เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ห้องแปลไทยของ happypuppylalala_lacuna
บทสัมภาษณ์ KIK : Sound Thru vol.29 (part 1/2)
  • * บทสัมภาษณ์นี้แบ่งเป็น 2 ตอน

    KIK คือทีมที่สร้างตัวและเติบโตอย่างรวดเร็ว นั่นไม่ใช่เพียงเพราะกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะต่อยอดและเปลี่ยนผ่านตัวเองอยู่เสมอ หลังจากรวมตัวกันได้เพียง 6 เดือน พวกเขาก็ปล่อย EP ชุดที่สองที่มีชื่อว่า [LOW KIK] ออกมา โดยใช้คำว่า "ความกดอากาศต่ำ" สื่อถึงสภาวะทางอารมณ์ที่ซื่อสัตย์ของพวกเขา 
    หาก EP ก่อนหน้าพูดถึงความปรารถนาและความเปล่งประกายของวัยรุ่น อัลบั้มนี้ก็ไม่ปิดบังความรู้สึกด้านมืดอย่างความไม่เชื่อใจ การแยกตัว ความลุ่มหลง และความสูญเสีย
    เริ่มจากเพลงเปิดตัวที่ขุ่นมัวเหมือนสายหมอกอย่าง 3333 ไปจนถึงการพยายามทะยานขึ้นอีกครั้งในเพลง Sun, การขยายขอบเขตไปสู่หัวข้อใหญ่อย่างสันติภาพใน piece of peace, การแตกสลายเพื่อแข็งแกร่งขึ้นใน DIAMOND และปิดท้ายด้วยการปิดประตูลงในเพลง Close 
    EP นี้ผ่านพ้นอารมณ์ต่าง ๆ ไปด้วยทัศนคติที่ว่า "ถึงอย่างนั้นก็ต้องก้าวต่อไป" มากกว่าแค่การปลอบประโลมใจ หลังจากผ่านการแสดงต่างประเทศครั้งแรกและกำลังจะมีเอเชียทัวร์ 
    ตอนนี้ KIK กำลังเปลี่ยนจุดต่ำสุดของพวกเขาให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อสร้างดนตรีที่เข้มข้นยิ่งขึ้น


    1. ช่วยแนะนำตัวและทักทายในนามวง KIK หน่อย
    KIK: สวัสดีครับ พวกเราวง KIK ครับ

    2. ครั้งนี้เป็นการพบกันครั้งที่สอง แป๊บเดียวก็ผ่านไป 6 เดือนแล้วนับจากปล่อย EP ที่แล้ว ช่วงที่ผ่านมาเป็นยังไงกันบ้าง?
    มินฮยอก: ผมว่าวง KIK ของพวกเราน่าจะเกิดไล่เลี่ยกับ Sound Thru เลยใช่ไหมครับ? (หัวเราะ) ช่วงที่ผ่านมาพวกเราทุ่มเทให้กับการแสดงและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อค้นหาทิศทางที่ชัดเจนครับ เราคุยกันเยอะมากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการทำเพลงในอนาคต และเพลงแบบไหนที่เราอยากให้ทุกคนฟัง ระหว่างนั้นก็ได้ไปแสดงต่างประเทศมาสองสามครั้งด้วย ซึ่งกระแสตอบรับดีมาก ทำให้ KIK กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วครับ

    3. อัลบั้มนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วตามคำสั่งของกัปตัน (Captain’s Order) หรือเปล่า? ช่วยเล่าขั้นตอนการทำงานให้ฟังหน่อย
    มยองซอก: ถึงแม้พวกเราจะรวมตัวกันได้ไม่นาน แต่เรามีความโลภที่อยากจะทำทุกอย่างให้รวดเร็วและว่องไวครับ เราสะสมเดโมเอาไว้ตลอด พัฒนามันไปเรื่อย ๆ เขียนเพลงใหม่เพิ่ม จนรู้สึกว่าเพลงมันเยอะขนาดนี้แล้ว เรามาลุยงานกันให้เร็วเลยดีกว่า ผลก็คือเราได้ปล่อย EP ใหม่อีกครั้งภายใน 6 เดือนครับ


