เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Grey Zoneunnderbar__
NELL : Concert Review #7 NELL'S ROOM 2025 / The End .
  • publish : 2026.03.23

    https://unnnderbar.wordpress.com/2026/03/23/nell-concert-review-7-nells-room-2025/

    มารีวิวคอนเสิร์ตกันต่อ แฮปปี้มากที่ได้กลับมาเขียนเก็บไว้อยู่เรื่อย ๆ กับอีเว้นท์ฮีลจิตใจประจำคริสต์มาส ที่ปลุกเอเนจี้ในการทำงานหาเงินงก ๆ ได้อย่างดี 55555 บูสหลอดพลังชีวิตมาก ครั้งนี้ เพื่อความกระชับของเนื้อหา จากตอนที่แล้วที่ยาวจนตัวเองยังตกใจ บูลเลทจะกลับมาอีกครั้ง และจะเป็นการสรุปสั้น ๆ จริงจริ้งงง ที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกล้วน ๆ เนื้อหาอาจกระโดดข้ามไปมาบ้าง แต่จะพยายามไม่ให้ลุกลามบานปลาย เพื่อการประหยัดเวลาของเรา เผื่อจะได้ไปเขียนถึงเพลงอื่น ๆ บ้าง


    เริ่มจากการสารภาพก่อนเลยว่า ทีแรกตั้งใจจะข้าม NELL'S ROOM ปีนี้ไปก่อน เพราะก็ไปคอนกลางปีมาแล้ว บวกกับงาน Summer Sonic Bangkok ที่แม้วงจะมาเล่นแปบ ๆ แบบดูไม่อิ่มเลยก็เหอะ ตั้งใจจะนั่งทับมืออยู่แล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ 555555 นี่มัน NELL'S ROOM เลยนะเว่ย อีเว้นท์ใหญ่ประจำปีของวงเลยนะ บวกกับจะมีเล่นเพลงใหม่ครั้งแรกด้วย ใครมันจะนั่งอยู่บ้านไหว เผลอรอประกาศวันจัดแบบไม่รู้ตัว เปิดวอร์กดบัตรด้วยใจแรงกล้า นั่งเฝ้าผังเช้ากลางวันเย็น สนุกด้วย เครียดด้วย จนได้ที่นั่งเป็นที่พอใจ พร้อมมากกก ไหน ใครจะไม่ไป ใครจะนั่งทับมือ ไม่มี๊ยยย


    และปีนี้เป็นปีแรกเลยด้วย ที่เนลรูมจัดตรงกับวันคริสต์มาสพอดี ซึ่งคิมจงวานแจ้งเหตุผลว่า ให้สมกับการใช้ชื่อว่า CHRISTMAS IN NELL’S ROOM จริง ๆ สักที วันจัดเลยตกไปวันที่ 25-26-27 แม้จะเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้มีอีเว้นท์ HBD ท่านเค้าในคอนเหมือนทุกปี ก็ด่ะ ก็โอเค ไม่ติด แต่อยากให้ประกาศวันจัดคอนเร็ว ๆ หน่อยก็จะขอบคุณมาก ๆ ไม่เผื่อให้คนประเทศอื่นได้วางแผนเล้ยยย ตั๋วเครื่องบินช่วงนั้นก็ราคาแรงจัด นั่นแหละ ได้แค่บ่น ๆ ทำได้แค่นี้ 555555

    • วันแรกไปเอาคิวซื้อ MD แบบไม่รีบมาก ได้คิวร้อยกว่า ก็ชิล ๆ เพราะหลังจากที่วงเปลี่ยนระบบการจัดการเป็นรันคิวซื้อของในแต่ละรอบ ก็รู้สึกว่ากระจายของได้ทั่วถึงดี บวกกับปีนี้เราเล็งไว้แค่ photobook ที่คุณพี่เอา studio live มาล่อ กับผ้าเชียร์สโลแกนที่มี Hollow ม็อตโต้มาล่ออีกเหมือนกัน ก็ไม่น่าจะยากเท่าไรนะ สรุปก็ต่อแถวได้ของในวันแรก ซึ่งก็ใช้ใจบันดาลแรงมากอยู่ เพราะเกาหลีปีนี้หนาวมากกกก รอคิวรันจนหน้าแข็ง อดทนให้ได้แค่วงนี้วงเดียวเท่านั้นแหละ บอกเลย
    • ตอนแรกหวังไว้นิดหน่อยว่าวงน่าจะรีสต๊อกกู๊ด SHADOWS ซึ่งตอนนั้นคนก็โวยวายเยอะมาก ว่าซื้อไม่ทัน แต่ก็ไม่มี นั่นแหละ เสียดายนิดหน่อย อยากได้เสื้อขาวบ้าง วงไม่ค่อยทำเสื้อสีขาวขายเลย เสื้อดำเต็มตู้ละเนี่ย
      • ตอนรอแอบได้ยินเสียงซาวด์เช็ค 습관적 아이러니 ลอดออกมา กริ๊ดดดในใจไปล่วงหน้าแล้ว ในที่สุด ก็มาเจอเพลงนี้จนได้ ฮืออออออ ดีใจจจจจจ
    • หอมกลิ่นประจำ NELL'S ROOM เหมือนทุกปี คลุ้งมาตั้งแต่ทางเดินก่อนเข้าฮอล์ล ชอบมาก กลิ่นกุหลาบ ความหอมสะอาดที่คุ้นเคย จนจบคอนเสิร์ตคือกลิ่นติดเสื้อผ้า ติดกระเป๋าไปหมด กลับมาไทยก็ยังได้กลิ่นจาง ๆ ติดของอยู่เลย
    • ปีนี้เปิดสเตจไว้ให้เห็นกันไปเลย คือแบ็คกราวด์เป็นผ้าขาวโค้งเข้าไป พื้นยกขาว ทรงเรียบร้อยมาก ฟิลเวทีงานแต่งชัด ๆ ดูแล้วก็นึกถึงสเตจของคอน the winter of spring ที่เป็นพื้นขาว แบ็คกราวด์ขาวเหมือนกัน ซึ่งเนี้ยบมากทั้งคู่
    • การจัดวางเครื่องดนตรีคือรู้เลยว่าเล่นกัน 6 คน คือมีนักดนตรีเข้ามาสมทบอีก 2 คนเหมือนเดิม คือตำแหน่งกีตาร์ของคุณโกแทยัง กับตำแหน่งคีย์บอร์ดของคุณยางมุนฮี ซึ่งอันนี้รู้อยู่แล้ว เพราะวงสปอยล์คลิปตอนซ้อมในช่อง youtube ของจงวาน (https://www.youtube.com/@nell_jw)
    • ดีเทลที่ต่างนิดหน่อย คือเพลงที่เปิดรอช่วงที่คนทยอยเข้า ซึ่งทุกทีจะเปิดเพลงสากลแบบคละศิลปิน มีปีที่แล้วที่เปิดวนแต่เพลงของ Radiohead มาปีนี้เปิดแต่เพลงของวงตัวเอง ที่เป็น studio live อะคูสติกเวอร์ชั่นที่อยู่ใน photobook นั่นแหละ 8 track วนไป เท่ากับว่าเราได้ฟังตั้งแต่ตอนนั้นเลย ซึ่งต่างกันมากในความเป็น audio กับความเป็น live
    • คอนเสิร์ตเริ่มตรงเวลาเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ มีรอบสุดท้ายที่เริ่มเลทนิดหน่อย ไม่เกิน 3 นาที
