แม้รีโมตของแอร์ Mitsubishi Heavy Duty จะมีหลายรุ่น แต่โหมดหลักที่ใช้งานบ่อย จะมีลักษณะคล้ายกัน ดังนี้
โหมด Cool คือโหมดที่หลายคนใช้งานเป็นประจำ โดยระบบจะเน้นลดอุณหภูมิภายในห้องให้เย็นตามค่าที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ จุดเด่นของ Cool Mode คือสามารถทำความเย็นได้เร็ว ปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ และเหมาะกับการใช้งานทั่วไป จึงเหมาะกับวันที่อากาศร้อนจัด ช่วงกลางวัน และห้องที่มีความร้อนสะสมสูง เป็นต้น
หลายคนเข้าใจผิดว่า Dry Mode คือโหมดทำความเย็น แต่จริง ๆ แล้วหน้าที่หลักคือ ช่วยลดความชื้นในอากาศ โดยเครื่องปรับอากาศจะทำงานสลับกับการหยุดพักของคอมเพรสเซอร์เพื่อรักษาระดับความชื้น ไม่ได้เน้นลดอุณหภูมิในห้องให้เย็นจัด แต่จะดึงความชื้นส่วนเกินออกไปกลั่นเป็นหยดน้ำทิ้ง ทำให้อากาศแห้งลง
นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเหนียวตัว ลดกลิ่นอับ และที่สำคัญใช้พลังงานน้อยกว่า Cool ในบางสถานการณ์ ทำให้เหมาะกับการเปิดแอร์ช่วงหน้าฝน ห้องอับชื้น หรือวันที่ฝนตกต่อเนื่อง
Auto Mode จะช่วยเลือกการทำงานให้เหมาะกับอุณหภูมิ และความชื้นภายในห้องโดยอัตโนมัติ โดยระบบอาจสลับระหว่าง Cool และ Dry เพื่อรักษาสมดุลของอากาศให้เหมาะสมที่สุด ช่วยให้เครื่องทำงานสมดุลขึ้น และทำให้ควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ เหมาะมากกับคนที่ไม่อยากปรับค่าเองบ่อย และช่วงที่อากาศเปลี่ยนบ่อย
Fan Mode จะเปิดเฉพาะพัดลมของตัวยูนิตภายใน (Indoor Unit) โดยที่ไม่มีการทำงานของคอมเพรสเซอร์จากยูนิตตัวนอก (Outdoor Unit) และไม่มีการทำความเย็น ทำให้ใช้พลังงานต่ำ และเหมาะกับการระบายอากาศ ลดกลิ่นอับ และใช้งานในช่วงที่อากาศไม่ร้อนมาก ช่วยให้อากาศหมุนเวียนดีขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.mitsuheavythai.com/th/
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in