เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
HIS OSEAN*summrr
Hiccup (jaehyun/yuta)




  • ไม่รู้หรอ พี่ยูตะเขาชอบสะอึก เวลาอยู่ใกล้กับคนที่ชอบ



    #00


    อึก!



    หนังสือที่ถืออยู่ในมือหล่นตุบลงบนพื้นทันทีที่มือขาวยกขึ้นปิดปากตัวเอง ยูตะหลับตาลง เขาพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วปล่อยออกมาช้า ๆ ก่อนความพยายามทั้งหมดจะพังทลายลงด้วยขวดน้ำเปล่าที่ถูกส่งมาจากคนที่ยืนอยู่ด้วยกันตั้งแต่ต้น



    “พี่สะอึกอีกแล้ว ดื่มน้ำเยอะ ๆ นะครับ”



    ส่งขวดน้ำมาไม่พอ อีกคนยังแถมรอยยิ้มที่เป็นเหมือนพระอาทิตย์สดใสมาให้ด้วย ยูตะรับขวดน้ำจากมืออีกคน ก่อนจะหมุนฝาเพื่อเปิดออกแล้วรีบยกดื่มทันที ก็เขาน่ะ อยากให้อาการสะอึกที่เป็นอยู่มันหายไปเร็ว ๆ จะตายอยู่แล้ว


    เหมือนว่าการดื่มน้ำจะได้ผล อาการสะอึกที่เคยเป็นมันค่อย ๆ น้อยลงก่อนหายไปในที่สุดจนได้ ส่วนหนังสือที่ล่วงจากมือในตอนแรกก็กลับมาอยู่ในมือยูตะอีกครั้งด้วยฝีมือของคนเดียวกับที่ส่งขวดน้ำให้ในตอนแรกนั่นแหละ



    “ขอบใจนะ”



    พอตอบกลับไปเบา ๆ อีกคนก็ตอบรับคำขอบคุณของเขาด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนทุกที(อีกแล้ว) และหลังจากนั้นระหว่างเราก็กลับมาเงียบอีกครั้ง


    เหมือนตอนก่อนที่ยูตะจะมีอาการสะอึกบ้า ๆ นั่น



    “ตกลงวันนี้พี่จะไปกับผมหรือเปล่าครับ”



    อาจจะเป็นเพราะว่าเราสองคนปล่อยให้ความเงียบทำงานมาพอสมควรแล้ว คนข้างหน้าเขาถึงได้ถามออกมาอีกครั้ง


    และคนคนนั้นก็คือ จองแจฮยอน เด็กปีสองที่เขาเผลอไปสนิทด้วยโดยไม่รู้ตัว เขารู้จักกับเด็กนี่ผ่าน ต่งซือเฉิง ซึ่งเป็นน้องชายคนสนิทของเขาเอง วันหนึ่งที่เขานัดซือเฉิงมาเจอ เด็กนี่ก็อยู่ด้วย แล้ววันนั้นยูตะก็ได้รู้จักกับแจฮยอน ซึ่งเท่าที่รู้จักกันมา ยูตะคิดว่าแจฮยอนเป็นคนที่ดีคนหนึ่งเลยนั่นแหละ แล้วก็ดูจะดีไปหมดทุกอย่างเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงจะดีแค่ไหน เขาก็ไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้เจ้าเด็กนี่เท่าไหร่นักหรอก


    รอยยิ้มแบบนั้น ท่าทางแบบนั้น ยูตะรู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่เลย



    “พี่คงไปด้วยไม่ได้ วันนี้พี่ต้อง...”



    เสียงที่เอ่ยพูดค่อย ๆ เบาลงก่อนจะหายไปเมื่อคิดเหตุผลมาอ้างไม่ออก


    ยูตะคิดเหตุผลต่าง ๆ ที่ถ้าเกิดเขาจะเอามาอ้างมันจะไม่ดูแปลกเกินไป ทั้งต้องไปทำรายงานกับยองโฮ ไปเช่าหนัง กลับไปซักผ้า ทำความสะอาดห้องหรืออะไรก็ตาม ซึ่งทั้งหมดนั่นยูตะเคยใช้มันอ้างกับอีกคนไปเมื่อวันก่อน ๆ แล้ว



    “เอ่อ...”



