เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
รีวิวเว้ย (3)Chaitawat Marc Seephongsai
ตระกูลการเมืองกับการเลือกตั้งฯ By สติธร ธนานิธิโชติ
  • รีวิวเว้ย (2150) ลองถามแชทว่า "ตระกูลการเมือง กับบ้านใหญ่ทางการเมือง เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?" และนี่คือคำตอบที่ได้ "ตระกูลการเมือง คือ รูปแบบการสืบทอดอำนาจที่เน้น สายเลือดและนามสกุล เป็นหลัก เปรียบเสมือนการส่งต่อมรดกทางการเมืองจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้คนในตระกูลได้ครองที่นั่งในสภาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ "บ้านใหญ่" มีความหมายที่ลึกซึ้งและกว้างขวางกว่านั้น เพราะไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เครือญาติ แต่คือ สถาบันผู้ทรงอิทธิพลในท้องถิ่น ที่สร้างเครือข่ายอุปถัมภ์แบบเบ็ดเสร็จ ครอบคลุมทั้งการเมืองระดับชาติ การเมืองท้องถิ่น (เช่น อบจ. หรือเทศบาล) รวมถึงอิทธิพลทางธุรกิจและมวลชนในพื้นที่
    ดังนั้น บ้านใหญ่จึงมักเป็นตระกูลการเมืองที่มีบารมีสูงจนสามารถคุมกลไกอำนาจในจังหวัดนั้นๆ ได้อย่างเด็ดขาด โดยเน้นการเป็น "ที่พึ่ง" และการจัดการผลประโยชน์ในพื้นที่ มากกว่าการพึ่งพากระแสนโยบายของพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว" (เชื่อได้ไหมนะ) แล้วบ้านใหญ่กับตระกูลการเมืองจะเป็น "สับเซต" กันหรือไม่ ?
    หนังสือ : ตระกูลการเมืองกับการเลือกตั้ง "มนตร์ขลัง" หรือ (แค่) พลังที่ "ถดถอย"
    โดย : สติธร ธนานิธิโชติ
    จำนวน : 196 หน้า
    .
    ตระกูลการเมืองกับการเลือกตั้ง "มนตร์ขลัง" หรือ (แค่) พลังที่ "ถดถอย" หนังสือที่ปรับปรุงมาจากงานวิจัย (คิดว่าคงชื่อเดียวกันกับชื่อหนังสือ) ที่ว่าด้วยเรื่องของการศึกษา "ตระกูลการเมือง" หรือที่หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักในชื่อของ บ้านใหญ่, เจ้าพ่อ, ผู้มีอิทธิพล ของแต่ละพื้นที่ ที่สืบทอดอำนาจของการถือครองคะแนนเสียงในพื้นที่ต่าง ๆ ภายใต้การดูแลปกปักรักษาและปกป้องของกลุ่มตระกูลของตนมาอย่างยาวนาน กระทั่งกลายเป็นเจ้าที่เจ้าทางประจำพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านั้นไปโดยปริยาย
    .
    ตระกูลการเมืองกับการเลือกตั้ง "มนตร์ขลัง" หรือ (แค่) พลังที่ "ถดถอย" บอกเล่าเรื่องราวของการส่งผ่านตำแหน่งทางการเมืองของคนภายใน "ตระกูล" เดียวกัน จากรุ่นสู่รุ่น จากพื้นที่สู่พื้นที่ และจากพื้นที่สู่นอกพื้นที่ ว่าตระกูลการเมืองเหล่านี้สามารถดำเนินกลไกของการส่งผ่ายอำนาจแบบนามธรรม (ที่ทำให้คนไปเลือก) ได้อย่างไร เพราะจากข้อมูลของงานศึกษาชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าตระกูลการเมืองในไทย เป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งของระบบการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยของไทย ที่ตระกูลการเมืองเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยสร้างในเกิดนักการเมืองรุ่นใหม่ภายใต้สกุลเดิม และเป็นที่แน่นอนว่านักการเมืองรุ่นใหม่บางคนก็สืบทอดเจตจำนงค์ของตระกูลมาได้อย่างดีเยี่ยม
    .
    สำหรับเนื้อหาของ ตระกูลการเมืองกับการเลือกตั้ง "มนตร์ขลัง" หรือ (แค่) พลังที่ "ถดถอย" แบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดย ส่วนที่ 1 ทฤษฎีและวิธีการศึกษา ส่วนที่ 2 ผลการศึกษา และ ส่วนที่ 3 สรุปและเสนอแนะ รวมทั้งสิ้น 8 บท ดังนี้
    .
    ส่วนที่ 1 ทฤษฎีและวิธีการศึกษา
    .
    บทที่ 1 บทนำ: การเมืองเรื่องญาติ ๆ และปรากฏการณ์ "ตระกูลนักการเมือง"
    บทที่ 2 แนวคิดว่าด้วยตระกูลนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
    บทที่ 3 ข้อมูลและวิธีการศึกษาตระกูลนักการเมืองไทย
    .
    ​ส่วนที่ 2 ผลการศึกษา
    บทที่ 4 ตระกูลนักการเมืองในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554
    บทที่ 5 พัฒนาการของตระกูลนักการเมืองไทย ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา
    บทที่ 6 ใครเป็นใครในตระกูลนักการเมือง
    บทที่ 7 ความได้เปรียบ (?) ของตระกูลนักการเมือง
    .
    ​ส่วนที่ 3 สรุปและเสนอแนะ
    บทที่ 8 จากอดีต...สู่ปัจจุบัน และอนาคตตระกูลนักการเมืองไทย
    .
    นอกจากนี้ ตระกูลการเมืองกับการเลือกตั้ง "มนตร์ขลัง" หรือ (แค่) พลังที่ "ถดถอย" ยังได้แสดงให้เห็นถึงพลวัตของตระกูลการเมืองในการเมืองไทย ว่านับแต่ครั้งอดีตตั้งแต่มีการเลือกตั้งครั้งแรก (2476) กระทั่งปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงในทางสถิติของตระกูลการเมืองเป็นอย่างไร และเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะใด
    .
    ที่สำคัญ ตระกูลการเมืองกับการเลือกตั้ง "มนตร์ขลัง" หรือ (แค่) พลังที่ "ถดถอย" ยังชวนให้เราลองตั้งคำถามว่า "ตระกูลการเมืองในปัจจุบัน ยังสามารถใช้เป็นเครื่องยืนยันถึงการส่งทอดอำนาจแบบนามธรรมจากรุ่นสู่รุ่นได้จริง ๆ หรือ (?)" และ "ถ้ามันส่งผ่านได้จริง ๆ มันมีกลไกของการส่งผ่านที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร (?)" แล้วอะไรที่จะช่วยยืนยันว่ากลไกเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปแล้วและยังสามารถทำงานได้ในปัจจุบัน

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in