมาหานายจริงๆ”

    จาฟาร์เดินจนถึงตัว เขาหยิบปืนออกจากมืออิอาโก้ก่อนเป็นอย่างแรก และสไลด์มันเข้าใต้โซฟาไป

    เขาก้มลงดูแผลเหมือนไฟไหม้รุนแรงตรงขมับ เนื้อที่ช้ำและเลือดที่กระจายอยู่ทำให้แผลดูแย่มาก


    “ทำไมคุณกลับมา.. บาบาบอกให้คุณมาเหรอ”


    “ไม่..ฉันกลับมาด้วยความตั้งใจของฉันเอง”

    อิอาโก้เอื้อมมือไปโอบรอบเอวของคนที่ยืนอยู่ไว้  อ้อมกอดกล้าๆกลัวๆที่กลัวว่าถ้าออกแรงกอดลงไปจริงๆแล้วคนตรงหน้าจะหายไป


    จาฟาร์ ลูบหัวเขาอย่างแผ่วเบา มือผอมค่อยๆเลื่อนมือมาลูบตรงแผลเหวอะนั่นแล้วดึงสะเก็ดของปลอกกระสุนเล็กๆออก


    คนโดนดึงแผลถึงกับหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บจนโยกหัวหนี


    “เจ็บ...หูข้างนี้ก็ไม่ค่อยได้ยิน” เขายกมือขึ้นมากุมหูข้างที่มีเขม่าเต็มไปหมด แก้วหูคงเกือบฉีกขาด


    “นั่นแหละ นายยังไม่ตาย...

    ...กลับมาแล้วนะ”


    พวกเราสบตากันอีกครั้งหลังจากมันผ่านมา25วันพอดี…


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in