    “ครับ” เด็กนั่นขานรับให้ยูตะรู้ว่ายังรอฟังเหตุผลอยู่



    “ช-ใช่! คือหมอดูบอกพี่ว่าถ้าไม่จำเป็นวันนี้ไม่ต้องออกไปไหนน่ะ”



    "…”



    “...”



    “เท่าที่ผมจำได้ พี่ไม่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ไม่ใช่หรอครับ”



    “...”



    เงียบกันไปทั้งคู่ทันที


    เพราะคิดอะไรไม่ออกบวกกับความรู้สึกอึดอัดเหมือนตัวเขากำลังโดนไล่ต้อนให้จนมุมอย่างไรอย่างนั้น ยูตะก็เลยรีบตอบออกไปโดยลืมเสียสนิทว่าตัวเขาน่ะ ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้



    “บ้า จำผิดแล้ว พี่น่ะชอบดูดวงมากเลย ดูทุกวันแหละ”



    เด็กนั่นยังคงยืนล้วงกระเป๋าอยู่ตรงหน้าเขาเหมือนเดิม เพิ่มเติมอีกนิดหน่อยคือคิ้วที่ขมวดขึ้นเล็กน้อยกับสายตาที่มองมาราวกับว่าไม่อยากจะเชื่อในเหตุผลของเขา


    ยูตะเข้าใจ เป็นใครก็คงไม่อยากจะเชื่อแหละวะ แต่วินาทีนี้ยูตะไม่สนใจอะไรแล้ว เขาต้องรีบเอาตัวรอดให้ได้ก่อน ดวงเดิงอะไรไม่เคยดูทั้งนั้นแหละ



    “สรุปวันนี้พี่ยูตะก็ไม่ว่างไปอีกแล้วสินะครับ”



    ดูเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบแต่ยูตะก็พยักหน้าตอบกลับไปรัว ๆ ราวกับจะบอกให้อีกคนรับรู้ว่า ใช่! เขาไม่ว่าง รู้คำตอบแล้วใช่ไหม งั้นช่วยเดินจากไปเร็ว ๆ ด้วยเถอะ เพราะตอนนี้เขาจะทนไม่ไหวแล้ว



    “ไม่เป็นไรครับ ไว้พรุ่งนี้ผมจะชวนใหม่”



    คนเป็นพี่แต่ตัวเล็กกว่าพยักหน้ารับรู้อีกสองสามที เขาเม้มปากแน่น เหมือนว่าอาการที่เคยเป็นเมื่อสักครู่มันกำลังจะกลับมาอีกครั้ง


    รีบๆไปสักที



    "แล้วก็ยังไงถ้าจะปฏิเสธอีก ก็ช่วยเตรียมเหตุผลดี ๆ ไว้ด้วยนะครับ”



    “…”



    “แต่ไงครั้งหน้าผมก็จะไม่ปล่อยให้พี่ไปแล้วล่ะ”



    ยูตะเงยหน้ามองทันทีที่อีกคนพูดจบ

    และมันคงทันทีเดินไปเพราะมันพอดีกับตอนที่แจฮยอนก้มมาพูดในระดับเดียวกับความสูงของเขา สายตาของเขามองสบกับดวงตาคมของอีกฝ่าย และก็นั่นมันก็เกินขีดจำกัดของยูตะไปแล้ว



    '…อึก'



    ยูตะไม่ได้ยกมือขึ้นมาปิดปากเหมือนในคราวแรก เขาปล่อยให้เสียงสะอึกดังออกมาแบบนั้นหลังจากที่แจฮยอนส่งยิ้มมุมปากให้ตอนที่เราสบตากันก่อนจะเดินล้วงกระเป๋า(เท่ ๆ )ออกไป



    อึก



    น้ำเปล่าที่แจฮยอนส่งมาให้นั้นหมดไปแล้วเพราะเขายกมันดื่มรวดเดียวหมดตั้งแต่แรก แต่ยูตะไม่คิดที่จะวิ่งไปซื้อมันมาดื่มอีก มันไม่จำเป็นอีกแล้ว เจ้าเด็กนั่นไม่ได้อยู่ตรงนี้ใกล้ ๆ กับเขาแล้ว อีกไม่นานอาการสะอึกที่เขาเป็นอยู่ก็คงจะหายไปเอง