    • คราวนี้มี opening scene เปิดด้วยการฉายภาพขาวดำลงพื้นผ้าสีขาวที่เป็นแบ็คกราวด์นะแหละ พร้อมกับเพลงของ NELL ที่บีบคุณภาพเสียงลง ฟิลเหมือนดูการฉายหนังฟิล์มยุคเก่า ที่เข้ามาเซตอารมณ์ของคนดูก่อนเริ่ม เพลงจะตัดสลับกับเสียงจูนวิทยุ เป็นช่วง ๆ ประมาณ 10 เพลงได้ เป็นการบิวท์ความรู้สึกอึน ๆ จุก ๆ ตั้งแต่เริ่ม ยิ่งตอน Slip Away ขึ้นมาเป็นเพลงสุดท้ายคืออินมาก ทั้งหมดกินความยาวประมาณนึงอยู่นะ เหมือนเป็น performance หนึ่งเลย ไม่ได้ทำแค่จะเอาซีนเปิดเฉย ๆ ซึ่งแน่นอนว่า 10 เพลงทั้งหมดที่เปิดไป ไม่มีอยู่ใน setlist
    • ซีนเมมเบอร์เดินขึ้นเวทีที่เป็น first impression ของเราในรอบแรก สายตามองเห็นจองฮุนเดินขึ้นมาจากด้านล่างเวทีฝั่งซ้ายเป็นคนแรก โมเมนต์นั้นเหมือนภาพสโลวเลย ออร่ามากกกกกกกกก แบบดีมากกกก ฉันนี่แหละประธานบริษัท 5555555 ตามด้วยเฮยซึง แฟนเพลงก็ปรบมือต้อนรับกันเกรียวกราว นี่ก็มองหาท่านพ่อไม่เจอ ปรากฏว่าปีนี้เค้าแบ่งเข้าเวทีจากสองฝั่ง ฝั่งละสามคน พวกมือกีตาร์เค้าเดินออกมาจากฝั่งขวา เห็นอีกทีก็มายืนตรงกลางเวทีแล้ว ชอบไวป์คิมจงวานมาก พี่แกยังเดินขึ้นมาพร้อมความเย็นเยือก และเปล่งรัศมีเทพออกมาเหมือนเคย เห็นแล้วอยากยกมือไหว้เดี๋ยวนั้นเลย ด้วยความเคารพนับถืออย่างสูง
    • เพลงแรกคือ 그리고 남겨진 것들 (The Day Before) หนึ่งในเพลงที่ละเมียดที่สุดเพลงหนึ่งของ NELL ร้องสดเพราะมาก เป็นครั้งแรกที่ได้ดู live เพลงนี้ด้วย ได้รับความรู้สึกมากกว่าที่เคยได้ฟังมาหลายเท่า คิมจงวานก็ก้มหน้าร้องแบบโคตรอิน บางรอบก็เดินไปนั่งด้านหลัง นั่งร้องมืด ๆ คนเดียว (ซึ่งเวทีเพลงแรกมันก็มืดอยู่แล้วอ่ะนะ) วินาทีนั้นคือเตรียมตัวได้เลย เพราะเปิดมาเพลงแรกก็เจ็บขนาดนี้แล้ว
    • ซาวด์เพราะ แต่ติดตรงรอบสุดท้าย ที่มันขึ้นมาแบบดังมาก แล้วจู่ ๆ ก็เฟดลงแบบชัดเลย เหมือนเสียงออกไม่เต็มช่อง ฟิลเหมือนเสียบแจ๊คไม่แน่นอะไรแบบนั้น แต่วงก็เล่นต่อไปเรื่อย ๆ กินเวลาไปประมาณ 2-3 ท่อนได้ จนเสียงกลับมาเป็นปกติ
    • ช่วงเมนท์ของรอบนั้น จงวานถึงกับพูดทีเล่นทีจริงกับสต๊าฟเลยว่า จะพลาดบ่อย ๆ แบบนี้จนชินไม่ได้นะ แฟน ๆ ก็หัวเราะแบบเอ็นดู เห็นพี่แกมะโหหน่อย ๆ แล้วมันน่าเอ็นดูจริงงงงง ละตอนเพลง 고양이 (cat) ที่จงวานต้องเดินลงเวที พอผ่านหน้า FOH พี่แกยิ้มละชี้นิ้วใส่สต๊าฟเป็นรายคนเลย หลังไมค์จะยังไงอีกไม่รู้ แต่ที่รู้คือตอนนี้น่ารักกกกกมากกกกกก
    • สรุปโดยรวมเรื่องซาวด์ที่พลาดก็มีเพียงเท่านี้ นอกนั้นก็ดังกระหึ่ม ดีงาม ชุ่มช่ำมากกเหมือนเคย ไม่นับที่จงวานจะร้องวืดนิด ๆ ซึ่งคราวนี้ก็มีให้ได้ยินอยู่บ้าง
    • สำหรับเรารอบแรกของวันที่ 25 เพอร์เฟคที่สุด อาจเพราะเป็น first impression ของหลาย ๆ เพลง ซึ่งไปคราวนี้คุ้มค่าสะใจมาก เพราะได้เก็บ live เพลงใหม่ที่ไม่เคยดูมาก่อนตั้ง 14 เพลง ละปีนี้ setlist ดีเลิศ ยอดเยี่ยม เยี่ยมยอด ที่สุด สุดเยี่ยม วิเศษ โสภา ได้ setlist ในฝันเต็มไปหมด แถมได้ unreleased อีก การได้ดูรอบพรีเมียร์นี่มันดีจริง ๆ
    • การเล่น Sober และต่อด้วย Sunshine นี่มันบ้าไปแล้วววววววว ลำพังตัวเพลงเดี่ยว ๆ ก็ดีมากอยู่แล้ว มาเล่นต่อกันคือความดีงามคูณล้าน ซาวด์มันไหลต่อเนื่องกันเลย กลายเป็นโมเมนต์ฝนตก ฝนซา ฟ้าเปิด แล้วก็กลับมาอึมครึมอีกรอบ เป็น Combination ที่เพอร์เฟคมาก คิดได้ไงเนี่ยยย และเป็น 2 เพลงที่เราชอบมาก ๆ ด้วย

    • Sunshine ช่วงเข้ากลองเล่นน้อยนะ แต่ซาวด์ดำดิ่งนำ ส่วนพาร์ทท้ายก็สุดยอดมาก ช็อตไลท์ติ้งก็ดี ชอบจังหวะที่ไฟกระพริบแล้วมันมีช็อตมืด เป็นสเตจที่เข้าถึงอารมณ์และก็เท่มาก ดูไปแล้วมันขนลุกตลอดเวลา โคตรประทับใจในทุกรอบเลย ดูแล้วดูอีกก็ยังอิน ดนตรีช่วงท้ายนี่กระชากวิญญาณสุด ๆ ดีใจมากที่ได้มาเจอเพลงนี้
    • In Days Gone By ก็เป็นเพลงที่ได้ดูอยู่บ่อย ๆ ดนตรีฟิลกู๊ด ได้บรรยากาศสบาย ๆ
    • Healing Process เพลงแรกมาแล้ววว 현실의 현실 แทร็คแรกของอัลบั้ม ที่นาน ๆ จะเล่นสักทีนึง ดีใจที่ได้มาเก็บ live เพลงนี้ เป็นเพลงที่เมโลดี้เพราะมาก ดนตรีก็เพราะ แต่เนื้อร้องจะงง ๆ หน่อย ถึงแปลออกมาแล้วก็ยังงงอยู่ ไม่เป็นไร ปล่อยให้เป็นความลับของจักรวาลไป
    • 고양이 (Cat) ขึ้นอินโทรมาก็คือใจฟู มันเป็นเพลงที่น่ารักไปหมดทุกตรง ตั้งแต่ชื่อเพลง เนื้อหา ซาวด์ดนตรี ฟังแล้วอารมณ์ดี นี่ก็ไปคอนเสิร์ต NELL มาหลายที เพิ่งมาเจอเพลงนี้ครั้งแรก โคตรแฮปปี้ เป็นเพลงที่ชอบมากเหมือนกัน มันน่ารัก
    • ละจงวานก็เดินมาด้านล่างเวทีด้วย แวบแรกที่คิดเลยคือ ปีนี้ไม่มีคีกอดชีแล้วแน่เลย เพราะพาร์ทลงเวทีให้โคยางงีไปแล้ว แต่ก็ยังมีอยู่ในเซต ซึ่งก็อ๋อทันทีว่าทำไมไม่ลงมาร้องด้านล่าง เพราะเค้าเล่น 기억을 걷는 시간 เวอร์ชั่นใหม่ ที่มีไลน์กีตาร์นำค่ะทุกคนนน แจคยองอิสแฮปปี้ แจคยองอิสแฮปปี้ 5555555 คือเป็นเวอร์ชั่นที่มีดีเทลก็ต้องตั้งใจร้องดี ๆ ด้านบนเวทีให้ฟิลไม่วอกแวก เป็น 기억을 걷는 시간 เวอร์ชั่นที่เท่าไรไม่รู้แล้วเนอะ แต่เพราะมากก เพลงที่เพราะนี่เอาไปทำยังไงก็ยังเพราะ มีช่วงที่ให้แฟนเพลงร้องตาม ซึ่งครั้งนี้จงวานอนุญาตแล้ว 555555 เปิดไฟมือถือ อบอุ่นกันไป