    4. พวกคุณได้ไปขึ้นโชว์ตามเทศกาลดนตรีและงานแสดงต่าง ๆ มากมาย มีเหตุการณ์ไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษไหม?
    มยองซอก: การแสดงต่างประเทศครั้งแรกของพวกเราคือที่กรุงเทพฯ ครับ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วในเทศกาล Vision Bangkok ตอนนั้นเรากังวลมากว่านอกเหนือจากดนตรีแล้ว จะมีเพอร์ฟอร์แมนซ์หรืออะไรที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมได้บ้าง เราถึงขั้นเขียนสคริปต์ภาษาไทยด้วยลายมือแล้วพูดทักทายเป็นภาษาไทยจริง ๆ บนเวทีเลยครับ สิ่งนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าผู้ชมต้องการอะไร และเราควรจะมีท่าทียังไงบนเวที ผมคิดว่านับจากตอนนั้นเป็นต้นมา เราเริ่มจับจุดการแสดงสดได้ดีขึ้นครับ

    5. เมื่อก่อนแต่ละคนอาจจะมีแฟนคลับเฉพาะตัว แต่ตอนนี้เริ่มมีแฟนคลับในนาม KIK แล้ว คุณสัมผัสได้ถึงการรวมตัวของแฟนคลับบ้างไหม?
    มยองซอก: แม้เราจะเริ่มจากการเป็นโปรเจกต์แบนด์ แต่ตอนนี้เราวิ่งมาถึง EP ที่สองแล้ว ผมรู้สึกว่าแฟนด้อมของ KIK ในฐานะวงดนตรีเต็มตัวกำลังก่อตัวขึ้นครับ เป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งมาก และหวังว่าจะมาหาพวกเรากันเยอะ ๆ นะครับ มากันเยอะ ๆ จริง ๆ นะ


    6. ผมตกใจมากหลังจากได้ฟัง EP นี้ ครั้งก่อนจะเป็นแนวความปรารถนาของวัยรุ่น แต่ครั้งนี้ให้ความรู้สึกเย็นเยือกเหมือนวงฝั่งอังกฤษเลย ช่วยแนะนำ EP นี้หน่อย
    มินฮยอก: อัลบั้มนี้เป็นการคลี่แผ่สภาวะที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ให้เห็นอย่างชัดเจนครับ เพราะวิธีการจัดการกับอารมณ์ในแต่ละครั้งมันไม่เหมือนกัน ครั้งนี้เราเลยทำอัลบั้มออกมาในสไตล์ที่เป็นเราที่สุด ชื่ออัลบั้มคือ [LOW KIK] ซึ่งตอนแรกเริ่มจากเรื่องตลกที่ว่า "ถ้า KIK อยู่ในสภาวะความกดอากาศต่ำ (Low Kick) ดนตรีจะออกมาเป็นยังไงนะ" มันเป็น EP ที่ออกตามหาตัวตนภายใต้พลังที่ถูกควบคุมไว้ครับ

    7. แค่ฟังก็รู้สึกถึงความแตกต่างจากอัลบั้มที่แล้วอย่างชัดเจน ในมุมของวง พวกคุณตั้งใจจะให้มันต่างกันยังไง?
    มยองซอก: แทนที่จะบอกว่าตั้งใจให้ต่าง ผมว่าเราเน้นสิ่งที่พวกเราฟังแล้วรู้สึกว่ามันดีมากกว่าครับ แต่เราใส่ใจกับการเติมองค์ประกอบที่ทำให้มันดูมีเอกลักษณ์ ผมมองว่ามันเป็นอัลบั้มที่เราโฟกัสกับการใส่สิ่งที่ทำให้เพลงมันพิเศษมากกว่าการพยายามทำให้มันแตกต่างครับ
    มินฮยอก: เนื่องจากเราค่อนข้างพอใจกับ EP ที่แล้ว พอถึงเวลาต้องทำ EP หรือเพลงใหม่ เราเลยคิดแค่ว่าต้องอัปเกรดให้ดีกว่าเดิม พยายามเขียนเพลงให้ดีขึ้นไปอีก ผมทำงานด้วยใจที่ว่าอยากให้คนฟังได้ยินเพลงที่ดีกว่าอัลบั้มก่อน

    8. ชื่อ EP คือ [LOW KIK] คำว่า 'LOW' นอกจากจะหมายถึงความกดอากาศต่ำแล้ว ยังให้ความรู้สึกเหมือนจุดต่ำสุดของอารมณ์ หรือจุดเริ่มต้นของพลังงานใหม่ ชื่อนี้สะท้อนสภาวะปัจจุบันของวงยังไง?
    มินฮยอก: เวลาดูหนัง บางเรื่องจะเริ่มเล่าจากตอนกลางเรื่องก่อนแล้วค่อยย้อนไปจุดเริ่มต้น ถ้าอัลบั้มแรกของ KIK คือเรื่องราวของคนธรรมดาคนหนึ่ง พวกเราก็เรียก LOW KIK ว่าเป็นเรื่องราวก่อนที่เขาคนนั้นจะเกิดครับ (5555)
    มยองซอก: ตอนที่คิดว่าจะใช้ชื่ออัลบั้มว่าอะไรดี ช่วงนั้นเส้นอารมณ์ของพวกเรามันต่ำ (Low) มากครับ ในระหว่างทำงานต่างคนต่างมีเรื่องที่ทำให้เหนื่อยล้าในชีวิตส่วนตัว พอเราใส่มันลงไปในเพลงแบบเต็ม ๆ เลยมีส่วนที่เป็นด้านมืดออกมาเยอะกว่าที่คิดครับ