    #01


    มันเป็นเรื่องแปลกแต่ก็เกิดขึ้นจริง ๆ เกิดขึ้นกับเขานี่แหละ ยูตะมักจะมีอาการสะอึกเวลาที่อยู่ใกล้กับคนที่เขารู้สึกดีด้วย ซึ่งความรู้สึกดีนี่มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกดีแบบธรรมดาเสียด้วยสิ มันเป็นความรู้สึกดีแบบมาก ๆ ทำให้เวลาได้อยู่ใกล้กับคนคนนั้น ยูตะก็จะตื่นเต้นมาก ๆ จนเกิดเป็นอาการสะอึกออกมาเนี่ยแหละ


    และถึงจะไม่อยากยอมรับว่าการที่เขามักจะสะอึกเวลาอยู่ใกล้ ๆ กับแจฮยอนมันหมายความว่าเขากำลังรู้สึกดีมาก ๆ กับเด็กนั่นอยู่ แต่เขาก็หาเหตุผลที่ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นนอกจากเขาชอบแจฮยอนจริง ๆ ไม่ได้เลย




    #02


    “มีอะไร จะมองหน้าฉันอีกนานไหม”


    ซือเฉิงถามขึ้นในตอนที่พวกเขากำลังเปิดหนังสือหาข้อมูลทำงานกันอยู่ในห้องสมุด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตาหรืออย่างไร จู่ ๆ ในวิชานี้แจฮยอนก็ได้คู่ทำงานเป็นซือเฉิงคนเก่งของเอกที่เขาเรียนอยู่ ตอนนี้เขาก็เลยขอแอบอู้เสียหน่อย ทำแค่เปิดหนังสือทิ้งไว้แล้วก็มองนู่นนี่ไปเรื่อยแทน จนกระทั่งสังเกตเห็นขวดน้ำที่เขาเคยซื้อ ให้พี่ยูตะดื่ม พอเห็น ในหัวก็พลันนึกถึงเรื่องที่สงสัยมาตลอด แจฮยอนเลยละความสนใจจากบรรยากาศรอบ ๆ ตัวมาเป็นไอ่คนที่อยู่ตรงหน้าแทน


    ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขอถามให้หายคาใจหน่อยแล้วกันนะ



    “สนิทกับพี่ยูตะมากใช่ไหม” แจฮยอนถามออกไปกว้าง ๆ เขาคิดไว้ว่าจะใช้วิธีค่อย ๆ ตะล่อมถามเอา ก็ไอ่นี่มันร้าย รู้ทันเขาไปซะหมด



    “ก็พอตัวอะ ทำไม?” เพื่อนคนจีนของเขาตอบออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก สายตาของอีกคนไม่ได้โฟกัสมาที่เขาเลยด้วยซ้ำ เจ้าตัวยังคงง่วนอยู่กับกองหนังสือตรงหน้า ตั้งใจหาข้อมูลสมกับเป็นคนเก่งของเอกเลยจริง ๆ



    “ก็... ไม่มีอะไรหรอก”



    “ชอบหรอ”



    “...”



    นิ่งกันไปเลยทีเดียว เขาพูดผิดเสียที่ไหนว่าไอ่นี่มันรู้ทันเขาไปเสียหมด แต่วันนี้ที่สงสัยไม่ใช่เรื่องนี้โว้ย ที่จะถามน่ะมันอีกเรื่องนึง



    “เปล่า ฉันแค่สงสัยว่าพี่ยูตะเป็นอะไรหรือเปล่า เห็นชอบสะอึกอยู่เรื่อยเลย”



    “กับใคร”



    หืม? กับใครของมันนี่หมายความว่ายังไง(วะ) แจฮยอนแอบขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ มองหน้าเพื่อนตัวดีที่ตอนนี้ละความสนใจจากกองหนังสือตรงหน้าขึ้นมาแล้วและมันก็กำลังจ้องหน้าเขากลับนิ่ง ๆ ด้วย