    • ส่วน 고양이 นั้น ก็น่ารัก อบอุ่นไม่แพ้กัน ชนะเลิศที่รอบสอง ที่คิมจงวานเดินขึ้นมายืนร้องต่อหน้า ชั้นจะจอง 201 ตลอดไป คราวนี้ไม่อยากไหว้แล้วแต่เอ็นดูแทน บอกแล้วว่าเป็นคนที่ส่วนผสมพระเจ้าแปลกมาก นิยามสำลีห่อไม้หน้าสามไม่เกินจริง เป็นคนเนี้ยบ น่าเชื่อถือ แต่ตรงหน้านี้คือนุ่มมาก ปุ๊กปิ๊กสุด ๆ ร้องไปยิ้มไป โบกไม้โบกมือ โอ๊ยยยยย อย่าเข้ามาใกล้มาก ใจไม่ดี
    • แต่ว่างั้นงี้ ของรอบสองตอนร้องให้โซน 201 พี่แกก็มาเสียงเหินนิดนึงต่อหน้าพอดี 5555555 ได้ยินนะว้อยยย ไม่เป็นไร ให้อภัย กินน้ำเยอะ ๆ



      • โซโล่กีตาร์เหมียว ๆ ของแจคยองก็น่ารัก ชอบบบ เข้าใจจงวานละ ว่าทำไมชอบแซวโซโล่แจคยองตลอด
        • ต่อไปก็เป็นเวิ้งอัลบั้ม Walk through me ได้มาสองเพลงคือ 피터팬은 죽었다 กับ Marionette ดีใจมากกก เพราะเป็นสองเพลงเด่นที่เราชอบมากใน Walk through me บางคนอาจชอบมองข้ามอัลบั้มนี้ไป ไม่เว้นแม้แต่ศิลปินเอง 555555 แต่น้องชอบมากกกก ทำไมอ่ะ ซาวด์ก็โอเคนิ ไม่เห็นจะไม่ดีตรงไหน ละเพลงในนั้นคือมันแคชชี่ ฟังง่าย ขายให้ใครก็ง่าย มีความเป็นเพลงฮิตสูงนะ เอาจริง ๆ
        • 피터팬은 죽었다 เราเคยเจอแล้วในคอนเสิร์ต OUR EUTOPIA เล่นดีมากยังไง คราวนี้ก็ดีมากเหมือนเดิม เพลงวันเด็ก เพลงคนมีฝันของ NELL มันจริงใจมาก ๆ การถูกปลอบด้วยท่อน keep on dreaming boy นี่มันซึ้งนะ พาร์ทดนตรีก็ดี โดยเฉพาะท่อนโซโล่กีตาร์ของแจคยอง ตั้งใจมาก และจงวานก็ดู proud to present เพื่อนสุด ๆ พูดแนะนำให้ทุกรอบ บางรอบก็เดินไปใกล้ๆ อีก พวกมือกีตาร์มีมันโคตรน่ารัก
        • ที่เดินไปใกล้ ๆ ได้ เพราะคราวนี้วงไม่ได้เสียบสายกับกีตาร์แล้ว เบสก็ด้วย โซอะเมซิ่งงง น่าจะเป็นครั้งแรกเลยที่ใช้แบบไร้สายแทน จงวานบอกว่าวงเคยจะทำเมื่อนานมาแล้ว มีอุปกรณ์อยู่แล้วแหละ แต่ตอนนั้นลองแล้วเสียงไม่ออก ก็เลยล้มเลิกไปเลย กิ๊บสัน suck 5555555555 คราวนี้ก็เลยมีการออกมูฟเมนท์ เดินไปมาบิ้วท์ด้านข้างเวทีบ้างนิดหน่อยในบางเพลง แต่เฉพาะจงวานกับจองฮุนเท่านั้นนะ แจคยองต่อให้มีสายหรือไม่มีสายกีตาร์ ก็ไม่เดินค่ะ เล่นแต่ในพื้นที่ของตัวเอง สุดยอดคาแรคเตอร์
        • ส่วน Marionette น้ัน เป็นครั้งแรกที่ได้มาเจอ live น้ำตาจะไหล รักกกกกมากก เมโลดี้มันโคตรติดหู ไลท์ติ้งเพลงนี้ก็สวยมากด้วย ซาวด์ก็เพราะ เสียดายนิดหน่อยที่จงวานไม่ร้องท่อนบริดจ์ ไฮไลท์ของเพลงเลยนะ แต่พี่แกไม่ร้อง ไม่เป็นไรค่ะ ฟังดนตรีช่วงนี้ไปแทนได้ นัวอย่างมาก ยิ่งบวกกับดนตรีท่อนต่อท้ายยิ่งโคตรเท่ จงวานโซโล่เองเลย ประทับใจทุกรอบ องค์ประกอบเพลงโคตรดี



        • Fantasy เพลงที่เปิดโปรดักชั่น LED ของปี ได้จอโค้งช่ำ ๆ จังหวะที่ผ้าตกลงมานี่ดีมากกก เซอร์ไพรส์อยู่นะ คอนเฟตติอีก เลเซอร์อีก เป็นโมเมนต์ติดตาเลย ทำดีอ่ะ คือตอนดูเราก็ไม่ได้คิดหรอกว่าจะมี LED หรืออะไร ก็ไหลอินไปตามเพลงเรื่อย ๆ จังหวะเปิดจอ ภาพก็ฉายเวทีใหญ่ไปด้วย ตรงนี้ฟิลดีมาก ละวางมุมกล้องหลายมุม มีของเมมเบอร์อีกต่างหาก คือคิดมาหมดแล้วอย่างดี โคตรประทับใจ
        • พูดถึงโปรดักชั่นคอน นอกจากพวกไฟ เอฟเฟคต่าง ๆ ที่แตกแตนอยู่แล้วในคอนเสิร์ต NELL แบบไม่ต้องพูดเยอะก็รู้ ๆ กันอยู่ แต่ครั้งนี้ที่รู้สึกชัดว่างานละเอียดกว่าเดิมมาก คือมุมกล้องที่ฉายขึ้นจอ การตัดภาพต่าง ๆ รู้สึกเลยว่ามันเป็นสคริปหมด ผ่านการคิดมาแล้ว ไม่ได้อยากจะทำอะไรก็ทำ มุมกล้องทุกอย่างมันบิ้วท์ ภาพมันส่งเพลงให้พีคขึ้นไปอีก ที่เห็นชัด ๆ เลยคือของเพลง Dystopian's Eutopia ที่เป็นจอเล็ก ๆ ต่อกันเต็มแผง ถ่ายหลายมุมแบบงานละเอียดมาก โคตรดี คือถ้าคุณพี่จะขึ้นราคาบัตรประมาณนี้ก็ขึ้นไปเถอะ ทั้ง performance กับประสบการณ์การดู รับกลิ่น เสียง แบบจุก ๆ ที่ได้รับมามันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เล่นทำดีเทลซะขนาดนี้
          • พอเปิดโปรดักชั่นที่เป็น LED แล้ว ก็เข้าสู่ setlist ที่โคตรเดือด Star Shell เข้ามารับช่วง เปิดด้วยภาพแฟลร์ที่เป็นธีมหลักของเพลง คือแค่ขึ้นรูปมาแค่นี้ ก็รู้แล้วว่าเพลงอะไร Star Shell มันเป็นเพลงที่พีคเวลาเล่นสดอยู่แล้วด้วย อยากจะกริ๊ดดัง ๆ กับท่อน We are forever young เนี่ย มันจุดประกายไฟในใจได้จริง ๆ และในมุมของแฟนเพลงมันก็มีความหมายที่ลึกซึ้งมาก ว่าวงเราจะมีเอเนจี้แบบนี้เสมอ ฟังประโยคนี้กี่ทีก็ปลื้มปริ่ม
          • มาถึงหนึ่งในไฮไลท์ของคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก็คือ Blue eyes เป็น unreleased ที่เล่นครั้งแรกในอีเว้นท์นี้ ซึ่งวงได้โชว์พาร์ทที่เป็น instrumental ในโปรเจค Media Art Exhibition 'SHADOWS' ที่ทำกับ amberin ซึ่งมันก็สนีคพีคมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ซาวด์เดือดใช้ได้อยู่ แต่ที่เดือดยิ่งกว่านั้นก็คือพาร์ทของโวคอล