    9. ใน EP ที่แล้วจะเป็นเรื่องราวของความฝันและความปรารถนาอันเจิดจ้าของวัยรุ่น แต่ EP นี้เผยความกังวล ความสงสัย และการปกป้องตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ทำไมถึงเลือกที่จะไม่ปิดบังอารมณ์เหล่านี้ในตอนนี้?
    มินฮยอก: มยองซอกเขียนเพลงเอาไว้เยอะมากครับ แต่เท่าที่ผมฟังดู ทุกเพลงมันหม่นไปหมด จนผมสงสัยว่าเพื่อนคนนี้มีเรื่องอะไรในใจรึเปล่านะ? ผมเลยพยายามเขียนเพลงครึ่งหลังให้สว่างขึ้นมาบ้าง แต่ถึงจะเป็นเพลงมืดหม่น ผมก็ไม่อยากให้มันแค่น่ากลัว แต่อยากให้มันมีความดาร์ค แต่แฝงความเก๋และแปลกครับ ผมคิดว่าอัลบั้มนี้จะมีด้านที่จริงจังและมืดมนบ้างก็คงไม่เป็นไร เลยกลายเป็น [LOW KIK] อย่างที่เห็นเลย

    10. ในอีกมุมหนึ่ง ตัวอัลบั้มให้ความรู้สึกของการอดทนต่อบางสิ่ง คุณคิดว่าธีมหลักของอัลบั้มนี้คืออะไร?
    มินฮยอก: นอกจากจะพูดถึงสภาวะอารมณ์ที่มืดมนแล้ว มันยังมีความรู้สึกของการก้าวไปข้างหน้าด้วยครับ ผมว่าอัลบั้มนี้ไม่ใช่การปลอบใจ แต่เป็นความรู้สึกของการเดินต่อไปมากกว่าจะเป็นการปลอบประโลมกันระหว่างสถานการณ์ของผมกับอีกฝ่าย แต่มันคือการแบกรับสิ่งเหล่านั้นแล้วบอกว่าถึงอย่างนั้นฉันก็จะก้าวไป เพราะถึงแม้จะอยู่ในสภาวะความกดอากาศต่ำ คนเราก็มีวันที่ดีใจและเสียใจได้ ผมอยากจะบรรจุอารมณ์ที่ซับซ้อนและมีค่าเหล่านั้นลงไปครับ

    11. งั้นเรามาแนะนำเพลงทีละเพลงกันดีกว่า เพลง 3333 มีบรรยากาศเหมือนหมอกหนาจนชวนให้นึกถึงวง Radiohead เนื้อเพลงตั้งแต่ท่อนแรกก็แสดงถึงความไม่เชื่อใจ เพลงนี้เป็นการสารภาพความในใจของตัวเอง หรือเป็นมุมมองที่มีต่อคนอื่น?
    มยองซอก: ในส่วนของเนื้อร้องผมไม่ได้แตะมากครับ... ผมสร้างเพลงนี้ขึ้นมาแล้วเอาไปให้เพื่อน ๆ ใน KIK ฟัง ตอนแรกที่เขียนมันไม่ได้ชื่อ 3333 ด้วยซ้ำ แต่ลึก ๆ ในใจผมมีความต้องการที่จะสร้างซาวด์ที่รุนแรงและทรงพลังครับ และตอนนั้นผมก็น่าจะได้รับความหงุดหงิดมาจากที่ไหนสักแห่ง ตอนที่อยู่คนเดียวในห้องอัด ผมคิดว่าต้องสร้างเพลงที่สามารถฆ่าทุกอย่างให้ตายได้ ต้องสร้างซาวด์ที่แรงจริง ๆ ผมอยากทำซาวด์ที่ดิบและเปิดกว้างครับ ตอนแรกก็สงสัยว่าวงจะทำได้ไหม ผมเลยทำซาวด์ซินธิไซเซอร์ที่ดิบมาก ๆ ไปให้พวกเขาฟัง... พอฟังดูแล้ว ความหมายของ 3333 มันให้ความรู้สึกเหมือนเลขเทวดา (Angel Number) ครับ มันเข้ากับเพลงได้ดี ให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์และมีความเป็น Shoegazing ผมเลยใช้ชื่อนี้ ส่วนอูซอกที่เป็นคนแต่งเนื้อร้อง ก็น่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากตรงนั้นแล้วเขียนออกมาครับ