    “กับใครหมายความว่ายังไง” แจฮยอนไม่เข้าใจ



    “แล้วนายรู้ได้ไงว่าพี่เขาชอบสะอึก” ซือเฉิงกลับไปสนใจกับกองหนังสือตรงหน้าอีกครั้งพลางถามขึ้น เจ้านี่เมินเขา ไม่ตอบคำถามที่ถามไปแถมยังถามคำถามใหม่กลับมาอีก แต่ถึงจะแอบไม่พอใจเล็ก ๆ ที่อีกคนไม่ตอบคำถามของตัวเองแต่แจฮยอนก็ตอบกลับไป



    “ก็พี่เขาสะอึกตลอดเวลาที่อยู่กับฉันอะ”



    ซือเฉิงละสายตาจากกองหนังสือตรงหน้าอีกครั้ง มันหรี่ตามองเขาราวกับไม่เชื่อในคำพูดนั่น ก่อนจะหัวเราะหึออกมาเบา ๆ แล้วก้มลงไปสนใจหนังสือตรงหน้าตามเดิม แจฮยอนโคตรจะไม่ชอบท่าทีแบบนั้น เขาหมั่นไส้ เลยเลือกที่จะเบนสายตาออกไปมองนอกหน้าต่างแทน ก่อนที่สุดท้ายแจฮยอนจะต้องหันกลับมามองไอ่คนที่เขาบอกว่าหมั่นไส้เหมือนเดิมต่อด้วยอาการหัวใจเต้นแรงเพราะประโยคต่อมาของมัน



    “ไม่รู้หรอ พี่ยูตะเขาชอบสะอึก เวลาอยู่ใกล้กับคนที่ชอบ




    END



    เอาแล้วแจหะยอน / ไอ่อาการสะอึกอะไรแบบนั้นเวลาอยู่ใกล้คนที่ชอบมันมีไหมเราไม่แน่ใจ แต่สะอึกเพราะตื่นเต้นนี่มีอยู่จริงนะ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
pinnnns (@pinnnns)
ข้ออ้างของยูตะคือน่าเอ็นดูมากอ่ะ เข้าใจเลยว่าทำไมแจฮยอนถึงไม่เชื่อ แล้วที่แจฮยอนบอกว่าวันนี้พี่ไม่ว่างไม่เป็นไร พรุ่งนี้จะมาชวนใหม่ คือแบบตื้อเท่านั้นที่ครองโลกสินะแจฮยอน สู้ๆ พี่รู้ว่าเธอทำได้ 55555555

ต่งเป็นคนรว้ายๆอ่ะ รู้ทันไปหมด ประโยคที่ซัดแจฮยอนมาเด็ดๆทั้งนั้น แต่ที่เด็ดที่สุดคือประโยคที่บอกต่งบอกแจฮยอนว่า “ไม่รู้เหรอ พี่ยูตะเขาชอบสะอึก เวลาอยู่ใกล้กับคนที่ชอบ” มันแบบ อหหหหหห ถ้าเราเป็นแจฮยอนคงสตั้นไม่ต่างกันอ่ะ เพิ่งมารู้ว่าคนที่แอบชอบนั้นก็ชอบตัวเองเหมือนกัน จากที่รุกพี่ยูตะอยู่แล้ว หลังจากนี้แจฮยอนคงไม่ปล่อยพี่ยูตะไปง่ายๆ น่าจะรุกหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ แอบสงสารยูตะเล็กๆ เวลาอยู่ใกล้คนที่ชอบนอกจากเขินแล้วยังสะอึกด้วยอีก เราว่ามันคงทรมานพอสมควรเลยนะ กว่าจะหายได้คือต้องมีตัวช่วยหรือไม่ก็ต้องให้แจฮยอนเดินห่างไกลออกไปก่อน

สุดท้ายนี้ถ้าในอนาคตแจฮยอนจีบยูตะสำเร็จ เราว่าอาการสะอึกน่าจะค่อยๆหายไป แล้วอาการเขินน่าจะเข้ามาแทนที่มากกว่าเดิมนะ :)
immmeangirl (@immmeangirl)
แง น่ารักมากๆเลยค่ะ พี่เค้าสะอึกต่อหน้าเทออ่ะแจฮยอน แบบนี้คือพี่เค้าก็ต้องชอบเทอไง ฮือ อยากรู้ว่าถ้าแจฮยอนรู้แล้วแจฮยอนจะทำยังไงต่ออ่ะค่ะ