          • Blue eyes เวอร์ชั่น official audio ที่วงจะปล่อย (น่าจะปล่อยแหละ) มันจะเป็นยังไงไม่รู้นะ แต่ให้เดามันจะต้องโทนดาวน์ลงมา เพื่อให้ฟังสมูท ฟังสบายหู อะไรก็ว่าไป แต่เวอร์ชั่น live เนี่ยยยยยย อิพ่ออิแม่เอ้ยยยยยยย เดือดอย่างโคตรรรรรร ดีมากกกกกกกก ตัวเพลงมันมีความเป็น punk สูงมาก โดยเฉพาะท่อนฮุคยิ่งฟังยิ่งให้ฟิลเพลง paradox ในแง่ของแนวทาง ซึ่งเพลงก็สั้น 2 นาทีกว่า ๆ เอง แต่บิ้วท์ไปสุด พีคขึ้น ๆ และจบแบบม้วนเดียว




          • Blue eyes เป็นเพลงร็อคแบบดิบ ๆ ที่วงไม่ได้ปล่อยเพลงแนวนี้มาสักพักละ คือมันตรงไปตรงมา กีตาร์ กลอง เบส เล่นใส่กันแบบไม่ยั้ง ละเล่นสดโคตรมัน ทั้งซาวด์ ทั้งสเตจ ทั้งลีลาท่าทาง นี่ขนาดว่าเคยฟังพาร์ทดนตรีมาก่อน ก็ยังใจเต้นแรงมากตั้งแต่ intro กีตาร์ขึ้น มันได้ฟิลแบบประตูนรกเปิดแล้ว welcome to the hell
          • คิมจงวาน ในโหมดไม้หน้าสามก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ร้องแบบเคี่ยวไปเรื่อย ๆ คีย์สูงมากเกือบทั้งท่อน พ่อก็ร้องขยี้ ๆ ไปจนถึงท่อนว๊ากที่เอาจริง ๆ เราตกใจนะ ฟังครั้งแรกอ่ะ แบบอยู่ดี ๆ ก็ตะโกนใส่หน้า แต่กริ๊ดมากกกกกก โคตรกระชากวิญญาณ จะบ้าตายยยยย นี่แหละสุดยอดศาสดาของชั้น คนอะไรวะ โคตรเท่ เพอร์ฟอแมนซ์โคตรดี
          • Blue eyes อาจไม่ใช่แนวที่ถูกจริตแฟนเพลงทุกคน เพราะมันก็หนักอยู่ ซึ่งบางคนอาจจะชอบพาร์ทเพลงที่ส่งอารมณ์แบบลึกซึ้งมากกว่า ก็ว่ากันไป แต่เราเชื่อเลยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า การได้ฟังคิมจงวานร้องโทนนี้ทำให้ติ่งทุกคนฟิน ฟังแล้วมัน satisfied มันสะใจ มันโซฟัคกิ้งกู๊ด นี่คิดเผื่อไปแล้วว่าถ้าวงเอาไปร้องในงานเฟสนะ ต้องแตกแตนมากแน่ แต่ก็อยากให้ระวังเรื่องเส้นเสียงไว้หน่อย เพราะเพลงนี้แกต้องร้องตะโกนอยู่หลายรอบ
          • จะว่าไปอีเว้นท์นี้มีช็อตตกใจเยอะอยู่ 5555555555
          • แอบคิดมาจากบ้านว่าครั้งนี้อาจจะได้ 인어의 별 เพราะคิดว่าวงเค้าเพิ่งโชว์ art work ใหม่ในงาน SHADOWS ไป ก็อาจจะอยากเอามาใช้บ้าง แต่ก็ไม่มี แงงง
          • broken อันนี้มาแบบคาดไม่ถึง ดีใจที่วงหยิบมาเล่นในเวทีใหญ่บ้าง กริ๊ดมากกกก เป็นซิงเกิ้ลที่โคตรชอบบบบ ไม่ว่าจะเวอร์ชั่นเก่าใหม่ ดีทั้งหมด ละวงเล่นแบบนัวหนึบมาก โดยเฉพาะรอบสุดท้าย บอกเลยว่าปั๊วะสุด ๆ ตรงที่จงวานคำรามขึ้นเสียงสูงก่อนเข้าโซโล่ อันนี้กริ๊ดแตกกกก ไลน์ใหม่เลยนะ ไม่เคยได้ยินมาก่อน อินเนอร์ดีจัด
          • 청춘연가 (Green Nocturne) เพลงมันงามมากอยู่แล้ว รวมกับแสงจาก mirror ball กับท่อนที่ให้ทุกคนช่วยกันร้อง (อันนี้ตั้งใจให้ร้องจริง ๆ เพราะมีเนื้อร้องขึ้นให้ด้วย) ยิ่งทำให้มันมีความหมายลึกซึ้งมากขึ้น ต่อด้วย Noise Of Silence ที่เป็นเหมือนช่วงผ่อนให้ได้พักหายใจหายคอ
          • และแล้วก็มาถึงแทร็คที่เป็นเพลงชาติของเราอยู่ช่วงหนึ่ง ตั้งตารอคอยทุกครั้งที่ไปคอน จนในที่สุดก็ได้เจอนั่นก็คือ 습관적 아이러니 แค่อินโทรขึ้นก็แพ้ทางแล้ว เพลงมันดี เล่นยังไงมันก็ดี มีความซึม ๆ นิ่งๆ แต่บาดลึก ซาวด์กีตาร์พาร์ทหลังดีมาก เพลงมันนวดเราไปเรื่อย ๆ เข้มข้นขึ้นแต่ก็ล่องลอยไปพร้อมกัน รู้สึกว่าเค้าจะมิกซ์ใหม่ด้วย เพราะได้ยินไลน์เสียงที่ดังขึ้นมา สมแล้วที่เป็นแทร็คในดวงใจ แทร็คตัวตึงในอัลบั้ม C มู้ดดีมาก น้ำตาจะไหล
            • จะว่าไป 습관적 아이러니 ก็จะครบรอบ 10 ปีในปีนี้แล้ว อัลบั้ม C 10 ปีแล้ว อุมิกอชชช
            • Today นี่ก็เพลงที่ชอบ โอ๊ยยยย เห็นไหมว่าปีนี้ได้แทร็คใหม่เยอะมาก
            • แต่มีโมเมนต์ที่ตลกก็คือ จงวานห้ามไม่ให้คนปรบมือในดนตรีท่อนเริ่ม นี่ก็เห็นด้วยนะ มันไม่เข้าแหละ ไม่ลงจังหวะด้วย 555555 แต่คนดูเค้าก็อยากมีส่วนร่วมงี้ จงวานยกมือกากบาทห้ามเลย 55555 เคสนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า คอนเสิร์ตวง NELL คนดูจะมาทำอะไรที่อยากทำมั่วซั่วไม่ได้ ที่นี่เค้าไม่ทำแบบนั้นกัน 5555555 เหมือนเป็นวัฒนธรรมองค์กร ในบางเพลง จังหวะที่เงียบก็ต้องเงียบ อย่ามาแหลมร้องตามหรือวี้ดว้าย อย่าหาทำเด็ดขาด ปรบมือมั่วซั่วไปหมดก็ไม่ได้ เพราะมันจะเสียบรรยากาศอย่างมาก ซึ่งทุกคนก็เข้าใจดี ลองนึกสภาพว่ามีคนหวีดขึ้นมาตอนเล่น Afterglow คือไม่ได้จะโดนคนรอบข้างมองหน้าอย่างเดียว ศิลปินเค้าก็จะด่าซ้ำด้วย
            • ทุกคนรู้ อย่าร้องตามถ้าคิมจงวานไม่ได้บอก ไม่ได้ชวน หรือยื่นไมค์ให้ ถ้าอยากร้องเพลง NELL เชิญที่บ้าน ไม่ก็ไปร้องคาราโอเกะนะจ๊ะ
            • อย่างของ Today หลังจากที่จงวานห้ามไว้ในรอบสอง รอบสุดท้ายก็ไม่มีคนปรบมือท่อนอินโทรอีกเลย ไม่มีเลยจริง ๆ เงียบหมดเหมือนนัดกันมา และเราก็เชื่อว่าต่อจากนี้ไปคงไม่มีใครทำอีกแล้ว ถ้าท่านผู้นำเค้าไม่สั่ง แต่ไปปรบมือพาร์ทหลังแทนได้ ซึ่งท่านได้แจ้งอนุญาตแล้ว ว่าท่อนนี้แหละปรบมือได้เลย เชิญ 55555