    12. ผมรู้สึกว่าเพลงนี้ช่วยเปิดประตูให้อัลบั้ม เหมือนเป็นการสร้างโลกทัศน์ขึ้นมาเลยครับ ว่าอัลบั้มนี้จะเป็นแนวนี้ และสัมผัสได้ทันทีว่ามันจะต่างจาก EP ที่แล้วอย่างแน่นอน ซึ่งมันดีมาก ๆ ครับ ส่วนเพลง Sun ภาพของการพยายามทะยานขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความมืดมิดนั้นน่าประทับใจมาก ในเพลงนี้คือความหวัง หรือเป็นเป้าหมายที่ไม่อาจเอื้อมถึงครับ?
    อูซอก: ตอนที่ผมเขียนเนื้อร้อง ผมนึกถึงการได้พบกับคนที่ไม่สามารถพบได้อีกแล้ว หรือคนที่ไม่มีตัวตนอยู่แล้วอีกครั้งครับ ตั้งแต่ท่อน Verse ผมเลยใส่สถานการณ์ที่ว่า "ในเมื่อเราบินขึ้นไปบนฟ้าไม่ได้ งั้นเราก็พลิกโลกใบนี้ซะ ให้เหมือนกับว่าเรากำลังร่วงหล่นลงไป" และในท่อนฮุค ผมอยากให้ความรู้สึกว่าในขณะที่เรากำลังหล่นลงมา ท้องฟ้าก็ขยับเข้ามาใกล้เรามากขึ้น และเราก็ได้พบกับสิ่งล้ำค่าที่เคยจากไปอีกครั้ง แต่ถ้าคิดแค่แบบนั้นมันจะดูเศร้าและหนักอึ้งเกินไป ผมเลยใส่ทำนองที่ให้ความรู้สึกเหมือน 'น้ำตาที่เอ่อล้นออกมาด้วยความตื้นตัน' เข้าไป เพื่อไม่ให้มันเศร้าจนเกินไปครับ ผมอยากให้ทำนองเพลงสร้างความรู้สึกตื้นตัน เพื่อให้คนฟังแต่ละคนได้รับความรู้สึกที่แตกต่างกันไปครับ

    13. ดังนั้นอัลบั้มนี้ในช่วงแรก... แทนที่จะบอกว่ายิ่งใหญ่ มันเริ่มจากการฝ่าหมอกที่มืดสลัวออกมาแล้วค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไป ผมรู้สึกถึงความโค้งมนนั้นตลอดทั้งอัลบั้ม ทำให้รู้สึกว่ามันไม่เรียบง่ายเกินไป แต่มีความสมดุลและน่าสนใจมากครับ ต่อไปเพลงเด็ดอย่าง piece of peace ช่วยแนะนำหน่อยครับ
    มยองซอก: เพลงนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยซาวด์ที่สดชื่นและค่อนข้างดั้งเดิมครับ ตอนแรกเรากังวลว่าจะทำเพลงแบบไหนดี พอดีพวกเราสนิทกับเพื่อนวง Dept จากประเทศไทย ก่อนหน้านี้ก็เคยร่วมงานกันมาแล้ว ครั้งนี้เลยคุยกันว่าลองมาทำงานกับเพื่อนกลุ่มนั้นดูอีกทีไหม แต่สไตล์ของพวกเขาจะค่อนข้างหนักไปทาง Synth Rock หรือ Synth Pop แถมสมาชิกยังเล่นซินธ์และทำซาวด์ดีไซน์เองด้วย เราเลยลองพยายามไปทางนั้นดูครับ แต่พอถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกว่ามันเริ่มไม่เข้ากับสีสันของเราแล้ว มินฮยอกก็ดีดริฟฟ์กีตาร์ขึ้นมาทันที ซึ่งมันเท่มาก ๆ ครับ พวกเราเลยตกลงกันว่าเอาแบบนี้แหละ แล้วก็เปลี่ยนไปทาง Rock มากขึ้นโดยเสริมซินธ์เข้าไป เราส่งไฟล์งานไปมากับวง Dept ผ่านทางออนไลน์เพื่อเติมสิ่งที่ขาดและทำซาวด์ดีไซน์ จนในที่สุดมันก็กลายเป็นเพลงที่ยิ่งใหญ่ ที่พูดถึงสันติภาพครับ
    ...

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in