รีวิวเว้ย (2135) หากพิจารณาตามนิยามของสหประชาชาติ (UN) "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" (Genocide) หรือการตั้งใจทำลายกลุ่มชาติพันธุ์ใดให้หมดสิ้นไปอย่างเป็นระบบเหมือนดังที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ช่วงยาวของมนุษยชาติ ซึ่งสำหรับในประวัติศาสตร์ของสังคมไทยมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่ถูกบันทึกว่าเป็น "การสังหารหมู่" (Massacre) [แต่ก็มีงานวิชาการบางชิ้นที่เขียนถึงเหตุการณ์เสมือนความพยายามในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสังคมไทย] หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่มักมีชนวนเหตุมาจากความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองหรือนโยบายความมั่นคงของรัฐ ตัวอย่างที่สำคัญคือเหตุการณ์ "ถังแดง" ที่เป็นการปราบปรามผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคอมมิวนิสต์ เหตุการณ์ "6 ตุลา 2519" ที่มีการล้อมปราบนักศึกษาอย่างโหดเหี้ยม รวมถึงเหตุการณ์ "ตากใบ" ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้จะมีความสูญเสียจำนวนมากและสร้างบาดแผลให้กับทั้งผู้คนและสังคมไปพร้อมกัน แต่ในทางวิชาการและกฎหมายระหว่างประเทศมักจำแนกว่าเป็นอาชญากรรมโดยรัฐหรืออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ มากกว่าจะเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ในความทรงจำของญาติผู้สูญเสียหรือในความทรงจำของกลุ่มคนที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ดังกล่าว เขาคงไม่มองว่ามันเป็นการใช้ความรุนแรงโดยรัฐ หรือเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามนิยามทางวิชาการหรือกฎหมายแต่ประการใด หากแต่ความสูญเสียก็คือความสูญเสียซึ่งเป็นความทรงจำที่คอยหลอกและหลอนผู้ที่ยังมีลมหายใจต่อไป

หนังสือ : ห้วงแห่งความเงียบงัน: ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519
โดย : ธงชัย วินิจจะกูล แปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส
จำนวน : 520 หน้า
.
"ห้วงแห่งความเงียบงัน: ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519" ถ่ายทอดความทรงจำ ความเงียบ และภาวะ "หลอน" จากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ผ่านมุมมองที่รอบด้าน ทั้งจากหลักฐานทางวิชาการและประสบการณ์ตรงของผู้เขียน โดยชี้ให้เห็นความย้อนแย้งของ "ความทรงจำ" ระหว่างผู้กระทำที่บิดเบือนไปจากเดิมหลังผ่านไป 40 ปี กับผู้ถูกกระทำที่จดจำได้เพียงเศษเสี้ยวที่ลางเลือน ท่ามกลาง "ความเงียบ" ที่ถูกใช้เป็นเกราะกำบังอดีตของผู้กระทำ และเป็นความกล้ำกลืนฝืนทนจากการถูกกดปราบของผู้สูญเสีย ความโหดร้ายเหล่านี้จึงยังคงตาม "หลอน" สังคมไทยในฐานะประวัติศาสตร์ที่สะสางไม่จบ โดยปรากฏซ้ำผ่านสัญลักษณ์เชิงประจักษ์อย่างเก้าอี้พับและภาพการแขวนคอที่ไม่อาจลบเลือน
.
สำหรับเนื้อหาของ "ห้วงแห่งความเงียบงัน: ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519" แบ่งเป็นดังนี้
.
อารัมภบท เช้าวันพุธที่ 6 ตุลาคม
.
บทที่ 1 6 ตุลาคมที่ลืมไม่ได้จำไม่ลง
.
บทที่ 2 การสังหารหมู่และคำถามที่ยังรอคำตอบ
.
บทที่ 3 จุดเริ่มต้นของความทรงจำ
.
บทที่ 4 การพิจารณาคดีและจุดเริ่มต้นของความเงียบงัน
.
บทที่ 5 ความเงียบที่ไม่สงบหลังปี 2521
.
บทที่ 6 งานรำลึกในปี 2539
.
บทที่ 7 ความเงียบที่ดี
.
บทที่ 8 ความทรงจำที่เลื่อนไหล
.
บทที่ 9 ความเงียบของหมาป่า
.
บทที่ 10 ปฏิบัติการของความทรงจำ คนเดือนตุลา
บทส่งท้าย หลอน
.
"ห้วงแห่งความเงียบงัน: ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519" คือหลักฐานที่ตอกย้ำว่า เหตุการณ์ 6 ตุลา ในความทรงจำของญาติผู้สูญเสียหรือในความทรงจำของกลุ่มคนที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ดังกล่าว พวกเขาไม่มองว่ามันเป็นการใช้ความรุนแรงโดยรัฐ หรือเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามนิยามทางวิชาการหรือกฎหมาย หากแต่ความสูญเสียในคราวนั้นได้กลายมาเป็นความทรงจำที่คอยหลอกและหลอนผู้ที่ยังมีลมหายใจต่อไปตราบจนกระทั่งเวลาผ่านมากว่า 50 ปีแล้วก็ตาม ดังที่เนื้อความปรากฎว่ายังมีครอบครัวอีกหลายครอบครัวยังคงพยายามตามหาลูก-หลาน ของพวกเขาหลังจากผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 มาแล้วเนิ่นนาน พวกเขายังรอให้คนที่รักกลับบ้าน บ้านที่ทุกคนยังคงตั้งตารอด้วยความหวังแม้ว่ามันจะเป็นความหวังที่ดูเงียบงันและยาวนาน
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in