            • Today เป็นเพลงที่กลมกล่อมมาก ๆ ดีงามและให้ความเป็นหมู่มวล มีกีตาร์โซโล่ของแจคยองที่โคตรเท่ เป็นไฮไลท์หนึ่งของเพลงเลยแหละ มีไลน์เปียโนที่เพราะและก็เด่นมาช่วงกลางเพลง บิ้วท์มาก ตอนที่เป็นจอแบ่งสามช่องถ่ายเมมเบอร์ก็โคตรดี ดูแล้วปลิ้มปริ่ม
      • Promise me คือเพลงที่เรียบง่ายนะ แต่เล่นสดแล้วสนุก จอแบ่งหกช่องถ่ายนักดนตรีทุกคนไปเลย ประทับใจภาพตรงหน้ามาก ถือเป็นซีนที่พีคอยู่ ละตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไปก็จะใช้ธีมนี้เป็นหลัก
      • Glow in the Dark เป็นเพลงที่เล่นใหญ่ในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่คราวนี้วงได้เรียบเรียงช่วง verse ใหม่ เหลือแค่ไลน์กีตาร์และเสียงร้อง สเตจมืด ภาพโทนขาวดำให้ไวป์วิสกี้บาร์แบบสุด ๆ ยิ่งทำให้เพลงนี้โคตรเท่ ละร้องดีมากกก ทั้งการใช้โทนเสียงและไวป์คือเพอร์เฟค
      • ละพอจบ verse ปุ๊บ ท่อนฮุคแบบที่เหมือนกับออริจินอลเวอร์ชั่นก็กระเทกใส่หน้า เพลงก็กลับมาร้อนแรงได้อีกครั้ง ช็อตเงียบ แล้วเสียงกลองเปิดนำคือดีมากกก จากนั้นดนตรีทุกชิ้นก็ใส่ตามมาแบบไม่ยั้ง เล่นสดซาวด์ดีมากกก ทั้งหนัก ทั้งแน่น ดีกว่าที่ฟังใน audio แบบเยอะเลย ละองค์ประกอบเพลงนี้มันมีครบ โดยเฉพาะท่อนโซโล่กีตาร์ แล้วต่อด้วยกลองเข้ามารับไปที่ฮุคสุดท้าย เดือดมากกก คือเป็นเพลงร็อคที่มีทุกอย่างใส่ไว้ให้แล้ว และมีการแบ่งจอเป็นช่อง ๆ โคลสอัพนักดนตรีแต่ละคน เป็นภาพโทนขาวดำ ตัดกับแสงไฟสีแดง คูลมาก
      • Fogbow คือเพลงที่นั่งฟังอยู่บ้านอาจจะประมาณนึง แต่พอเป็นเวอร์ชั่น live แล้วดีมากกก เป็นหน้าบีที่ประทับใจเกินคาดตั้งแต่ตอนที่ได้ดูครั้งแรกแล้ว องค์ประกอบเพลงมันบิ้วท์แหละ แต่ก็ไม่คิดว่าจะบิ้วท์ที่ได้ผลลัพธ์ทะลุหลอดขนาดนี้ มันมีจังหวะในการเล่นไฟ เลเซอร์ เอฟเฟคต่าง ๆ ที่ค่อนข้างจัดเต็ม ครบเครื่องมาก ๆ
      • มีซีนที่สมาชิกและนักดนตรีขึ้นจอกันครบทุกคน แต่ละคนมีโทนสีพื้นเป็นของตัวเอง ตั้งแต่ ม่วง แดง เขียว ชมพู ฟ้า เหลือง อันนี้เป็นซีนที่หลายคนตีความกันว่า คอนเสิร์ต NELL'S ROOM ครั้งนี้มีธีมเป็นภาพยนต์ หรือมีเดียที่นำเสนอเรื่องเล่า ตั้งแต่ซีนเปิดที่เป็นโทนซีเปีย ไปจนถึงแถบสี SMPTE ที่ไว้ฉายเทสในจอโทรทัศน์ ใน Fogbow ซึ่งเป็นธีมที่อยู่ในโปสเตอร์คอนเสิร์ตของภาพสมาชิกวงด้วย ไม่ได้เป็นธีมหนังเรื่อง inside out แต่อย่างใด 5555555 แซวนะ โอ๋ ๆ แต่ก็ต้องขอสารภาพจากใจ ว่าเราไม่ค่อยชอบโปสเตอร์ตัวนั้นเท่าไร รู้สึกมันแต่งสีจัดไป บดบังรูปตัวจริงเกิน น้องชอบ NELL กับแสงธรรมชาติมากกว่า แต่พอรู้ว่ามันมีธีมก็ เค ๆ เอางี้ก่ะด่ะ
      • หลังจากคีกอดชีเข้ามาเซทอารมณ์ ก็ยาวมาถึงช่วงท้ายของคอนเสิร์ต เรียกได้ว่าคราวนี้เป็นเซทเล่นเอาตาย เพราะแค่ชงปิดด้วย HAVEN ดิฉันก็ตายแล้ว มันคือแทร็คเบสออฟเบสของวงจริง ๆ คือถ้าจะให้แจก Setlist เนล 101 เพลงนี้จะเป็นเพลงที่ภูมิใจนำเสนอมาก และพูดก็พูด เราแอบคิดไว้แล้วว่าจะได้ HAVEN ในคอนเนลรูมปีนี้ ด้วยทามไลน์และการเว้นช่วงไปพักหนึ่ง แทร็คนี้ต้องวนกลับมาได้แล้ว แล้วก็ได้จริง ๆ / นี่!!!! ตบโต๊ะ
      • ถามว่าเล่นเหมือนเดิม มี extended เหมือนเดิม ใช้กราฟฟิกเดิมไหม ก็ใช่ แต่!!! การได้ดูสด ได้สัมผัสกับทุกโมเมนต์ตรงหน้า มันโซอะเมซิ่งมาก น้ำตาจะไหล ในพาร์ทที่ทุกอย่างมันระเบิดออก ทั้งซาวด์ดนตรี เสียงร้อง ทุก ๆ อย่าง มันกระแทกเข้ามาอย่างจัง ท่วมท้นมาก โคตรจะทรงพลัง ดีจนอยากจะให้เพลงนี้เล่นยาวไปอีกเรื่อย ๆ แสงสีทุกอย่างมันส่งกันหมด และซาวด์แน่นโคตรรร กีตาร์ไฟฟ้าใส่กันไปสามตัว โคตรฟิน



      • และเพลงสุดท้าย (ก่อนเข้า encore) ของปีนี้ ก็คือ 안녕히 계세요 (Farewell) สำหรับเราเซอร์ไพรส์มากนะ เพราะถือเป็นเพลงลึกที่วงเล่นในคอนเสิร์ต ​NELL'S ROOM 2015 แค่อีเวนท์เดียว แล้วไม่เล่นอีกเลย เป็นเพลงที่พวกแฟน ๆ ชอบถามถึง เมนชั่นถึงตลอดเวลา ถูกคะยั้นคะยอให้เล่นบ่อยมาก แต่จงวานก็ตอบแบบปัด ๆ ตลอด ตอบแบบไม่ตอบอ่ะ 555555 จนข้ามมาปีนี้ 안녕히 계세요 ก็ได้เฉิดฉายแบบจัดไปเลยเน้น ๆ เอาซะให้พอ
      • ในบรรดาเพลง NELL ทั้งหมด 안녕히 계세요 เป็นสุดยอดแทร็คทริกเกอร์ ที่ต้องขึ้น warning ตัวแดงไว้หนา ๆ ชนิดที่ว่าถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งอย่าได้หาฟังเด็ดขาด นอกจากพวกที่ชอบราดทิงเจอร์บนแผลสดอ่ะนะ เป็นเพลงที่ทำปฏิกิริยากับตัวเราเองรุนแรงมาก จะบอกว่าชอบก็พูดยาก อารมณ์มันมากเกินไป ยิ่งช่วงท้ายทั้งความหมาย สารที่เพลงมันสื่อออกมา มันจี้จุดความรู้สึกเกิน ให้ภาพในหัวซะชัดเลย สมจริงเกินไป หัวใจรับไม่ค่อยไหว
      • ถ้าเทียบอย่าง Afterglow เพลงนั้นมันค่อย ๆ ซึมไปยาว ๆ นวดความอาลัยไปเรื่อย ๆ แต่อันนี้มันรุนแรงและรบกวนมาก ความเศร้าเป็นโครงของความรู้สึกทั้งหมดก็จริง แต่มันก็แฝงความประชดอย่างรุนแรง บวกความค่อนขอดน้อยใจ และก็มีความโกรธปนอยู่ด้วย อารมณ์มันเยอะมาก โกรธสิ่งรอบข้าง โกรธโชคชะตา โกรธตัวเอง ยิ่งฟังตัวเพลงมันยิ่งขุดความรู้สึกให้ระเบิดออกมา พอฟังละอินไปด้วยมาก ๆ มันรับไม่ไหว ฟังแล้วมันจุกอก เหมือนจะหายใจไม่ออก ถ้าเป็นหนังก็คงเป็นแนว disturbing ที่ก่อกวนความรู้สึกข้างในมากเหลือเกิน รุนแรง และก็น่าอึดอัด
      • ด้วยความไม่สบายใจทั้งหมดที่ว่าทำให้ 안녕히 계세요 เป็นเพลงที่เราไม่ได้ฟังบ่อย ถ้าเทียบกับเพลงเนลอื่น ๆ ที่รีพีทซ้ำไปซ้ำมาได้ตลอด ในชีวิตนี้คือกดข้ามบ่อยมาก บอกเลย จะไม่ฟังเลยถ้าไม่อยู่ในมู้ด คือเราสดใสใช้ชีวิตอยู่ดี ๆ แล้วเพลงนี้มันแทรกเข้ามาอ่ะ นึกออกไหม จิตใจมันวูบเลยนะ บางทีวิ่งอยู่แล้วเพลงนี้เด้งเข้ามา คือยังไง จะให้ชั้นวิ่งตัดหน้ารถเลยไหม หรือยังไง นึกออกป่ะ ก็เลยไม่ฟังบ่อยเท่าไร มาคิด ๆ ดู ถ้ามันจะรู้สึกมากขนาดนี้ สำหรับ 안녕히 계세요 มันคงเหนือกว่าความรู้สึกชอบไปแล้วมั้ง
      • โชว์เริ่มเปิดด้วยซีนที่เส้นขีดสีขาวขีดลากจากซ้ายไปขวา เรียบ ๆ เวทีมืด มีแค่ไฟสีน้ำเงินหม่นสาดจาง ๆ ละพออินโทรขึ้น อาการออกเลย ทริกเกอร์มาก เหมือนร่างกายมันจำละมันต่อต้าน 55555 เริ่มถอนหายใจเฮือก แต่ ณ โมเมนต์ในฮอล์ลตรงนั้น มันมีความตื่นเต้นร่วมด้วยนะ เพราะเราไม่คิดเลยว่าจะได้มาฟังเพลงนี้สด ๆ ในคอน โชคดีแหละ เนอะ มาเจอพอดี เพราะวงไม่เล่นบ่อยแน่ ๆ
        • ความหม่นกระจายฟุ้งไปทั่วฮอล์ลอย่างไม่ต้องสงสัย อารมณ์เพลงไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ เสียงเปียโน เสียงกีตาร์ พื้นหลังที่เป็นเหมือนจุดดาวกระจายเต็มท้องฟ้า ไม่ก็อวกาศที่ไกลโพ้น ซีนซีลูเอทตรงหน้า มันโคตรดรามาติก เสียงร้องฟุ้งกระจาย อารมณ์ความรู้สึกฟุ้งกระจาย ตอนดูรอบแรกนี่จำได้แม่นเลย จังหวะที่ไฟส่องและจงวานเริ่มท่อนกีตาร์โปร่งช่วงกลางเพลงคือน้ำตาไหล ละมีแวบนึงที่เหมือนจะยืนไม่อยู่ ทั้งที่มันเป็นซีนธรรมดามาก เค้าแค่ร้องคลอท่อนคอรัสเอง ยังไม่เข้าท่อนที่เป็นจุดตายเลย
        • พอเข้าช่วงท้ายขึ้นมาจริง ๆ แบบ โห...นี่สินะ สุนทรียของความเจ็บปวด มันเป็นเพอร์ฟอร์มที่เหนือชั้นมาก เป็น live ที่ยกระดับทุกอย่างของเพลง อะไรที่เคยรู้สึกกับมันยิ่งรู้สึกแบบคูณสิบคูณร้อย น้ำตารื้น หายใจทิ้งเป็นพัก ๆ เสียงที่ได้ยิน ภาพที่ได้ยืนดูตรงหน้า มันทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองค่อย ๆ เลือนลางหายไป นี่ชั้นเสพอะไรอยู่ ขนลุกไปหมด ขนลุกทุกรอบ มันดีมาก ดีเหมือนไม่มีอยู่จริง เค้าทำเพลงแบบนี้ออกมาได้ยังไง มันเหมือนขุดออกมาจากจิตวิญญาณข้างในแบบกรีดเลือดกรีดเนื้อแต่งออกมา ซาวด์ดนตรีเอย เสียงร้องเอย ที่แม่งเหอะ มันไม่ใช่แค่ความเพราะ แต่เค้าร้องออกมาจากข้างในหัวอกคนที่แตกสลายจริง ๆ



        • เสียงกีตาร์โปร่งช่วงต่อท้ายโคตรเศร้า ไหนจะกระดาษโปรยที่ปลิวตกลงมาบาง ๆ ระยิบไปกับแสงไฟอีก เป็นภาพแบบว่า ที่เรายืนอยู่นี่มันเมฆหรือเปล่า นี่มันสวรรค์แล้วใช่ไหม งามมาก
        • ซาวด์อวกาศช่วงท้ายยิ่งส่งให้เพลงนี้บียอนด์ไปไกลกว่าเดิม (ความจริงพูดแบบนั้นก็จะแปลกๆ เพราะบนอวกาศไม่มีเสียง แต่ก็นะ มันเป็นมู้ดนั้นละกัน) เป็นพาร์ทที่แสดงทั้งอารมณ์เพลงที่ล่องลอย และเทคนิคการใช้ซาวด์เอฟเฟคกีตาร์ของลีแจคยอง เสียงหวิดหวิวยาวต่อเนื่องออกไปเป็นนาที และเรารู้สึกว่ามันยาวมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยในรอบหลัง น่าทึ่งมาก ๆ คนดูนี่ยืนฟังตัวแข็งเลย สตั้นท์เหมือนถูกเสียงเอฟเฟคนั้นกระชากวิญญาณ เราเองก็ด้วย วินาทีนั้นไม่เหมือนอยู่ในคอนเสิร์ตเลยนะ เหมือนอยู่ใน Gallery ที่เรากำลังเสพย์งานศิลปะชิ้นหนึ่งอยู่
        • ตอนที่แจคยองนั่งลงไปจูนเสียงเอฟเฟคนี่โคตรจะเท่ มือกีตาร์วงผมที่ให้ไวป์นิ่ง ๆ เย็น ๆ นี่มันโคตรคูล สักพักเมมเบอร์คนอื่น ๆ ก็เดินลงเวทีทิ้งไปเลย กร้าวใจมาก เหลือไว้แค่แจคยองกับเสียงเอฟเฟคของเขา โคตรชอบอะไรแบบนี้ สำหรับเรามันเป็นพาร์ทที่สำคัญและคาดหวังทุกปี ว่าวงเค้าจะเล่นปิดแล้วลงเวทีมู้ดแบบไหน จะไปทางเดือด เดินออกเวทีแบบร้อนแรงเกรียวกราว หรือจะไปทางดิ่ง เดินทิ้งเวทีออกไปเงียบ ๆ เอาให้ซึมกันไป ซึ่งปีนี้ก็ได้อย่างหลัง เดินทิ้งให้อึนกับเสียงเอฟเฟคเวิ้งว้างยาวไปไม่รู้จบ เป็นการดีไซน์ซีนปิดที่โคตรเท่ และโคตรรรรจะเนล
        • สักพักซึ่งนานอยู่เหมือนกัน แจคยองก็เดินลงเวทีไปเป็นคนสุดท้าย เอาให้สมมงบุคคลผู้ที่มักอ้อยอิ่งเดินออกเวทีเป็นคนสุดท้ายในบรรดาเมมเบอร์เสมอมา และพี่แกเดินช้าด้วยนะ ไม่รีบ และปล่อยให้เสียงเอฟเฟคทิ้งท้ายอยู่อย่างนั้น จนสักพักก็จบลง จากเพลงต้นฉบับยาวประมาณหกนาที live version นี้กินไปเจ็ดนาทีกว่า เอาซะให้หนำ คนดูก็เหมือนช็อค ๆ ค้าง ๆ ไปประมาณหนึ่งลมหายใจ แล้วถึงปรบมือให้โชว์ของเพลงสุดท้ายอย่างยิ่งใหญ่ สุดยอดมากกก สมกับเป็นตัวท็อปเพลงหนึ่งของ Healing Process ดูแล้วเหมือนนิพพานได้เลย
        • การได้มาฟังสด 안녕히 계세요 ที่ถือเป็นหนึ่งในเพลง NELL โหมดดิ่งเอาตาย จึงถือเป็นสุดยอดโมเมนต์ปี 2025 ของเราได้เลย เพราะมันได้มาแบบเหนือความคาดหมาย และก็ยิ่งรู้สึกกับมันมากขึ้นไปอีก รอบแรกจะออกแนวช็อคน้ำ เพราะไม่ทันตั้งตัว รอบสองเตรียมใจตั้งรับได้ รอบสามตั้งตารอเสพย์ความรู้สึกยับเยินที่ NELL มอบให้ ยิ่งรู้สึกว่า 안녕히 계세요 มันเต็มไปด้วยหัวจิตหัวใจ ไม่สามารถนำมาฟังเล่น หรือฟังผ่านหูโดยไม่รู้สึกได้อยู่ดี นี่ก็ว่าตัวเองเสพย์ติดความเจ็บปวดประมาณนึงแล้วนะ แต่ผ่านประสบการณ์นี้มา เหมือนบรรลุ และยิ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้จิตใจตัวเอง
        • แต่ย้ำเลยว่า คนดูสตั้นท์จริงซึ่งเข้าใจมาก ๆ พอช่วงคนดูเดินออกหลังจบคอน ก็มีแต่คนพูดถึงเพลงนี้ไม่หยุด ไม่ว่าจะกับแฟนเพลงหรือมักเกิ้ล คือเสียงตอบรับดีมาก กับ Blue eyes ด้วย
        • พอเข้าช่วง encore บรรยากาศก็กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง เหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีความดิ่งดาวอะไรเกิดขึ้น แสบมาก 5555555 อินโทรเคาะจังหวะดังขึ้น เข้ากับเสียงปรบมือตามของแฟน ๆ เมมเบอร์เดินขึ้นเวทีมาอีกครั้ง รอบแรกนี่คิมจงวานเดินเต้นออกมา ภาพติดตาเลยเอาจริง น่ารักมากกกกกก คุณพี่เดินทิ้งเวทีเหมือนเอามีดปักหลังคนดูไปเพลงเมื่อกี้ แล้วเดินเต้นปิ๊บ ปิ๊บ ออกมาเนี่ยนะ เฮ่ออออ น่ารัก จะบ้าาาา
        • ตอนอินโทรที่เป็นบีทเคาะจังหวะเฉย ๆ เราเดาเพลงไม่ถูกนะ จนเข้าท่อนอินโทรจริงเป็น Dystopian's Eutopia ก็โอเคเล้ยยย เป็นเพลงเปิดช่วง encore ที่ดีมาก ๆ ให้ฟิลของคอนเสิร์ตกลับมามีชีวิตชีวา แสง สีดีมาก ๆ ท่อนบริดจ์ยังคงเป็นพาร์ทที่รอคอย และก็เท่ นัวเหมือนเคย และงานจอ LED เค้าละเอียดมากกกก ดีเทลเยอะอย่างที่บอก ดูเพลิน และมีท่อนให้แฟนเพลงช่วยกันร้องด้วย มู้ดดีมาก
        • ต่อด้วย Hollow เพลงที่ในชีวิตนี้เราได้ดูสดมาเป็น 10 รอบละมั้ง แต่ก็ไม่เคยเบื่อเลยสักครั้ง เต็มใจมาก แค่ได้ยินอินโทรขั้นก็ยังตื่นเต้นอยู่ทุกครั้ง และท่อนตะโกน Life is more than hollow , Search for light to follow ที่ได้ยินทุกครั้งก็ยังใจเต้นแรงเสมอ โคตรปลุกพลังใจ จังหวะที่สกรีนตัวหนังสือของคิมจงวานขึ้นเต็มจอก็ยังเป็นจุดที่ไฮป์ได้ในทุกรอบ เหมือนเป็น motto ประจำวงไปแล้ว นอกจากเพลงที่เท่แล้ว วิชวลก็ยังเท่อีก สุดยอดดด
        • ปิดจบสุดท้ายจริง ๆ ด้วย 12 Seconds สุดยอดเพลงฟินาเล่เพลงหนึ่งของวง ที่ทั้งเศร้าและสวยงาม แสงไฟขาวอบอุ่น คอนเฟตติแน่น ๆ ที่เป็นภาพจำ เรายังคิดไม่ออกว่าวงเคยเล่นสดเพลงนี้โดยที่ไม่มีกระดาษโปรยไหม คิดว่าไม่มีนะ โมเมนต์กลางเพลงที่กลองบิ้วท์ และไฟสว่างจ้าพร้อมเอฟเฟคคอนเฟตติที่โปรยปรายอย่างหนาแน่น ยังทำให้ประทับใจได้เสมอ การลากยาวของดนตรีช่วงท้าย และเสียงร้อง You broke my heart ของคิมจงวาน ยังสร้างมวลความรู้สึกอันหนาแน่น ให้ความเหมือนฝัน ดูคอนเสิร์ต NELL แล้วมันจะมีความรู้สึกแบบนี้เข้ามาบ่อยมาก คือที่ที่เรายืนอยู่นี่มันจริงใช่ไหม ดีจนเหมือนไม่มีอยู่จริง การถูกห้อมล้อมด้วยเพลงที่รักนี่มันตื้นตันอ่ะ
        • ยิ่งทำให้เราเวิ้งว้างมากโดยเฉพาะรอบสุดท้าย เพราะ 12 Seconds ขึ้นมาทีไร ก็รู้เลยว่านี่มันเพลงสุดท้ายแล้วจริง ๆ ความรู้สึกประดังประเดมาก ไม่อยากกลับไปทำงาน 555555555
        • ปีนี้ไม่มีโลโก้วงขึ้น แต่เป็นการปิดจบด้วยคำว่า The End แทน ภาพยนต์เรื่องนี้จบลงแล้ว เนี่ยยย กิมมิคกิมใจ
        • คลิปข้างล่างนี้เราเพิ่งไปเจอมา ฟิลดีมากก ถึงจะเป็นการคัท ๆ แบบรีแคป แต่ก็ถือว่าเก็บพวกไฮไลท์มาเกือบหมด และที่สำคัญคือภาพชัด เสียงชัดมาก ละเราชอบมุมกล้องแฟนแคมแบบนี้ด้วย มันเรียลดี เทควิวจากสายตาข้างล่างเวที เหมือนเราได้ไปยืนตรงนั้นจริง ๆ มีมุมลับตาบ้าง และก็ได้เห็นรีแอคชั่นคนดูรอบข้างไปด้วย สุดจะเรียล คุณเจ้าของคลิปเค้าบันทึกมาดีมาก ๆ ด้วย ตัดมาดีอีก น่ารักมาก นี่แหละค่ะ การอัดแฟนแคมมันไม่ใช่หน้าที่ของเราค่ะ ให้พสเกาเค้าอัดกันไป เชิญเสพ




        • โอเค ปิดจบ ต่อไปจะเป็น trivia เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่ารัก อย่างคิมจงวาน จะเป็นคนที่มีปัญหากับเสื้อผ้าตอนเล่นไปตลอด ถึงขนาดมีคอนนึง น่าจะช่วงปีโควิด พี่แกเล่นไปได้สักพัก แล้วต้องขอไปเปลี่ยนชุดหลังเวที เพราะรู้สึกไม่สะดวก ทิ้งเวทีให้จองฮุนคุยถ่วงเวลากับคนดูไปก่อน แล้วรีบวิ่งออกไปเลย มาคราวนี้ ก็เรียกน้องมาถอดสร้อยข้อมือให้ มาพับแขนเสื้อให้ เนี่ยย อะไรก็ไม่รู้ แต่น่ารักว่ะ 555555
        • มีพูดแซวคนที่มาช้า ให้รีบวิ่งเข้าที่ เล่นกล้องอีก เห็นเค้าแฮปปี้บนเวทีแล้วเราชื่นใจอ่ะ
        • มีช็อคที่จงวานถามหาผ้าขนหนู แล้วจองฮุนหยิบมายื่นให้ คือแบบ โอ๊ยยยย น่ารักกก
        • เหมือนรอบแรกจะไม่มีเม้นท์ของเมมเบอร์นะ แต่รอบสองรอบสามมี
        • ช่วงเม้นท์คั่นนี่สนุกดีนะ มีแนะนำนิวบี ถามหาคนดูใหม่ ๆ ที่พักหลังนี่จะถามตลอด
        • รอบสอง ก่อนเข้า 12 Seconds มีช็อตเมนท์ที่ดูเหมือนคนดูจะคึกคักลั้นลาเกินไป จนคิมจงวานถึงกับตะโกน โน โน โนววว!!!! ใส่ไมค์แบบดังมาก แบบเพลงต่อไปมันฟิลเศร้านะ พวกเธอจะมาทำรื่นเริงลั้นลาเกินไปไม่ได้สิ ท่านเค้าก็ทำเอาตลก ๆ แหละ แจคยองนี่หัวเราะออกมาเลย แต่แว๊บนั้นคืออีนี่ตกใจนะ ไม่น่าล่ะ ที่เมื่อก่อนเป็นที่โด่งดังในหมู่สต๊าฟ 555555 เข้าใจละ
        • เรารู้สึกว่าครั้งนี้พวกเอฟเฟคมันรุนแรงกว่าทุกครั้ง พวกกลิ่นพลุไฟนี่คลุ้งเลย และพวกน้ำหอมอีก เค้าสเปรย์หนักมากจริง ๆ แบบติดเสื้อติดกระเป๋ากลับมาที่บ้าน คือไม่ใช่อะไร เป็นห่วงคอพี่แก กับคนที่อยู่บนเวที น้ำหอมมันอัดแบบจุก พลุไฟใดอีก แสงไฟใดอีก มันร้อนนะนั่น รู้เลยว่ายืนเล่นสองชั่วโมงครึ่งมันใช้แรงมากอยู่นะ เข้าใจในฐานะคนแก่ที่เริ่มปวดหลัง ขนาดเรายืนข้างล่างยังเมื่อยหลังล่าง
        • NELL'S ROOM ปีนี้ ถือว่า setlist โหดมากนะ ได้เพลงปีลึกเยอะใช้ได้เลย แค่ 안녕히 계세요 เพลงเดียวก็ดึงเมนความแรร์ให้กินขาดแล้ว เผลอ ๆ ลิสต์โหดกว่า NELL'S SEASON ช่วงกลางปีที่ผ่าน ๆ มาอีก เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าคิดว่า พอเป็นคอนเสิร์ตใหญ่แล้วจะได้แต่เพลงแมสเสมอไป เพราะมันไม่มีอะไรแน่นอนเลยในแต่ละครั้ง วงนี้เค้าอยากจะเล่นอะไรก็ได้ทั้งนั้น
        • และขอแวะนิดนึง ไม่นานมานี้เห็นคอนเทนต์ที่ทาโบลบอกว่า ไม่เห็นด้วยที่ศิลปินจะไม่เล่นเพลงฮิตในคอนเสิร์ต เพราะคิดว่ามันไม่คูล และก็เมนชั่นถึงแบบแซว ๆ ว่าโดยเฉพาะวง NELL (พี่แกบอกว่าจะไม่บอกหรอกนะว่าวงไหน แต่เช่นวงเนล 555555) บอกให้เล่นเพลงฮิตก็ไม่เล่น บอกให้เล่น Stay ก็ไม่เล่น คือได้ยินทาโบลพูดคะยั้นคะยอให้วงเล่น Stay บ่อยมากกกกก เอางี้เลย สำหรับเรา และเราเชื่อว่าเราสามารถพูดแบบนี้แทนแฟนเพลงของวงเกือบร้อยเปอร์เซนต์ได้เลย ว่าคนอยากฟัง 안녕히 계세요 มากกว่า Stay อยากฟัง Sunshine มากกว่า Stay อยากฟัง HAVEN มากกว่า Stay อยากฟัง A.S มากกว่า Stay เป็นต้น คือเพลง NELL มันเยอะมากกกกกกกกกก เรนจ์เพลงมันก็กว้างมากกกกกกกกก และเนเจอร์ของแฟนเพลงแต่ละวงมันก็ไม่เหมือนกัน ศิลปินมันก็ดึงดูดกลุ่มคนที่ไม่เหมือนกัน ลองนึกภาพว่าถ้าวงมีแต่เพลงแบบ Stay ซึ่งไม่ใช่ว่า Stay ไม่ดีนะ เพลงมันดีและมันก็ทำหน้าที่ในแบบของมัน แต่ถ้าวงมีแต่เพลงแบบ Stay และเอาแต่เล่นเพลงแบบ Stay เราก็อาจจะไม่ได้ชอบ NELL ขนาดนั้น เพราะสำหรับเราในเลนส์แฟนเพลงที่ติดตามวง 안녕히 계세요 HAVEN 습관적 아이러니 Marionette 부서진 บลา บลา บลา ก็คือเพลงที่ชอบและถือเป็นเพลงฮิตของวงทั้งนั้น นี่ก็เลยคิดว่า ทาโบลคงชอบเพลง Stay มากแน่ ๆ ถึงพูด ถึงถามหาตลอด 5555555
        • สรุปว่า Setlist เนลรูมปีนี้ฉ่ำมากก ทุกอย่างจัดเต็ม ยิ่งยืนยันได้ว่า NELL'S ROOM เป็นงานประจำปีของวงที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ต่อให้ดูคอนกลางปีมาแล้วก็เหอะ แต่จะไม่มาเติม NELL ในอีเว้นท์ใหญ่ ที่เป็นงานประจำปีที่สำคัญของวงหรอ มันก็ไม่ด้ายยยยยยป่ะ
        • เฮ้ออออ มันต่อชีวิตได้จริง ๆ นะ เป็นเวลาสามวันที่แฮปปี้มาก ๆ หัวใจสูบฉีดแบบสุดขีด เพลงเร็วก็เดือดจะเป็นบ้า เพลงช้าก็ร้องไห้จุกอกไปอีก อ่อนไหวมาก ไฮป์มาก จนเตรียมใจพร้อมรับอาการ Post-concert depression ที่เป็นแน่ ๆ ในทุกครั้ง เข้าใจได้แต่ก็ซึมมากอยู่ ก็ NELL มันดีมาก ๆ วงถูกจริตเราไปหมดทุกอย่าง คอมฟอทมากที่สุด ดูมาหลายครั้งจนคิดเล่น ๆ กับตัวเองเลยว่า ในชีวิตนี้นะ ถ้าได้ดูคอนเสิร์ต NELL ไปตลอดเรื่อย ๆ แล้ว ไม่ต้องดูคอนเสิร์ตของวงอื่นก็ได้ มันเพียงพอ วงนี้วงเดียวก็เติมเต็มชีวิตได้แล้ว
        • chapter ถัดไปคงเป็นการเขียนรีวิวอัลบั้มเต็มชุดที่ 10 ของวง (X) เพราะการออกเพลงใหม่ของ NELL สำคัญมากที่สุดเสมอ ผ่านมาสองปีกว่า ๆ ในที่สุดก็มาสักที!!! และปล่อยมาให้ชิมก่อนแล้ว 3 เพลง แฮปปี้มีนาคมมากกกกกก และมีคอนเทนต์ให้ได้ตื่นเต้นทุกวัน แสนดีที่สุด เพลงโคตรรรรรรรดี
        • ละทุกคนนนนนน เราได้เนลชูเกสมาแบบเป็นทางการแล้วววววววววววว น้ำตาจะไหลลลล สุดยอดดดดด ฟังจนหูบินไปหมดแล้วววววว และถ้านี่ไม่ใช่ชูเกสที่เซ็กซี่ที่สุดจะเป็นอะไรได้อีกกก พอ ๆ ก่อนจะพรั่งพรูไปมากกว่านี้ เอาเป็นว่ารออัลบั้มเต็มออกให้ครบ และจะอวยรวดเดียวจบ สัญญาเลยว่าจะเขียนเถลิงเกียรติให้อย่างยิ่งใหญ่ X อัลบั้มเต็มชุดที่ 10 กับ SPACE BOHEMIAN ครบรอบ 10 ปี อัลบั้ม C ครบรอบ 10 ปี อมกอชชชชชชชช

        / .

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in